
จับเข่าคุยสองดาวรุ่งแห่งยุค
หากพูดถึงนักแสดงดาวรุ่งที่มีผลงานที่โดดเด่นในช่วงปีที่ผ่านมา หันไปมองวิก 3 พระราม 4 คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก "ณเดชน์ คูกิมิยะ" หันมามองทางด้านช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ น่าจะไม่พ้น "ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่"
เปิดหัวใจ "ใหม่-ดาวิกา" กับคำว่า "ดาวรุ่ง"
ถ้าถามว่าใน 1 ปีที่ผ่านมานั้น ดาราคนใดบ้างที่อยู่ใน "ดวงใจ" ของผู้ชมละคร เชื่อขนมกินได้เลยว่าต้องมีชื่อของนางเอกคนสวยที่ชื่อของเธอไม่เคยเก่าเอาเสียเลย อย่าง "ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่" ติดอยู่ในลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะบทบาทการแสดงของเธอจากละครเรื่อง "เงากามเทพ" "เหนือมนุษย์" และ "ดอกแก้ว" ยิ่งช่วยส่งให้สาวลูกครึ่ง ไทย-เบลเยียม กลายเป็นดาวดวงใหม่ที่กำลังส่องแสงเจิดจรัสในวงการบันเทิงในปีที่ผ่านมา เพื่อให้รู้จักตัวตนของดาวรุ่งคนนี้จึงคว้าตัวมาพูดคุยกันอีกหน ที่ HIVE SALON เดอะปอร์ติโก้
@ ชีวิตของ "ใหม่" ก่อนเข้าวงการเป็นอย่างไรบ้าง
เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เรียนหนังสือปกติเลย แล้วก็สนุกกับชีวิต ใหม่เป็นนักกิจกรรมโรงเรียน ใหม่ชอบเล่นกีฬา โตขึ้นมาก็เริ่มรำ เริ่มเต้น ใช้ชีวิตทุกอย่าง เหมือนเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่ง
@ ในวันที่ยังไม่เข้าสู่วงการบันเทิง "ใหม่" มองวงการบันเทิงอย่างไรบ้าง
อย่างแรกใหม่ ก็ต้องบอกก่อนว่า การที่ใหม่เข้ามาเล่นละคร เป็นอะไรที่เกินความฝันมากๆ ใหม่เห็นพี่ๆ นักแสดง ใหม่รู้ว่าทุกคนเฟอร์เฟกท์มาก ทุกคนเก่งกันที่สุด อย่างฉากร้องไห้ แต่ละคนร้องไห้กันเก่งๆ ทั้งนั้นเลย ถ้าเป็นใหม่ๆ ต้องทำไม่ได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ว่าจะเข้ามาเป็นนักแสดงไม่ได้อยู่ในหัวเลย เกินฝันมาก
@ เปิดตัวด้วยละครเรื่อง "เงากามเทพ" ประกบคู่กับ "เวียร์" ศกุลวัฒน์ คุณารส ดังเป็นพลุแตก
ถึงแม้จะเป็นละครเรื่องที่2 แต่ว่าได้ออกอากาศก่อนเรื่องแรก ใหม่ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เยอะมาก อย่างเรื่องของการสอนแอ็กติ้ง ต้องยกความดีความชอบให้กับพี่ผู้กำกับและพี่ผู้ช่วยผู้กำกับเลย เนื่องจากว่าละครเรื่องนี้ ต้องใช้อารมณ์ แล้วเราเองก็ยังเป็นนักแสดงใหม่อีกด้วย พี่ๆ ในกองนี้ สอนการแสดงให้ใหม่หมดเลย ส่วนข่าวกับพี่เวียร์(ศุกลวัฒน์ คณารศ) เป็นเรื่องที่ใหม่ไม่เครียดเลย เพราะว่ามันไม่ใช่ความจริง พี่เวียร์เปรียบเสมือนคุณครูของใหม่ สอนการแสดง และยังเป็นทั้งพี่อีกด้วย
