
แต้มสี แต่งกวี เขียนเพลง
แต้มสี แต่งกวี เขียนเพลง:คมเคียวคมปากกา โดย... ไพวรินทร์ ขาวงาม
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนอ้าย
กลุ่มนักฝันบ้านนอก นำโดย คุณวสุ ห้าวหาญ, คุณศราวุธ ทุ่งขี้เหล็ก, คุณเมฆินทร์ เลอยุกต์ เขาจัดค่าย “แต้มสี แต่งกวี เขียนเพลง ครั้งที่ ๒” เมื่อปลายพฤศจิกายน ที่ผ่านมา สองคนแรก เป็นนักดนตรี-นักแต่งเพลง คนหลังเป็นปลัดเทศบาลตำบลภูผาม่าน ขอนแก่น งานนี้ผมดูจะเป็นวิทยากรรับเชิญที่อาวุโสที่สุดในกลุ่ม จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กล่าวรายงานต่อประธานเปิดงาน คือ นายปิยิน ตลับนาค นายอำเภอเมืองชุมแพ เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ถูกขอให้ไปทำหน้าที่ตรงนั้น ชนิดครึ่งทางศิลปินและครึ่งทางการแบบราชการ นอกจากประธานเปิดงาน ครู และนักเรียนร่วม ๑๕๐ กว่าชีวิตแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่หลายคนจากธนาคารออมสิน สาขาภูผาม่าน ผู้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงานใกล้หลักสองแสนบาท
นักเรียนที่ไปร่วมงานก็คัดเลือกมาจากแถวๆ โรงเรียนในอำเภอ ภูผาม่าน, ชุมแพ, ภูเขียว, แก้งคร้อ จากขอนแก่นข้ามไปชัยภูมิไม่ใกล้-ไม่ไกล แบบเพลงของ เพลิน พรหมแดน “ชุมแพพลเมืองหนาแน่น ดินแดนต่อแคว้นภูเวียง ภูเขียวอยู่ทิศเฉียงๆ ติดข้างเคียงเกษตรสมบูรณ์...” และนักเรียนที่สละเวลาสะดวกสบายไปอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร แบบไม่มีคลื่นโทรศัพท์ (แต่มีคลื่นความรักความคิดถึง) นั้น ทั้งหมดก็สมัครใจไป ด้วยสนใจใน “แต้มสี แต่งกวี เขียนเพลง”
คนลาวเรียกการวาดรูป การเขียนรูป ว่า “แต้มฮูป” หรือที่งานนี้เรียก “แต้มสี” ส่วนคำว่า “แต่งกวี” น่าจะเป็นภาษาปาก เต็มๆ คือ “แต่งบทกวี” หรือ “แต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน” สำหรับ “เขียนเพลง” ก็คือ “แต่งเพลง” หรือ “ประพันธ์บทเพลง” ทั้งแต่ง ทั้งแต้ม ล้วนเกี่ยวเนื่องเป็นกิ่งก้านสาขากัน
แบ่งเป็นสามฐาน-สามกลุ่ม ใครสนใจกลุ่มไหนก็เรียนรู้จากวิทยากรกลุ่มนั้น วิทยากรอื่นๆ ก็มี สุทัศน์ วงศ์กระบากถาวร, พรชัย แสนยะมูล, ไพบูลย์ ธรรมเรืองฤทธิ์, วสุ ห้าวหาญ, ศราวุฒิ ทุ่งขี้เหล็ก, ปริพนธ์ วัฒนขำ, สมชาย ตรุพิมาย, คมชาญ ราชคาม ฯลฯ ซึ่งหลายคนแม้มิใช่ดารานักร้องมีชื่อเสียง แต่ก็เป็นขวัญใจนักเรียนใต้ร่มไม้ เพราะงานนี้คุณครูก็ทำตัวเป็นผู้ฟังผู้เรียนรู้ร่วมกับนักเรียน คุณครูคนหนึ่งบอกผมว่า รู้สึกดีมากเลยที่เห็นเด็กๆ สนใจเรื่องศิลปะ มากกว่าตอนที่พวกเขาอยู่ในโรงเรียน
วิทยากรพิเศษอีกคนหนึ่ง ที่ประทับใจเหล่าเยาวชนก็คือ คุณประสิทธิ์ ตันอุด เจ้าหน้าที่แห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ทุ่งกะมัง เขาคือผู้ใช้เวลาช่วงหนึ่งฉายภาพยนตร์ชีวิตสัตว์ป่า พร้อมการบรรยายเนื้อหาสาระในแบบชีวิตจริงๆ ไม่มากทฤษฎีวิชาการเกินไป เพราะเขาอาศัยใช้ชีวิตอยู่ในป่า ชอบการบันทึกภาพเป็นชีวิตจิตใจ เคยได้รับรางวัลการประกวดภาพถ่ายหลายครั้ง และเคยมีผลงานภาพถ่ายพิมพ์เป็นเล่มใน “ลมหายใจใต้พระบารมี” ร่วมกับ วรรณชนก สุวรรณกร และ ณรงค์ สุวรรณรงค์ ใครขึ้นไปทุ่งกะมัง บริเวณอาคารจัดกิจกรรม จะเห็นหนังสือผลงานของเขา และ “ภาพถ่ายโปสการ์ด” รูปสัตว์ป่าจำหน่ายแบบหยอดเงินลงกล่อง ในนาม “อาเฌอ” ซึ่งก็คือนามแฝงของคุณประสิทธิ์ เขาบอกว่าเป็นคนสุรินทร์ เรียนจบมหาวิทยาลัยขอนแก่น สายมนุษยศาสตร์ แต่เลือกใช้ชีวิตอยู่ในป่าหลายปีแล้ว
ผมมีโอกาสพบเจอเขาสองครั้ง รู้สึกประทับใจ เพราะช่วงเวลาไม่ถึงชั่วโมงที่เขามีให้เรา นับเป็นช่วงเวลาที่หาไม่ง่าย ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือการบรรยายสั้นๆ ของเขา ทำให้เราเห็นโลกของป่า โลกของสัตว์ โลกที่น้อยคนนักในโลกจะได้ไปนั่งพินิจชิดชม ผมปีติ ตื้นตัน ตื่นเต้น และเชื่อว่าเยาวชนจากในตัวเมืองอึกทึก จะได้พบช่วงเวลาที่สงบ เงียบ และงาม อันอาจเป็นแรงบันดาลใจอื่นๆ ได้อย่างดียิ่ง
ทักษะการวาดรูป แต่งบทกวี แต่งเพลง ย่อมเรียนรู้ได้ ควบคู่กับการค้นพบสำนึกที่ดี และแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ !
อังคาร ๖ ธันวาคม ๒๕๕๔
...................
(หมายเหตุ แต้มสี แต่งกวี เขียนเพลง:คมเคียวคมปากกา โดย... ไพวรินทร์ ขาวงาม )



