
ปีใหม่ ไม่ประมาท
ปีใหม่ ไม่ประมาท:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์
สวัสดีปีใหม่แฟนคอลัมน์ ”คิดสวนทาง” ที่รักทุกท่านครับ หวังว่าทุกๆ ท่านคงได้ฉลอง วันขึ้นปีใหม่กันอย่างมีความสุขสนุกสนาน เติมแบตกันมาเต็มปรี่พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาร้อย แปดที่กำลังรอเราอยู่ในปีนี้กันแล้วนะครับ
ปีใหม่ปีที่แล้วผมได้เขียนในคอลัมน์นี้ชื่อ ”ปีใหม่” เขียนไว้ว่าทั่วโลกเฉลิมฉลองวันขึ้นปี ใหม่พร้อมกัน และก็จุดดอกไม้ไฟพร้อมกันในวันเดียว คงเพิ่มควันและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไปในบรรยากาศของโลกเป็นจำนวนไม่น้อย ไม่ทราบว่า”โลก”ใบนี้ของเราเขาจะพอใจหรือไม่ ผลที่ตามมาจากแผ่นดินไหว ซึนามิ อุทกภัย พายุต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอาจจะเป็นปฏิกริยาโต้ ตอบและแสดงถึงความไม่พอใจของแกก็ได้นะครับ
ปีนี้ผมไม่ได้ร่วมฉลองการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กับเขาเหมือนปีที่แล้ว เพราะครอบครัว ของผมได้เปลี่ยนบรรยากาศการฉลองวันขึ้นปีใหม่ไปเป็นการปฏิบัติธรรมแทน ตามคำเสนอแนะ ของลูกสาวที่ไม่อยากให้พ่อต้องดื่มของมึนเมากันทั้งคืนถึงสว่าง และด้วยความที่แกเกิดติดใจ บรรยากาศการปฏิบัติธรรมขึ้นมา เมื่อมีโอกาสหยุดติดกันหลายวันเราจึงพากันไปสมัครเข้าร่วม ปฏิบัติธรรมกันที่ ”เสถียรธรรมสถาน” ซึ่งอยู่ใกล้บ้านและเราก็ไปกันมาหลายครั้งแล้ว
กิจกรรมก็เริ่มตื่นกันตั้งแต่ตี4 ทำวัดเช้า ทำสมาธิ ทำโยคะ ทานอาหารมังสวิรัติ สนทนา เรื่องธรรมะ การปรับปรุงจิตใจให้สงบ การเดินจงกรม แล้วก็ทำโยคะ ทั้งๆ ที่ผมเป็นคริสต์ศาสนิก ชนแต่สิ่งใดที่ทำแล้วสามารถทำให้จิตใจเราสะอาดขึ้น สงบขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น ผมไม่ยึดติดกับ จารีต(Dogma)เท่าไหร่ และที่เข้าทางผมก็คือ การงดอาหารเย็น เพราะเส้นรอบวงตรงบริเวณที่ เคยเป็นเอวนั้นมันขยายกว้างออกไปทุกทีๆ จะไปเข้าสลิมเซ็นเตอร์ก็สู้ราคาไม่ไหว วิธีนี้ได้ผลดี แน่นอน ทั้งยังเป็นการให้ร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะภายในที่ทำงานหนักมาทั้งปีมีโอกาสได้พัก ผ่อน มีเวเคชั่นด้วยการไม่ต้องทำอะไรกับเขาบ้าง
พอชีวิตเริ่มเข้าวัยที่ไปสามารถไปขอทำบัตรรับเงิน 500 บาท จากการอนุเคราะห์ของรัฐ บาลได้แล้ว ก็ต้องดำเนินชีวิตแบบไม่ประมาท เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด มีคนที่เขารัก เราและอยากอยู่กับเราไปนานๆ อีกหลายคน และในทางกลับกันเราก็อยากอยู่ดูความเจริญก้าว หน้าของคนที่เรารักไปอีกนานๆ เช่นเดียวกัน
เกือบทั้งชีวิตที่ผ่านมาของผมเรียกได้ว่าดำเนินชีวิตแบบเย้ยฟ้าท้าดิน อยู่กับความประ มาทมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้าวงการดนตรีมา40กว่าปี เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของการใช้ชีวิตแบบนี้ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และอยู่กับความเมาไม่มีสติมากกว่าเวลาที่มีชีวิตอยู่แบบปกติ เวลา มากกว่า70%อยู่กับการปาร์ตี้สวนเสเฮอาอาหารเครื่องดื่มเพื่อนฝูงมิตรสหายดนตรีนารี มีไม่เคย ขาด ที่ขาดไปก็เห็นจะเป็นเรื่องความหมายของการมีชีวิต เมื่อมีตัวเล็กออกมาก็พึ่งมาถึงบางอ้อ ว่า ความหมายของการมีชีวิตคือการมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพื่อสนองความต้องการ อันไม่รู้จบสิ้นของตัวเอง ได้อะไรมาก็ไม่เคยจะมีความพอใจอยู่กับสิ่งนั้นได้นาน ความอยาก ความต้องการใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นมาได้อยู่เสมอๆ ไม่จบไม่สิ้น แต่คราวนี้ได้อะไรมาก็ให้เขาหมดและ ไม่เคยคิดเสียดายกลับมีชีวิตที่เต็มขึ้น ยิ่งให้กลับยิ่งเต็ม แทนยิ่งเติมกลับยิ่งขาด เช่นเหล้าเติม เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งพร่องเร็วเท่านั้น
