
เยี่ยมวัดหลังน้ำลด
เยี่ยมวัดหลังน้ำลด:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมชอบเข้าวัดถึงขนาดเป็นคน “ติดวัด” เชียวครับ แต่อาจแตกต่างจากคนติดวัดทั่วๆ ไป
คนเข้าวัดแต่ละคนมีเหตุผลไปคนละอย่าง บ้างไปทำบุญ พูดถึงการเข้าวัดทำบุญแล้วในปัจจุบันถึงกับมีการจัดการท่องเที่ยวเป็นล่ำเป็นสัน ประเภท “บุญทัวร์” แบบว่าวัดเดียวไม่พอ ไหนๆ ก็ไปแล้ว ก็ทำบุญเสียทีเดียวเก้าวัดไปเลย แม้แต่ตามชนบทในหมู่บ้าน ก็ยังมีเจ้าภาพจัดทัวร์ทำบุญแบบนี้อยู่เนืองๆ โดยเฉพาะช่วง “หน้าบุญ” เริ่มตั้งแต่วันออกพรรษาไปจนถึงวันเข้าพรรษาอีกทีโน่นแหละครับ ผู้เฒ่าของผมท่านยังเคยไป ไปถึง “พระธาตุพนม” กลับมาถึงบ้านมีอาการร้าวระบมทั่วกายา เพราะต้องนั่งท่าเดียวไปใน “รถบัสท้องถิ่น” ซึ่งมีเบาะแบบติดตายตัว ปรับเอนนอนไม่ได้ ซ้ำที่นั่งยังคับแคบแทบไม่มีที่ให้เหยียดแข้งเหยียดขา ได้บุญกลับมาอิ่มเอิบหัวใจ แม้ร่างกายจะเมื่อยล้าทรมาน
ผม “เข้าวัด” บ่อยมาก น่าจะพูดได้ว่าเข้าวัดทุกวันประมาณว่าเห็นวัดเป็นต้องแวะ ทุกวันนี้ยังเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน หลังจากผ่านเหตุการณ์มหาอุทกภัย หลังน้ำลดค่อยๆ ฟื้นฟูกู้ชีวิตชีวา หมู่บ้านของผมซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วม 100 เปอร์เซ็นต์ ยังคงให้เห็นซากความเสียหาย ถนนหนทางที่ขรุขระทุลักทุเล คราบระดับน้ำตามอาคารบ้านเรือนเห็นชัดๆ ก็ที่เสาไฟฟ้า หากยืนบนถนนสามารถวัดระดับน้ำได้ “มิดหัว” เลยทีเดียว
ผมพาเจ้าตัวเล็กออกตระเวนสำรวจวัดทุกแห่งในตำบล ไปที่วัด “ท่าไม้” ริมแควยม ที่นี่มี “พระธรรมจักรยุคทวารวดี” ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อสวน หลวงพ่อสวนเป็นพระพุทธรูป “แบบสุโขทัย” เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวตำบลท่าไม้ มีอายุเก่าแก่ มีตำนานสืบเนื่องกับสายน้ำ ส่วนพระธรรมจักรหินทรายนั้น ตั้งอยู่บนฐานเสาหินเชิดชูองค์ธรรมจักรสูงจากพื้นราวสองเมตรครึ่ง วงธรรมจักรมีขนาดใหญ่กว่ากระด้งฝัดข้าว ลวดลายที่ปรากฏยังเด่นชัด เพียงแต่มีบางส่วนแตกบิ่น ร้าวรานจนต้องใช้ซี่เหล็กประกบขนาบไว้ให้คงรูป
วัดเกยไชยเหนือ ต.เกยไชยเหนือ ตรงจุดที่ลำแควน่าน และแควยมบรรจบกัน ตรงนั้นเป็นที่ตั้งของ “พระธาตุเกยไชย” องค์พระธาตุยังอยู่ดี อุโบสถเก่าสมัยอยุธยายังอยู่ในสภาพปกติ ที่นี่มีตำนานจระเข้ “ด่างเกยไชย” อันลือลั่น วัดนี้มีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ วัตถุโบราณล้ำค่า ที่ริมน้ำมีแพศาลาตรงจุด “น้ำสบ” ผมชอบมานั่งเล่น บางทีเผลอนั่งหลับ พิงเสาศาลา บางทีเอาเสื่อมานอนเล่นแต่หลับจริง
