บันเทิง

ทรงพระเจริญ

ทรงพระเจริญ

07 ธ.ค. 2554

ทรงพระเจริญ:มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

          วันที่ 5 ธันวาคม วันนี้ดิฉันปลื้มปีติใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอข่าว พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในพระบรมมหาราชวัง
 
          แม้แดดอ่อนจะเพิ่งส่องแสง ทว่า ตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินจากโรงพยาบาลศิริราชถึงพระบรมมหาราชวัง เนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรของพระองค์ 
 
          โดยเฉพาะในเขตพระราชฐาน มีข้าราชบริพารและประชาชนทุกหมู่เหล่าเดินทางมาร่วมแสดงความจงรักภักดี และถวายพระพรกันอย่างเนืองแน่น
 
          ดิฉันเชื่อว่าเวลาที่ผ่านไปแต่ละนาที เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข
 
          ยิ่งขณะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เสียงแซ่ซ้อง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องไม่ขาดสาย 
 
          ความสุขที่ได้เห็นพระองค์ แม้เพียงแค่ไม่นาน แต่ก็ประทับในใจของผู้มาเฝ้ารับเสด็จทุกคนแล้ว...
 
          ปลื้มใจแล้ว ขอโยงไปที่กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ที่รัฐบาลร่วมกับสำนักพระราชวังจัดขึ้น
 
          ดิฉันมีโอกาสพบท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ จึงสอบถามถึงเรื่องที่มีการพูดกันอย่างมากเหลือเกิน
 
          เพราะอยากทราบถึงสาเหตุในการยกเลิกการจัดกิจกรรมใน 2 ส่วนหลักอย่างกะทันหัน   
 
          คือ การแสดง แสง เสียง และสื่อผสม "วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา" ที่เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง ฝั่งพระบรมมหาราชวัง ซึ่งให้แสดงในคืนวันที่ 4 ธันวาคม เป็นครั้งสุดท้าย
 
          และการฉายภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ “84 ปีแห่งความเรืองรองของกรุงรัตนโกสินทร์” ที่บริเวณแนวกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านถนนหน้าพระลาน จากช่วงต้นด้านศาลหลักเมือง ถึงประตูวิเศษไชยศรี ที่จะจัดการแสดงในค่ำคืนวันที่ 5 ธันวาคม เป็นคืนสุดท้าย
 
          ทั้งที่ 2 งาน เป็นส่วนหนึ่งของ 9 กิจกรรมหลัก ระบุไว้ว่าจะเริ่มแสดงตั้งแต่วันที่ 3 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม รวม 7 วัน 7 คืน 
 
          ท่านยงยุทธ ชี้แจงว่า คณะจัดงานได้ปรึกษาถึงความเหมาะสมบางประการ และหลายฝ่ายเห็นว่าการแสดงมหรสพ อาจไม่ตรงพระราชประสงค์ที่ทรงอยากให้จัดงานอย่างเรียบง่าย เพราะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาอุทกภัย รัฐบาลจึงหาความพอดี และให้เกิดความสมดุลมากที่สุด จึงลดทอนการจัดงานบางส่วนลง
 
          นอกจากนี้การจุดพลุเฉลิมพระเกียรติก็จำเป็นต้องงดด้วย
 
          ฟังแล้วหลายคนอาจยังไม่คลายสงสัย ก็คงต้องสืบสาวกันต่อไป
 
          แต่หากนึกถึงการเสด็จพระราชดำเนินในยามที่ทรงพระประชวร เพื่อให้พสกนิกรได้เข้าเฝ้าและชื่นชมพระบารมีอย่างวันนี้ ดิฉันว่าแค่นี้ก็มากเกินกว่าการจัดกิจกรรมใดๆแล้ว