บันเทิง

บอกรักพ่อ...บอกรักดังๆ

บอกรักพ่อ...บอกรักดังๆ

07 ธ.ค. 2554

บอกรักพ่อ...บอกรักดังๆ:มองนอกดูใน โดย... แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

          ลมหนาวต้นเดือนธันวาคมมาเยือนพร้อมกับความเป็นปกติของเสถียรธรรมสถาน เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เสถียรธรรมสถานได้เปิดนิทรรศการ “หัวใจพ่อ...หัวใจโพธิสัตว์” พร้อมกับแสงอรุณของพระอาทิตย์ที่ขึ้นมากระทบกับสายน้ำที่สว่างจนกระทั่งเกิดมิติทางจิตวิญญาณของคนไทยที่จะ “บอกรักพ่อ...บอกรักดังๆ” พระบรมสาทิสลักษณ์ที่เป็นฝีมือของอาจารย์กวง (ธีระพันธุ์ ลอไพบูลย์) มากกว่า 10 รูปที่รายเรียงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ของเสถียรธรรมสถาน ดูงดงามเป็นพิเศษท่ามกลางลมหนาวที่มากระทบกาย และแสงสว่างที่ลอดผ่านใบไม้ลงมากระทบรูปนั้นเล่าก็ระยิบระยับจนทำให้เห็นหัวใจของลูกหลานไทยที่กำลังตั้งสัจจะกับตัวเองว่าจะออกไปเสาะหาเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เขารู้สึกประทับใจนำมาทำเป็นสารคดีภาพ ซึ่งเป็นสารคดี Unseen ในหลวงที่คนไทยรัก
 
          เช้าของวันแถลงข่าวที่ 5 ธันวาคม สมาชิกในครอบครัวที่มีหัวใจของพ่อเบิกบานเป็นพิเศษ ด้วยการได้ร่วมตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งของการแถลงข่าว Share Smiles For His Majesty : Unseen ในหลวงที่คนไทยรัก  ซึ่งเสถียรธรรมสถานได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในวันนั้น เต็มไปด้วยการทำงานที่มีกลิ่นไอของคนอีกรุ่นหนึ่งที่อยากรู้อยากเห็น เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาได้ตั้งคำถามว่า “ทำไมพระเจ้าอยู่หัวจึงรักพสกนิกรชาวไทยเหลือเกิน”, “ทำไมหัวใจของพ่อจึงเต็มไปด้วยการทรงงานอย่างหนักเพื่อทำให้ประชาชนเป็นสุข”
 
          เมื่อเด็กๆ ตั้งคำถามเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงมอบหมายให้เด็กๆ ลองสืบค้น และเด็กๆ ก็ลงมือปฏิบัติทันทีเพื่อหาคำตอบให้กับคำถามที่พวกเขาเป็นผู้ตั้งขึ้น  เมื่อยิ่งค้น...ก็ยิ่งพบ! และยิ่งพบ...รอยยิ้มของเด็กๆ ก็ยิ่งสดใส! เพราะรู้แล้วว่า...ทำไมพระเจ้าอยู่หัวจึงรักพสกนิกรชาวไทยเหลือเกิน...และ...ทำไมหัวใจของพ่อจึงเต็มไปด้วยการทรงงานอย่างหนักเพื่อทำให้ประชาชนเป็นสุข และนี่คือตัวอย่างที่เด็กๆ ช่วยกันสืบค้นและนำมานำเสนอด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยปีติที่ได้เกิดมาเป็นพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...
 
          “เมื่อปีพุทธศักราช 2532  ปรากฏเรื่องเล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่ง เมื่อ  มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช  กราบบังคมทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “พระองค์เคยทรงเหนื่อย ทรงท้อบ้างหรือไม่” ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสตอบว่า  “ความจริงมันน่าท้อถอยหรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเกิน เดิมพันของเรานั้น คือบ้าน คือเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ”
 
          เมื่อปีพุทธศักราช 2503 ปรากฏเรื่องเล่าขานกันว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก ผู้สื่อข่าวอเมริกันคนหนึ่งได้กราบบังคมทูลถามเป็นประโยคสั้นๆ ว่า “ทำไมพระองค์ทรงเคร่งขรึมนัก ไม่ทรงยิ้มหรือพระสรวลบ้างเลย” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหันพระพักตร์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ พร้อมตอบคำถามนักข่าวคนนั้นไปว่า  “นั่นไง...ยิ้มของฉัน หรือ She’s my smile”  และเมื่อนักข่าวได้มองไปที่สมเด็จพระราชินี  พระองค์ทรงยิ้มให้กับนักข่าวต่างประเทศเหล่านั้น”
 
          และเมื่อเราได้ทดลองถ่ายสารคดี Unseen ของในหลวงที่คนไทยรัก ขึ้นมา 2-3 ตอน ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ก็ทำให้เด็กๆ ต่างพร้อมใจกันตั้งสัจจะว่า “ฉันขอสัญญาว่าฉันจะออกไปตามหา Unseen ของในหลวง”  จำนวน 99 เรื่อง  เพื่อแสดงผลงานในวันเด็กแห่งชาติ เสาร์ที่ 14 มกราคม 2555
 
          เพราะเด็กๆ ทุกคนรักและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนี้ พวกเขาจะไม่เก็บความรักไว้เพียงในใจ แต่พวกเขาจะ “บอกรักพ่อ...บอกรักดังๆ” คือความรักของพ่อที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพวกเขา และพวกเขาจะทำให้ยิ้มของลูกเป็นความสุขที่ทำให้พ่อชื่นใจให้ได้
 
          พวกเราทุกคนต่างก็ได้รับสิทธิ์นั้น...คือสิทธิ์ที่จะ “บอกรักพ่อ...บอกรักดังๆ” 
 
          ขอเชิญ “บอกรักพ่อดังๆ” ได้ที่ www.sdsweb.org/sharesmiles วันนี้
 
"ธรรมสวัสดี"

ล้อมกรอบ
 กองบังคับการปราบปรามร่วมกับวัดพระราม 9 และเสถียรธรรมสถาน จัดกิจกรรมตามโครงการ “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” จัดทำโครงการ “ร่วมใจขนถุงทรายเข้าวัด” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา โดยได้แถลงข่าวที่เสถียรธรรมสถาน เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ที่มีถุงทราย ร่วมใจกันนำถุงทรายเข้าวัด เพื่อความเป็นมงคล และความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งจะเป็นการให้ทานอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากประชาชนผู้ยากจนสามารถนำทรายดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย ผู้ประสงค์จะขนทรายเข้าวัดดังกล่าว กรุณาแจ้งความประสงค์ได้ที่กองบังคับการปราบปราม สายด่วนหมายเลข 1195 บริการ 24 ชั่วโมง  วัดพระราม 9 หมายเลขโทรศัพท์ 02-719-7676 เสถียรธรรมสถาน  หมายเลขโทรศัพท์ 02-519-1119, 084-557-5123 หากผู้ใดไม่สะดวกในการขนส่งถุงทราย โปรดแจ้งมาที่ กองบังคับการปราบปราม ตามสายด่วนดังกล่าว เพื่อจะได้ประสานกับหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง รวมทั้งวัดที่อยู่ใกล้เคียง เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งถุงทราย