บันเทิง

Christmas Time

Christmas Time

13 ธ.ค. 2554

Christmas Time:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์

          เทศกาลแห่งการส่งความสุขก็เวียนมาอีกครั้งหนึ่งในปีนี้ แต่เป็นปีที่คนไทยได้รับความทุกข์แสนสาหัสจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น พื้นที่หลายแห่งก็สามารถกลับสู่ความเป็นปกติกันได้แล้ว แต่ยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งที่มีพี่น้องอีกจำนวนมาก ยังต้องทนทุกข์อยู่กับน้ำ ที่แม้จะลดระดับลงบ้างแล้วแต่ก็ยังท่วมสูงอยู่ดี ที่สำคัญน้ำเริ่มเน่าเหม็นและสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นตามมาคือเรื่องโรคระบาด
 
          ผมก็เข้าสู่โหมดความไม่ปกติตั้งแต่อาทิตย์ที่สองของเดือนตุลาคม ต้องอพยพออกจากบ้านไปอยู่ข้างนอกประมาณเกือบสามอาทิตย์ เงินที่กันไว้สองสามหมื่นก็หมดไปกับการป้องกันน้ำที่อาจจะเข้ามาท่วมถึงชั้นล่างของบ้าน หมดไปกับค่าใช้จ่ายในการอพยพการเตรียมการ ความเครียดที่เข้ามาเป็นเจ้าเรือน นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งและความขัดแย้งกันอยู่หลายครั้ง แม้แต่ในหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมคือระดับครอบครัว ความขัดแย้งนี้ก็มีเกิดขึ้นทั่วไป ขยายออกไปสู่ระดับชุมชน หมู่บ้าน ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับบนสุดคือรัฐบาล
 
          ประเด็นใหญ่ของความขัดแย้งอยู่ที่เรื่องว่า น้ำที่ว่าจะท่วมนั้นมันมีปริมาณขนาดไหน พวกหนึ่งก็ว่าคงไม่มากสามารถเอาอยู่ อย่าเป็นพวกกระต่ายตื่นตูมให้ต้องเสียเงินเสียทองไปเปล่าๆ อีกพวกก็ว่ามีปริมาณมากมหาศาลต้องเตรียมการให้มากกว่านี้ สาเหตุของความขัดแย้ง ทั้งหมดทั้งปวงนั้นก็คือ ”ความไม่รู้” ไม่มีใครรู้จริงเพราะไม่เคยประสบพบเห็นกับภัยธรรมชาติ ขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อน บวกกับความประมาท การขาดประสบการณ์ในการบริหารงานในยามวิกฤติซึ่งจะต้องวางแผนในระดับ Worse Case Scenario เอาไว้ก่อน คือกันไว้ดีกว่าแก้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ว่ามีพอทำได้หรือไม่ จากเหตุการณ์ครั้งนี้หลายคนรวมทั้งตัวของผมเองก็ได้บทเรียนราคาแพงกันไปโดยถ้วนหน้า ซึ่งคงจะได้นำความรู้นี้กลับมาใช้กันใหม่ในเวลาอันไม่ไกลไปจากนี้สักเท่าไหร่ ครับมันยังไม่จบแค่นี้หรอก
 
          ผมจำได้ติดตาเมื่อวันแรกที่ได้กลับมาบ้านและตื่นขึ้นมาในเช้าวันที่แสงแดดสดใส มีลมหนาวพัดมาอ่อนๆ เป็นวันที่มีความหมายมากๆ สำหรับผม เราก็คงมีวันแบบนี้อยู่หลายวันในชีวิตของเรา แต่ถ้าไม่ได้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาหมาดๆ ผมก็อาจจะมองไม่เห็นความสวยงามของวันนั้นได้อย่างเต็มตา ผมบอกกับตัวเองว่า "นี่ไงปัจจุบันอันสวยงาม ท้องฟ้าสีคราม มีเมฆ ขาวลอยอยู่ มองยอดไม้ที่ไหวเอนตามกระแสลม เสียงใบไม้กระทบกัน ลมเย็นมากระทบกาย จิบชาอุ่นๆ ที่อยู่ในมือ เรารักบ้าน หน้าบ้านเราไม่เคยสวยงามแบบนี้มาก่อนเลย” นึกถึงเนื้อเพลง “You’ll Never Walk Alone” ท่อนที่ว่า “At the end of the storm is the golden sky” ขึ้นมาทันที 
 
          มานึกได้อีกทีว่านี่ก็เดือนธันวาคมแล้ว เป็นเดือนที่พิเศษของผมตั้งแต่วัยเด็กเพราะเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาส เมื่อตอนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ผมจะมีหน้าที่วาดรูปบนกระดานดำเกี่ยวกับวันคริสต์มาสทุกปี และทุกครั้งที่ได้ยินเพลง Christmas Carol ต่างๆ มันทำให้ผมมีความสุขและมีความหวังขึ้นมาอย่างประหลาดได้ทุกปี จึงอยากจะแนะนำให้หามาฟัง ถึงจะไม่ได้ เป็นคริสตศาสนิกชนก็ตาม ทำนองเพลงนั้นๆ จะทำให้มีความสุขได้แน่นอน
 
          ช่วงนี้บรรดาค่ายเพลงต่างประเทศทั้งหลายก็มีอัลบั้มเพลงที่เกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาส ออกมากันหลายเจ้าทีเดียว ส่วนมากมักจะทำเป็นแบบสมัยใหม่เช่น Dave Koz ก็เรียบเรียง ออกแนว Fusion Jazz เล็กๆ ฟังสบายๆ Michael Buble’ ก็จะมีแนวป๊อปผสมบ้าง จะฟังแบบดั้งเดิมก็ Frank Senatra อัลบั้ม A Jolly Christmas from Frank Sinatra หรือจะฟังกันเป็นวัน ก็มี Christmas 101 ของค่าย Universal ที่รวบรวมเป็นบ็อกซ์เซตหกแผ่นก็ไม่เลว ส่วนตัวแล้ว ยังชอบแบบการขับร้องประสานเสียงแบบดั้งเดิม ฟังแล้วรู้สึกขลังและยกระดับจิตใจให้พองโตได้มากกว่า
 
          สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ

..........
(หมายเหตุ Christmas Time:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์)