
ปีใหม่ในวันเก่า
ปีใหม่ในวันเก่า:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ฉันนอนลืมตาในความมืด…แสงที่ลอดเข้ามาตามชายผ้าม่านบอกเวลาว่าไม่ใช่กลางคืน ทั้งๆ ที่รู้ฉันก็ยังไม่อยากตื่น … การลืมตาบอกว่าเรากลับมามีชีวิตอีกครั้งและการลุกจากที่นอนก็บอกว่าเราต้องกลับมาใช้ชีวิตอีกวัน …
“ความตายจะสงบสุขและผ่อนคลายเหมือนตอนนอนมั้ยนะ?”
ฉันถามตัวเองแบบนี้หลายปีที่ผ่านมาในเวลาที่ลืมตาขึ้นมาในวันปีใหม่ เรามักจะบอกกับตัวเองว่า … วันใหม่ในปีใหม่คือโอกาสที่เราจะได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ คิดใหม่ ทำใหม่ เลยไกลไปถึง “เป็นคนใหม่ ” น่าขำ! เราจะเป็นคนใหม่ได้อย่างไร ในเมื่อร่างกายนี้ก็ยังเป็นร่างเดิมที่นับวันจะแก่ลงไปตามปีที่ผ่านมา ครอบครัวก็ยังเป็นกลุ่มคนเดิมๆ ถ้าไม่มีใครจากไปในเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อนหรือสังคมที่เราอยู่ก็ยังคงเป็นเดิมๆ เว้นเสียแต่ใครจะเปลี่ยนงาน ย้ายที่อยู่ หลังปีใหม่ โลกใบที่เราอยู่ก็ยังคงเป็นใบเดิมที่จะบอบช้ำมากขึ้นจากการกระทำที่ผ่านๆ มาของพวกเราที่นำเอาความทะยานอยากมายัดเยียดและเบียดเบียนธรรมชาติเพียงเพื่อพิสูจน์ว่ามนุษย์ควบคุมโลก มิใช่โลกที่ควบคุมมนุษย์ …
ในความเป็นจริงที่มนุษย์และโลกต่างก็ต้องพึ่งพากัน ดูแลกัน ยอมรับกัน และเคารพซึ่งกันและกัน ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดอยู่เหนือสิ่งใด มีเพียงการอยู่ร่วมกันอย่างอ่อนน้อมและถ้อยทีถ้อยอาศัยเข้าอกเข้าใจในธรรมชาติและความเป็นไปของกันและกัน เพราะชีวิตที่เกิดมาบนโลกนี้ต่างมีเวลาแค่ชั่วชีวิตหนึ่งให้ใช้แล้วตายจากโลกนี้ไป เกิดวนเวียนเป็นวัฎจักรของชีวิตบนโลกที่มีอยู่เพียงใบเดียว ในเมื่อมนุษย์เรายังไม่สามารถหาดาวดวงอื่นมาเป็นที่อยู่อาศัยแทนโลกใบเดิมใบนี้ได้ ดังนั้น โลกใบนี้จึงเป็น “ บ้าน ” เพียงแห่งเดียวที่มนุษย์มีอยู่
นับจากนี้ไปมนุษย์จะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปกับโลกใบนี้ มันคงถึงเวลาที่เราจะรู้สึกและสำนึกในสิ่งที่ผ่านมาแล้วปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้น หรืออย่างน้อยไม่เลวร้ายไปกว่านี้ เอ่อ … พอเถอะ! … เขียนไปเขียนมานึกว่าอ่านหนังสือดิสคัฟเวอรี่หรือเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกอยู่!