@ ไต่ระดับความดังอย่างต่อเนื่องด้วยละครเรื่อง "เหนือมนุษย์" และ "ดอกแก้ว"
กับเรื่อง "เหนือมนุษย์" เป็นละครเรื่องแรกของใหม่เลย แต่กลับได้ออกอากาศเป็นเรื่องที่ 2 เพราะว่ามีเรื่องของการตัดต่อ และรายละเอียดมากมาย ใหม่เชื่อว่าในใจทุกคน ต้องรู้สึกเหนื่อยและท้อ แต่พอละครได้ออนแล้วเห็นกระแสตอบรับ ทั้งนักแสดงและทีมงานก็หายเหนื่อย (ยิ้ม) ส่วน "ดอกแก้ว" เรื่องนี้ใหม่ต้องร้องไห้ทั้งวันเลยนะ ในเรื่องนี้ถือว่าท้าทายความสามารถด้านการแสดงสุดๆ เพราะว่าอย่างแรกเป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของใหม่ด้วย แถมยังเป็นละครรีเมกที่พี่กบ (สุวนันท์ คงยิ่ง) แสดงไว้ก่อนแล้ว แต่พอจบเรื่องนี้แล้ว ใหม่รู้สึกว่าทุกคนรู้จักใหม่จากเรื่องดอกแก้ว มีคนยอมรับใหม่มากขึ้น จากนักแสดงหน้าใหม่ที่เล่นละครไม่เป็น แต่ครั้งนี้ทุกคนชื่นชอบเรา
@เตรียมรับมือกับความเป็นดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างไร
โห้...ใหม่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยนะ ทำตัวเป็นปกติมาก (เน้นเสียง) ใหม่จำได้ว่า "เงากามเทพ" ออกอากาศวันแรก พอวันรุ่งขึ้นเปิดโอกาสให้แฟนคลับเข้ามาชมในกองถ่าย ทุกคนเรียกใหม่ว่า "เทียน" หรือ "ดอกเทียน" มาขอลายเซ็น มาขอถ่ายรูป (ยิ้ม) ใหม่ดีใจมาก มันให้เราได้เห็นว่าชีวิตของเราเปลี่ยนไปเพียงข้ามคืนเดียว
@วันนี้กับการขึ้นแท่น "ดวงรุ่ง" ในพ.ศ.นี้ ความรู้สึกที่มีต่อคำดังกล่าว
unbelivevable (ไม่น่าเชื่อ) ขอบคุณจริงๆ ไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรทั้งนั้น (ยิ้ม) ใหม่เองก็ยังงงๆ อยู่นะ ใหม่ขอบคุณมาในปีที่ผ่านมา ใหม่ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ และบทเรียนต่างๆ เยอะมาก
@ เคยมองย้อนกลับไปไหมว่าหากเราไม่ใช่นักแสดงดาวรุ่ง แล้วเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเรื่องของภาพถ่ายหลุดที่ผ่านมาอาจจะเป็นเรื่องปกติก็ได้
ใหม่ไม่คิดเลยนะ แต่ก็มีคนบอกกับใหม่แบบนี้เหมือนกัน ใหม่ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง แต่คิดอย่างเดียวว่าใหม่ไม่ควรทำเท่านั้น แล้วใหม่ก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดาด้วย ซึ่งจริงๆ มันเป็นเรื่องใหญ่มาก ใหม่ทำได้เพียงว่าให้เรื่องนี้เป็นเพียงอดีต
@ ขอสำรวจผลงานการแสดงชิ้นต่อไปของ "ดาวรุ่ง" คนนี้
ตอนนี้หลังจากน้ำลดแล้ว ใหม่ก็เริ่มกลับมาทำงานแล้ว (ยิ้ม) ตอนนี้กำลังถ่ายเรื่อง "มาหยารัศมี" แล้วก็มีหนังเรื่องง "ปิติภูมิ" เป็นหนังของพี่ต้อม (ยุทธเลิศ สิปปภาค ) เกี่ยวกับชาติแดนภายใต้ รับบทเป็นมุสสิมแล้วก็เป็นครูด้วย เป็นหนังเฉลิมพระเกียรติ แล้วก็ละครอีกเรื่อง "ตะวันทอแสง" จะเปิดกล้องเร็วๆ นี้
