บันเทิง

'แกรมมี่'กลืนเลือดตัดหาง'เสก'เสพยา

'แกรมมี่'กลืนเลือดตัดหาง'เสก'เสพยา

21 ธ.ค. 2554

"แกรมมี่" แถลงเลิกสัญญา "เสก โลโซ" หลังยอมรับเสพยาจริง ปัดขัดประโยชน์ โต้สั่งคนตาม ยืนยันไม่ฟ้องร้อง เพราะไม่ได้เป็นการหมิ่นประมาท เอาใจช่วยให้พ้นภาวะนี้โดยเร็ว ปปส.นัดค่ายเพลงถกมาตรการล้อมคอกศิลปินเอี่ยวยา

               ยังคงเป็นเรื่อง ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาว์น กรณีของนักร้องร็อคชื่อดังนายเสกสรร ศุภพิมาย หรือ "เสก โลโซ" ที่ออกมายอมรับเสพยาจริง ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2554  นายกริช ทอมมัส รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจเพลง บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ออกมาแถลงข่าวยุติสัญญา กับ "เสก โลโซ" ที่ชั้น 21 ตึกจีเอ็มเอ็มแกรมมี่
 
                “ตามกติกาที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ เราตั้งอยู่บนเมตตาธรรม ถ้าเจ้าตัวไม่ยืนยัน เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันว่าเสพยา ก็ต้องทำตามกติกาที่เราวางไว้ คือจบและเขาไม่ใช่ศิลปินของทางแกรมมี่แล้ว และเรื่องนี้เราคงไม่ต้องคุยกันแล้ว เราก็ว่าไปตามกฎที่มีอยู่ ส่วนเรื่องงานเพลงที่เพิ่งออกไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถ้าเก็บไหวก็เก็บ ถ้าเก็บไม่ไหวก็ต้องปล่อยเลยไปและคงหยุดโปรโมทตั้งแต่วันนี้ ส่วนเพลงที่ทำด้วยกันของเขา ยังเหลืออีกชุดหนึ่ง 12 เพลง เอาเป็นว่าโยนทิ้งเลยก็แล้วกัน เขาจะเอาไปใช้ก็ช่างมัน หมดไปหลายล้านอยู่ ส่วนเรื่องคอนเสิร์ตที่ค้างคาของ "เสก" เราก็ยกเลิกเจ้าภาพไปหมดแล้วให้เขาไปคุยกันเอง ถ้าเจ้าภาพอยากจ้างก็เรื่องของเขา"นายกริชกล่าว
 
                นอกจากนี้ นายกริช ยังกล่าวด้วยว่า การที่ยกเลิกคอนเสิร์ตไปกับทางเจ้าภาพนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะได้คืนเงินทางเจ้าภาพไปหมดแล้ว ประมาณหลายสิบล้าน ทางแกรมมี่ได้ยุติ และไม่เกี่ยวข้องกับ"เสก"แล้ว และหากทางเสกต้องการคำปรึกษาจากบริษัท ควรที่จะโทรเข้ามาเอง แต่ตอนนี้มีคำปรึกษาเดียว ที่จะให้คือให้กลับไปรักษาตัว
 
                "ส่วนที่เขาอยากให้เราคุยกับเขาหรือไปขอโทษเขานั้น เขาควรจะเข้ามาคุยที่ตึก ไม่ใช่ให้เราไป ส่วนเรื่องที่เขาจะแฉเรา เราก็งง ว่าเขามีอะไรจะแฉ ผมไม่รู้เรื่องนั้น เพราะเราก็ทำถูกต้องมาตลอด เรื่องรายได้ของเทปที่ขายไปแล้วนั้น เรายังไม่รู้ เพราะคงต้องใช้เวลาเป็นเดือน ซึ่งมันเป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างที่มีสัญญา อย่างเราเอาเพลงเขามาทำใหม่นั่นคือทำสิ่งที่เขาพึงได้ แม้เขาจะหมดสัญญากับเรา เราก็ทำแบบนี้กับนักร้องมาตลอด ถ้ามีผลประโยชน์เกิดขึ้นเราก็ยังตามไปแบ่งให้เขาอยู่ ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์ของเขาก็ไปตามที่ตกลงกัน บังเอิญว่า "เสก" เป็นคนที่แต่งเพลงเอง โปรดิวเซอร์เอง เรียบเรียงอัดเสียงร้องเอง ดังนั้นเพลงของเขา เขาก็สามารถนำไปร้องได้ตามงานคอนเสิร์ต และต้องเป็นเฉพาะของเขาเท่านั้น ตามกติกาที่ว่าไว้ ส่วนสิทธิ์อื่น ๆ เรายังคงดูแลอยู่ ส่วนที่เขาว่าทำเงินให้ทางเราเป็นพันล้านนั้น อยากบอกว่าเราอยู่ตลาดหลักทรัพย์ก่อนมี"เสก"อีก ไปดูย้อนหลังได้ ถ้าเขาทำรายได้ขนาดนั้น เราคงรวยกว่านี้เยอะ"ผู้บริหารแกรมมี่กล่าว
 
