บันเทิง

บัวขาว V$ โดม ปกรณ์

บัวขาว V$ โดม ปกรณ์

21 ธ.ค. 2554

บัวขาว V$ โดม ปกรณ์:มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

          ก่อนที่นักมวยที่ได้ชื่อว่าเนื้อหอมที่สุด บัวขาว ป.ประมุข จะขึ้นชกกับนักชกต่างชาติในศึก "ไทยไฟต์ 2011" รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ...
 
          ดิฉันมีโอกาสไปเยี่ยมและดูการฝึกซ้อมที่ค่าย จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกับ "เต้" สันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารหนุ่มสิงห์ สปอนเซอร์รายใหญ่  
 
          วันนั้น นอกจากเห็นถึงความตั้งใจของทายาทสิงห์ รุ่น4 ในการปลุกปั้นศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้ดังไกลทั่วโลกแล้ว ยังเห็นความน่ารักของทั้งคู่ด้วย
 
          คุณเต้ ไปนั่งรอนักมวยผิวเข้มนานโข โดยที่ไม่ให้ใครเรียกหรือปลุก เพราะเข้าใจดีว่าหลังจากตื่นแต่เช้ามืดมาวอร์มร่างกายแล้ว น่าจะได้พักผ่อนสักนิด
 
          จนเมื่อ "แบล็กโกลด์" หรือ "ดำ ดอทคอม" ตื่นขึ้นมา เห็นภาพทั้งคู่ทักทายกันแล้วอดปลื้มใจแทนไม่ได้
 
          บัวขาวบอกว่ารู้สึกซาบซึ้งในตัวเต้ที่เป็นสปอนเซอร์ให้ตั้งแต่ตัวเองยังไม่ดัง ดูแลอย่างดีมาตลอด ถึงแม้ว่าวันหนึ่งเขาไม่ได้ชกหรือหมดสภาพแล้ว ก็คิดว่าจะมาของานที่สิงห์ทำ
 
          ส่วนเต้ก็แซวๆ กลับว่า คงไม่กล้ารับเพราะตอนนี้ดังใหญ่แล้ว ยิ่งที่ญี่ปุ่น สาวๆ ชื่นชอบมาก เดินไปตามถนนไม่ได้เลย เนื้อหอมยิ่งกว่า โดม ปกรณ์ ลัมซะอีก
 
          ถามคุณเต้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของบัวขาว "นาย" บอกว่าความมีวินัย ขยันขันแข็ง และหมัดหนัก ที่สำคัญบัวขาวไม่เคยลืมคนที่อุปการะเลย
 
          แต่ดิฉันขอแถมให้อีก 1 ข้อ ตรงที่ความอ่อนน้อมถ่อมตน แม้วันนี้เขาจะเป็นนักชกที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก โดยค่าตัวไฟต์ละ 1.2 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย (ล่าสุดที่ขึ้นชก ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คว้าเงินรางวัลและรถรวมมูลค่าเกือบ 3 ล้านบาท!)
 
          หนุ่มสุรินทร์เลือดนักสู้ ไม่เพียงสร้างชื่อเสียง แต่เขานำเงินรายได้เข้าประเทศได้เป็นกอบเป็นกำทีเดียว 
 
          ลูกหลานคนไทยจากต่างจังหวัด ถ้าไม่มีแมวมองเห็นช้างเผือก และนักธุรกิจมาให้ความสำคัญ โอกาสทองของชั่วโมงนี้ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้
 
          แต่ถ้าจะยกเครดิตให้มากที่สุด ก็คงเป็นที่เจ้าตัวเอง เพราะบัวขาวหรือ สมบัติ บัญชาเมฆ เริ่มต้นอาชีพนักมวยตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ เข้ากรุงเทพฯ มาสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข เมื่ออายุได้ 15 ปี ตั้งแต่นั้นมาเข็มขัดแชมป์ก็เวียนมาคาดที่เอวเขาอย่างไม่ขาดสาย
 
          ความที่ขี้เล่น และไม่ดัดจริต ทำให้เขาเป็นที่รักของคนรอบข้าง
 
          ครั้งหนึ่งเคยทาแป้งแต่งหน้าขาววอก กับภารกิจท้าทาย "ถอดนวม รำลิเก" ใน "ต้องกล้า" มาแล้ว
 
          ครั้งต่อมา เขารับเป็นนักแสดงในหนังเรื่อง "ยามาดะ ซามูไรแห่งอโยธยา" ด้วย
 
          นั่นเองที่กระทรวงวัฒนธรรมประกาศให้บัวขาวเป็น "ทูตวัฒนธรรมไทย ประจำปี 2554" อีกตำแหน่ง
 
          สืบทราบมาว่า หลังจากฝึกซ้อมอย่างหนัก ถ้ามีเวลาลองยุให้เขาร้องเพลง อาจต้องเหลือเชื่อว่านักมวยก็ร้องเพลงได้ดีไม่แพ้มืออาชีพเลย    
 
          นี่คือความประทับใจ ไม่ว่ากับตัว "นาย"... เต้ และ "ลูกน้อง" อย่างบัวขาว
 
          ทั้งหมดคือความน่ารักหลังนวมที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง
 
          และอยากบอกด้วยว่าบัวขาวมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแล้ว !  
..................
(หมายเหตุ บัวขาว V$ โดม ปกรณ์:มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)