@ สุดท้ายฝากถึงทุกๆ กำลังใจที่ทำให้ "ใหม่" ดาวิกา เป็นดาวรุ่งดวงใหม่
ใหม่อยากจะบอกว่า ที่ใหม่มีวันนี้ ไม่ใช่เพราะว่าตัวใหม่ 100 เปอร์เซ็นต์ หนูขอมอบคำว่า ดาวรุ่ง กลับไปให้แฟนคลับทุกๆ คนของหนู ถ้าไม่มีพี่ๆ แฟนคลับก็ไม่มีหนู รักกันไปนานๆ นะ จุ๊บ จุ๊บ
“ณเดชน์” ดาวรุ่งพุ่งแรงไม่เคยหลงแสงสี
นับเป็นนักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดคนหนึ่ง ในวงการบันเทิงไทยในวันนี้ สำหรับ "แบร์รี่-ณเดชน์ คูกิมิยะ" แม้จะเป็นนักแสดงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการแค่ 3 ปี และมีผลงานการแสดงไม่กี่เรื่อง แต่ต้องยอมรับว่าแต่ละเรื่องต่างประสบความสำเร็จ ทำให้นักแสดงหนุ่มอายุ 20 ปีคนนี้ ต่างเป็นที่หมายตาของเหล่าผู้จัดละคร รวมถึงสินค้า-ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่างแย่งตัวมาเป็นพรีเซ็นเตอร์จนตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นนักแสดงที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งไปแล้ว วันนี้ “คม ชัด ลึก” เลยขอนำนักแสดงหนุ่มมาพูดคุยถึงมุมมองและความสำเร็จของเขาเพื่อให้คุณๆ ได้รู้จักกับเขามากขึ้น
@ กับผลงานที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นละครเรื่อง “ดวงใจอัคนี” "4 หัวใจแห่งขุนเขา" “เกมร้ายเกมรัก” แม้จะมีผลงานไม่กี่เรื่อง แต่ทุกเรื่องกลับได้รับความนิยม หวั่นใจหรือกดดันกับผลงานใหม่ๆ บ้าง
แน่นอนทุกวันนี้ ยังหวั่นใจและหวาดกลัวกับเสียงตอบรับอยู่เสมอ ผมเพิ่งเล่นละครได้แค่ 3-4 เรื่องเท่านั้น ประสบการณ์ทางด้านการแสดงของผมยังน้อยมาก ผมจะรู้สึกกดดันทุกครั้งเมื่อรับงานชิ้นใหม่ คิดมากกับการคาดหวังของคนดู เพราะว่าการเล่นละครนั้นยากมาก เรารู้ตัวอยู่เสมอว่าเราต้องพัฒนามากกว่านี้
@ วันนี้หลายคนบอกว่า "ณเดชน์" ประสบความสำเร็จในอาชีพแล้ว ตัวเองมองอย่างนั้นไหม
ตอนนี้ยังไม่สามารถใช้คำว่าประสบความสำเร็จกับผมได้ ผมยังห่างไกลกับคำว่าประสบความสำเร็จมาก ผมเพิ่งจะเข้าวงการมาได้แค่ 3 ปีเท่านั้น ยังมีจุดมุ่งหมายอีกยาวไกล เพราะคำว่าดาวรุ่ง ทำให้ผมต้องไปเจออะไรอีกมากมาย มีอีกหลายอย่างต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครอบครัว เรื่องงาน หรือแม้แต่เรื่องเรียนก็ตาม
@ มองตัวเองในวันนี้ แล้วคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิมมากน้อยขนาดไหน