                ถามต่อว่าเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เกิดจาการขัดผลประโยชน์กันใช่หรือไม่ นายกริชกล่าวว่าไม่มี เพราะบริษัทไม่เคยทวงบุญคุณใคร มักจะบอกศิลปินว่าเราทำงานร่วมกัน มีผลประโยชน์ร่วมกัน มันไม่มีบุญคุณต่อกัน  เพราะผลประโยชน์ได้จัดสรรตามสิ่งที่พึงได้ของแต่คนอยู่แล้ว ส่วนที่บอกว่าโดนขู่ฆ่า ตนคิดว่าคงเป็นเรื่องที่"เสก"คิด เพราะทางแกรมมี่คงไม่ว่างขนาดนั้น ตนไม่ซีเรียสกับข่าวส่วนเรื่องฟ้องร้องคงไม่มี เพราะไม่ได้เป็นการหมิ่นประมาทอะไร 
 
                "ข่าวที่เขาว่าเราดักฟังโทรศัพท์เขานั้น เราไม่มีความเห็น เราจะทำเพื่ออะไร เราเป็นบริษัทค้าขายธุรกิจบันเทิง ไม่ใช่องค์การสืบราชการลับ (หัวเราะ) ส่วนที่เขาออกมาพูดพาดพิงถึงผู้บริหารของเรา เราก็คงไม่มีการฟ้องร้องและไม่โกรธ จริงๆ แล้ว เราเห็นใจเขา ว่าสภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ของเขาคงเครียด คงปล่อยให้เขาดูแลตัวเองดีกว่า ส่วนโอกาสกลับมาร่วมงานกันอีกนั้น ผมว่าถึงวันนั้นค่อยว่ากันดีกว่า ส่วนฟีดแบคหลังจากเขาแถลงเท่าที่ดูก็เยอะ อ่านเองก็ได้นะ (หัวเราะ ) กับทางปปส.ที่ส่งหนังสือมาทางแกรมมี่นั้น เราคงให้เขาดำเนินการกันเอง เพราะเป็นหน้าที่เขา ทางเราคงไม่เกี่ยวข้องอีก ว่ากันไปตามกฎกติกาสังคม ส่วนกับนักร้องรุ่นใหม่ เราก็มีเตือนกันปกติ อาจยกกรณี"เสก"เป็นตัวอย่าง เพราะเราเสียดายว่าอนาคตต้องมาจบแค่ตรงนี้ แต่เท่าที่ดูคนรุ่นใหม่ไม่น่าจะมี"ผู้บหรืารคนเดิมกล่าว
 
                นอกจากนี้ นายกริชยังบอกด้วย ว่าจุดที่ทำให้แตกหัก คือเสพหรือไม่เสพเท่านั้น เราทำงานในวงการนี้มา 28 ปี จะย่าง 29 ปีแล้ว มีกฎตรงนี้ชัดเจน ถ้าเสพ ยืนยัน มีหลักฐานก็เลิก ก่อนหน้านี้ แค่ภาพมันพูดลำบากเหมือนคนหยิบของแล้วมาถ่ายรูปเล่นกับเพื่อน แต่พอเสกมายืนยันด้วยตัวเองถือหมดสัญญาตั้งแต่ตอนนี้ โดยเฉลี่ยนจะต่อสัญญาทุก 5 ปี ตอนนี้เสกยังเหลืออีก 3 ปี หากนับจากวันแรกจนวันนี้เสกอยู่กับเรามา 16 ปีได้
 
                "ถ้าเขากลับมาขอโทษ ค่อยว่ากันอีกที เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ ผมว่าเรื่องแบบนี้เราต้องเห็นใจกันก่อน ซึ่งเราก็เตือนเขามาตลอด ทั้งเรื่องยาเสพติดและเรื่องการวางตัว มีคนทำบ้างไม่ทำบ้าง ถามว่าทางเรารู้เรื่องเสพยาหรือไม่ เราแยกเรื่องนี้ออกจากงาน ศิลปินไม่ต้องเสพยาหรอก ก่อนหน้านี้เราแค่เตือนๆ เราไม่แน่ใจแค่สงสัย ถามว่ายาเสพติดจำเป็นสำหรับงานไหม ผมว่าผมอยู่วงการมา 30  ปี ไม่เห็นเขาใช้ อาจมีดื่มบ้างไม่ว่ากัน ดูอย่างตูน บอดี้สแลม (นายอาทิวราห์ คงมาลัย) พอว่างเขาก็ออกกำลังกายตลอด อย่างพี่เบิร์ด (นายธงไชย แมคอินไตย์) ยังไม่เห็นใช้ยา นอกจากยาสีฟัน แยกแล้วกันระหว่างศิลปินที่ใช้และไม่ใช้ยา ผมอยากให้เขาพ้นสภาวะนี้โดยเร็ว เอาใจช่วยเสกด้วยก็แล้วกัน”นายกริชกล่าวปิดท้าย

 

 ปปส.นัดค่ายเพลงถกมาตรการล้อมคอกศิลปินเอี่ยวยา


           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) จะมีการหารือมาตรการความร่วมมือขององค์กรธุรกิจบันเทิงเพื่อป้องกันยาเสพติด โดยได้เชิญตัวแทนค่ายต่าง ๆเข้าร่วมหารือพร้อมเปิดโอกาสให้นำเสนอแนวการปฏิบัติและกฎระเบียบในการปฏิบัติตัวของศิลปินแต่ละค่าย ในกรณีที่พบว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากนี้ยังจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความสำคัญต่อการเป็นแบบอย่างของเด็กและเยาวชนด้วย

 

.....................

 (หมายเหตุ : ที่มา : CiNNtv1 : http://www.youtube.com/watch?v=VgF7LrI5ev4&feature=player_embedded)