ปีนี้ก็คงยังไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกครับ มีสติและตั้งรับไว้ให้ดีดีกว่า โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงกันแบบดีๆได้ง่ายๆ ภัยธรรมชาติก็มีแต่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น แค่ สองปัจจัยนี้ถ้ามันมีแต่จะเลวลง ก็ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจว่ามันจะดีขึ้นได้หรือไม่ คนตัว เล็กๆ แบบผมก็คงทำได้แค่ขยันหมั่นเพียรทำงานให้มากขึนถ้ามีงานให้ทำ ประหยัดเพราะใช้ชี วิตแบบสุรุ่ยสุร่ายมามากเกินพอแล้ว หาความสุขแบบใหม่ๆ แบบไม่ต้องเปลืองสตังค์ เช่นความ สุขในครอบครัวด้วยการคิดและหาเมนูใหม่ๆ ทำทานเองที่บ้าน (ลืมเล่าไปว่าผมชอบทำอาหาร) อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ซ้อมกีตาร์ และซ่าให้น้อยลง ก็คงจะช่วยประคับประคองให้ตัวเอง และครอบครัวรอดไปได้ในปีใหม่ที่น่ากลัวนี้
ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือเรื่องคำทำนายของชนเผาอินคาที่ว่าโลกอันแสนสวยงามของเรานี้จะต้องถึงกาลอวสานในวันที่ 21 เดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 เพราะว่าปฏิทินที่เขาทำขึ้นมาหยุด อยู่ที่วันดังกล่าว แต่ก็ไม่มีข้อมูลบ่งชี้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น นักวิชาการและเกินทั้งหลายก็ นำจุดนี้ไปขยายความกลายเป็นทฤษฎีมากมาย ว่าโลกจะดับลงไปในวันนั้น เพราะแกนของโลก จะกลับหัวกลับหางภายในวันเดียวแบบตีลังกา คนบนโลกก็จะต้องตีลังกาไปด้วยแรงดังกล่าว และภัยพิบัติจัดเต็มก็จะมากระหน่ำซ้ำเติมจนมนุษย์สุดประเสริฐสายพันธุ์นี้สูญหายตายกันไป จนหมดสิ้น แล้วโลกก็จะเริ่มมีวิวัฒนาการแบบนับหนึ่งกันใหม่ คงคาดหวังว่าวันหนึ่งคงจะมี มนุษย์สายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นมาแบบฉลาดกว่านี้ จะได้ไม่ต้องมาคิดทำลายล้างโลกกันอีก บวกกับ ภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เลยทำให้ทฤษฎีนี้มีน้ำหนักมากขึ้นและอาจจะเป็นจริงขึ้นมาได้
ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง อัลบั้ม My Imageries ของผมที่กำลังวางจำหน่ายอยู่นี้ก็จะเป็นอัลบั้ม สุดท้ายของผมแล้ว วกมาประชาสัมพันธ์ขายของกันแบบดื้อๆอย่างนี้แหละ เพราะเวลาเราเหลือ น้อยเต็มที เป็นเพลงบรรเลงเบาๆที่ทุกคนรู้จักกันดีใช้เปิดฟังแก้เครียดได้เมื่อมีเหตุการณ์ไม่ปกติ หรือเมื่อมีภัยมา ขอแต่เพียงแต่ต้องมีไฟฟ้าและเครื่องเล่นแผ่นซีดี ก็จะช่วยให้หายเหงาคลาย เครียดไปได้ และก็ขอมอบผลงานชิ้นนี้เป็นของขวัญวันปีใหม่แด่ทุกท่านด้วยครับ
โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสารและข้อมูล ระวังเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นจริง รีบหาซื้อไว้ด่วน อย่าประมาท
...................
(หมายเหตุ ปีใหม่ ไม่ประมาท:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์)