ไม่นะ ผมยังอยู่ที่เดิม มีความรู้สึกแบบเดิม เมื่อก่อนเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น แต่เราอาจเปลี่ยนจากเดิมในแง่สังคม อย่างแต่ก่อน เวลาเราไปไหนก็ไม่มีใครรู้จัก แต่ทุกวันนี้แค่เดินตลาดก็มีคนมาทักมากมาย (หัวเราะ) แปลกดี ยอมรับว่าแรกๆ ผมรู้สึกอึดอัดกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นสังคมใหม่ๆ หรือวัฒนธรรมใหม่ๆ แต่มันคือการที่เราปรับตัว เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมที่เรากำลังประสบอยู่ ต้องขอขอบคุณพ่อของผม ท่านเป็นไอดอลของผมมาตั้งแต่เด็ก และท่านเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผมในตอนนี้
@ทุกวันนี้คิดว่ายังขาดอะไรอีกบ้าง
ในชีวิตผมตอนนี้ (เงียบไปนิดหนึ่ง) คงไม่มีอะไรที่ต้องการอีกแล้ว นอกจากเวลาที่จะให้กับครอบครัว ถ้าผมมีเวลาว่างก็อยากจะพาคุณพ่อ คุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ถ้าได้อยู่ด้วยกันผมคงมีความสุขมาก เพราะตอนนี้แม้จะเป็นช่วงปิดเทอม แต่ผมก็ยังไม่มีเวลาไปเจอท่านเลย
@ ข่าวมากมายที่เข้ามามีผลกระทบต่อชีวิตบ้างไหม
กับข่าวที่ออกมาทั้งดีและไม่ดี ผมรู้สึกเฉยๆ กับมันนะ เพราะผมไม่ค่อยเสพข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ตาม ผมไม่เคยเก็บมันมาคิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยเลยไป เพราะทุกข่าวที่ออกไป เราสามารถนำมันกลับไปเป็นแง่คิด คติสอนใจในการใช้ชีวิต
@ คิดอย่างไรกับความฮอตของตัวเอง ที่ทำให้ผู้จัดฯ และสินค้าหลายชนิดมาจ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์ จนมีนิตยสารตั้งให้ ณเดชน์เป็นดาราที่มีรวยที่สุดในปี 2554
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น รวมถึงโอกาสที่ได้รับ ผมถือว่าเป็นความโชคดี ซึ่งเราไม่เข้าใจและยังแปลกใจว่าสิ่งเหล่านี้เข้ามาในชีวิตของตัวเองได้อย่างไร หากผมเปรียบตัวเองเหมือนดอกไม้ ทุกคนก็เปรียบเหมือนปุ๋ยที่ทำให้ผมเติบโต ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน ผู้จัดฯ หรือแม้แต่แฟนๆ ที่ผมโตขึ้นมาได้จนทุกวันเพราะทุกคนที่ให้การสนับสนุน
@ มองอนาคตของตัวเองไว้ว่าอย่างไร
ผมไม่เคยมองเห็นอนาคตของตัวเอง แต่ในระยะอันใกล้ ผมแค่อยากเรียนให้จบเร็วๆ และต้องเป็นภายใน 4 ปีด้วย (หัวเราะ) ผมจะได้มีเวลาไปทำอะไรมากกว่านี้ ผมเชื่อว่าการเรียนจบจะทำให้ผมค้นพบตัวเองอีกระดับหนึ่ง อีกปีหรือสองปีข้างหน้า ผมมั่นใจว่าตัวเองก็ยังอยู่ในวงการนี้ ผลงานจะมากหรือน้อยก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ผู้ใหญ่กำหนด ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องมีงานมากกว่านี้ ต้องเป็นพรีเซ็นเตอร์มากกว่านี้ ดังนั้นผมมองว่าอนาคตคือสิ่งที่มองไม่เห็น