วัดหางตลาด หรือวัดหลวงพ่อแก้ว ซึ่งอยู่ริมแควน่าน พื้นที่ตรงนี้ยังนับว่าสูง ตอนน้ำท่วมสูงสุดระดับน้ำอยู่แค่อก ที่วัดนี้มีต้นไทรใหญ่ “รากไทรย้อยห้อยระย้าพาร่มเย็นเหมือนหนึ่งเป็นวิมานเมืองฟ้า”
ผมพาเจ้าตัวเล็กไปนั่งเล่น วิ่งเล่นใต้ต้นไทร แล้วพาไปดูต้น “สำโรงยักษ์” ที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านตระการตานัก แล้วเข้าไปในวิหารไหว้ “หลวงพ่อแก้ว” พระพุทธรูปปูนปั้นที่มีตำนานเล่าขานมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยที่ผมมาอยู่ อ.ชุมแสงใหม่ๆ (ปี พ.ศ.2521) พระองค์นี้ยังนั่งอยู่กลางแจ้งบนลานดิน ปัจจุบันมีวิหารคุ้มผู้คนมาปิดทองห่อหุ้มองค์พระจนเหลืองอร่าม ผมยังพาลูกไปดูช่างศิลป์ ติดประดับชิ้นส่วนลวดลายอุโบสถที่เพิ่งสร้างใกล้แล้วเสร็จ ชี้ชวนเขาดูงานปูนปั้นลายหล่อพิมพ์แม้เด็กๆ จะไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่เขาก็ตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นรูปเทวดา ครุฑ หงส์ กินรี พญานาค ยักษ์ ช้าง แม้แต่องค์พระพุทธรูปเขาก็ยังรับประทับไว้ในความรู้สึก เขาจะยิ้ม หัวเราะ ที่ได้เห็น “พระสังกัจจายน์” พระอ้วนพุงพลุ้ยสะดือโบ๋ ยิ้มให้เขาเสมอ หากเจอพระพุทธรูปหน้าดุๆ แบบขอม ลพบุรี เขาจะนั่งอึ้งตะลึงไปเลย เกิดอาการยำเกรงกึ่งๆจะกลัว ที่ผมสังเกตเขาจะออกชื่นชอบเทวดาพนมมือ หรือ “เทพนม” เป็นพิเศษ แม้แต่ “ยักษ์” เขาก็ยังชอบทั้งที่ควรจะกลัว
ผมชอบเข้าวัด ชอบพาลูกๆ เข้าวัด พาลูกเข้า “ห้างสรรพสินค้า” ใหญ่ๆ ในเมือง ซึ่งเขาก็ชอบ ชอบไปเล่นเครื่องเล่น โดยเฉพาะ “รถไฟ” ที่มีกลไก “เคลื่อนไหวอยู่กับที่” มีเสียงปู๊นๆ ฉึกฉัก มีแสงเสียงสี หากพาลูกเข้าห้างจะต้องจบลงที่ “ร้านหนังสือ” เสมอๆ
มหาอุทกภัยปี 2554 นี้ยังความเสียหายแก่วัดวาอารามศาสนสถานทั่วไปอย่างใหญ่หลวง ผมคงต้องออกเดินทางเยี่ยมเยือนวัดต่างๆ ที่ผมเคยไป โดยเฉพาะในแถบจังหวัดภาคกลางที่ผมคุ้นเคย ตั้งแต่ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ไปจนถึงอยุธยา
วัดก็คือวัด สำหรับผม ผมวางไว้อยู่ตรงกลางๆ ระหว่าง “ที่ทำบุญ” และ “ที่ท่องเที่ยว” ประมาณ “ที่เรียนรู้” โดยต้องเติมคำว่า “รื่นรมย์” ต่อท้ายไปด้วยครับ
(ศักดิ์สิริ มีสมสืบ คนสอยดาว = แฟนเพจ, [email protected])
............
(หมายเหตุ เยี่ยมวัดหลังน้ำลด:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