ฉันหลับตาลงนึกถึงบทลงโทษครั้งใหม่ของธรรมชาติที่เราไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน แล้ก็รู้สึกไม่อยากลืมตาขึ้นมาอีกเลย … เปลือกตาขี้เกียจของฉันมันทำให้ฉันดำดิ่งลงไปในวันเก่าๆ ที่ส่งผลให้มีวันนี้ … ในหลวงของฉันท่านแก่แล้ว ท่านทรงงานหนักมิได้พักมิได้ผ่อน ร่างกายของท่านจึงอ่อนล้าและต้องการๆ ดูแลเป็นพิเศษในเวลานี้ ทุกๆ สิ่งบนผืนแผ่นดินนี้ท่านสร้างไว้ให้พวกเราได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ท่านเป็นเหมือนแสงแดด …อากาศ…และสายน้ำ ที่ให้ชีวิตและความหวัง ท่านเป็นเหมือนเทียนเล่มใหญ่ที่ส่งต่อจุดไฟให้กับเทียนอีกเป็นล้านๆ เล่ม เกิดเป็นแสงสว่าง เป็นพลังแห่งความดีงามที่เป็นแบบอย่างสืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งที่ท่านให้และสอนไว้จะยังคงอยู่กับพวกเราชาวไทยตลอดไป … นี่กระมังคือเหตุผลที่ฉันอยากจะลืมตาขึ้นมาในทุกๆ วันใหม่ เพื่อจะได้ทำตามอย่างที่ท่านสอนไว้
ปีใหม่นี้ ฉันแก่ลงไปอีกปี เริ่มจะรู้สึกว่า ชีวิตของเราเป็นเพียงละอองเล็กๆ ที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ มันจะลอยไปในทิศทางใดก็ขึ้นอยู่กับกระแสลมแห่งชะตาชีวิตและผลแห่งบุญกรรม รวมถึงกระทำจะพัดพาไป บางทีมันก็ขึ้น บางทีมันก็ลง บางทีลมแรงพัดเอาแต่ฝุ่นนั้นหายไปดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เป็นแค่บางสิ่งที่หายไป ไม่ใช่สิ่งที่ถูกลืมเพราะไม่เคยทำสิ่งดีงามใดๆ ให้เป็นที่จดจำ ฉันไม่รู้หรอกว่าชาติหน้าจะมีจริงหรือไม่ บุญที่ทำไปจะไปไหน รู้แค่เพียงว่าทำสิ่งดีๆ มันสบายใจกว่าทำสิ่งเลวๆ ถึงแม้ทำดีจะยากกว่าทำเลว แต่อย่างน้อยที่สุดฉันก็จะไม่ต้องกลับมานั่งรู้สึกหรือสำนึกผิดให้ความผิดพลาดนั้นติดอยู่ในความทรงจำตลอดชีวิต … บางทีการนอนไม่หลับก็อาจมาจากการรู้สึกวิตกกังวลกับการกระทำบางอย่างของเรา จะทำหรือได้ทำลงไปแล้ว ความผิดพลาดในชีวิตมันไม่สามารถลบออกไปหรือลืมเลือนได้อย่างใจคิด มันมักจะมาหลอกหลอนเราอยู่ในห้วงความคิดความฝัน บางทีก็รู้สึกผิดไปจนตาย นี่รึเปล่าที่เขาว่าตายตาไม่หลับ … ถ้าความดีจะทำให้เราหลับลงอย่างสงบ และความตายอาจจะคล้ายกับการหลับ เมื่อถึงเวลานั้นความดีก็คงทำให้การหลับนิรันดร์ของเรานั้นสงบ อย่างที่เรียกว่าสุขคติได้ …
ปีใหม่ฉันนึกถึงการเดินทางเข้าสู่วันสิ้นสุดของชีวิตเพราะมันจะช่วยเตือนให้ฉันใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีสติอย่างที่ถูกที่ควร ปีใหม่ … ถ้าเราจะทำอะไรใหม่ๆ ได้ คงจะต้องเริ่มที่จะต้อง “ คิดใหม่ ” ให้ถูกต้องเสียก่อนเพราะอีก 365 วันข้างหน้า ปีใหม่ก็จะกลายเป็นวันเก่าที่ทำให้เราคิดถึงแล้วอมยิ้มหรือคิดถึงแล้วยิ้มไม่ออกก็แล้วแต่จะเลือกทำกัน
อย่างไรก็ตามคงไม่มีพรประเสิรฐอันใดที่สามารถอาราธนามาอวยพรให้แก่คนไทยทุกคนได้ นอกเสียจาก ทุกสิ่งอยู่ที่การกระทำ ทำดีก็ได้ดี ต่อให้ไม่ได้ดี ก็ไม่ต้องรู้สึกผิดไปจนตายไม่ใช่หรือ?
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
...................
(หมายเหตุ ปีใหม่ในวันเก่า:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



