บันเทิง

อ่า องค์ ‘อัครศิลปิน’...แห่งแผ่นดินสยาม

อ่า องค์ ‘อัครศิลปิน’...แห่งแผ่นดินสยาม

07 ธ.ค. 2554

อ่า องค์ ‘อัครศิลปิน’...แห่งแผ่นดินสยาม:แขกรับเชิญ

          "ดิฉันรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่เกิดมาใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช”

          คำปรารภของศาสตราจารย์ ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ ผู้เรียบเรียง หนังสือ อัครศิลปินแห่งแผ่นดินสยาม ซึ่งเสนอเรื่องราวกล่าวถึงพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  9  สาขา  คือ  ด้านจิตรกรรม  ด้านประติมากรรม  ด้านศิลปะการถ่ายภาพ  ด้านหัตถศิลป์  ด้านดุริยางคศิลป์  ด้านนาฏศิลป์  ด้านวรรณศิลป์  ด้านวาทศิลป์  และด้านสถาปัตยศิลป์  

0 จุดเริ่มจากแรงบันดาลใจ
          “ความที่เราทำงานวิชาการและชอบอ่านหนังสือ   เมื่อได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม  วรรณคดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุครัตนโกสินทร์ที่ใกล้ตัวเรา  เราจะเห็นพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกระทำเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม 
 
          เมื่อทำงานเป็นข้าราชการ  ก็ยิ่งถือว่าตนเองได้เป็นส่วนหนึ่งที่มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่การงานรับใช้หลวง  และอยากจะทำหน้าที่การงานของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้   เมื่อมีงานส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับการเทิดพระเกียรติของพระองค์ท่าน   ก็พอใจและภูมิใจที่ได้ทำ    เมื่อหลายปีมาแล้ว  ผู้อำนวยการหออัครศิลปิน  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ขอให้ดิฉันเขียนบทเทิดพระเกียรติความเป็นองค์อัครศิลปินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อจะนำเสนอทางเว็บไซต์ของหออัครศิลปิน นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ก็ว่าได้ค่ะ”  


0 สู่ปีมหามงคล...(ซับเฮด)
          “ดิฉันตั้งใจว่าในปีนี้จะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเทิดพระเกียรติของพระองค์ท่าน  จึงเรียบเรียงข้อเขียนที่ทำให้หออัครศิลปินขึ้นใหม่  เมื่อคิดแล้วก็รีบลงมือทำทันที  ได้อ่าน ค้นคว้าและเขียนทุกวันอย่างมีความสุขจนเสร็จ    ใช้เวลาในการเรียบเรียงประมาณเดือนหนึ่งค่ะ  ความที่คุ้นเคยกับบรรณาธิการ ขวัญเรือน ดิฉันก็เจรจาทาบทามเพื่อลงเผยแพร่ใน ขวัญเรือน ให้จบตอนสุดท้ายในต้นเดือนธันวาคม  และตั้งใจไว้แต่ต้นว่าค่าเรื่องขอถวายเป็นพระราชกุศลโดยมอบให้กองทุนขวัญเรือนไปทำกิจกรรมอันเกิดประโยชน์แก่เด็กและโรงเรียนในท้องถิ่นชนบทค่ะ   ส่วนในการพิมพ์เป็นเล่ม หนังสือส่วนใหญ่ของดิฉันจัดพิมพ์โดย พิมพ์คำสำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์  ซึ่งก็พิมพ์เสร็จทันวันเฉลิมพระชนมพรรษาพอดี”  


0 ในระหว่างการเรียบเรียง มีตอนใดที่ประทับใจ
          “มีหลายตอนค่ะ ขอยกตอนหนึ่งคือ  เนื้อความที่ศาสตราจารย์ปรีชา  เถาทอง  ศิลปินที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทวาดภาพประกอบพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก  เล่าให้ดิฉันฟังว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งว่า พระองค์มิได้มีพระราชประสงค์ให้ประชาชนคิดว่าพระองค์ คือพระมหาชนก   หากแต่มีพระราชประสงค์จะให้ประชาชนทุกคนเป็นดั่งพระมหาชน แสดงให้เห็นว่าทรงกระตุ้นเตือนให้ประชาชนของพระองค์ยืนหยัดด้วยตนเอง ทรงเชื่อมั่นว่าหากทุกคนมีความเพียร  มีปัญญา และมีพลังแล้ว  ก็จะสามารถนำประเทศชาติไปสู่ความเจริญได้  ดังที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า “มิถิลาไม่สิ้นคนดี”

          ยิ่งอ่านมากก็ยิ่งพบว่าความเป็นอัจฉริยะของพระองค์ท่านมิได้เกิดจากพรสวรรค์เท่านั้น  แต่เกิดจากพระองค์ทรงแสวงหาความรู้ทั้งจากตำรา  จากผู้รู้  จากศิลปินคนอื่น  และจากการที่ทรงทดลองทำด้วยพระองค์เอง   นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นอัครศิลปิน  ด้วยผลงานศิลปะที่โดดเด่นล้ำเลิศที่เป็นยอมรับยกย่องทั้งหมู่ศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว ยังทรงอุปถัมภ์ศิลปินและวงการศิลปะของไทยเสมอมา  ทั้งพระราชทานกำลังใจ  พระราชทานข้อคิด  และบางครั้งพระราชทานทรัพย์ด้วยค่ะ”


0 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84  พรรษา  คนไทยจะทำสิ่งใดเพื่อในหลวงของเรา
          “ทำความดีค่ะ”  อาจารย์รื่นฤทัยกล่าวสั้นๆ นัยน์ตาเป็นประกาย กล่าวสรุปว่า
           
          “ฟังดูเหมือนคำพูดง่ายๆ แต่หากเราทำความดี  ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดี  ดีแก่ตัวเรา  ดีแก่ผู้อื่น  ดีแก่ส่วนรวม  ดีแก่ประเทศชาติ  ดีแก่โลก  เพราะผลสะเทือนแห่งความดีจะขยายจากวงเล็กๆ ไปสู่วงที่กว้าง  และจากวงที่กว้างก็จะย้อนกับมาสู่ตัวเราที่เป็นวงเล็กๆ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงานอย่างหนักเพื่อบำบัดทุกข์  บำรุงสุขให้แก่ปวงชนชาวไทยมาเป็นเวลายาวนาน  แม้ขณะทรงพระประชวร  พระองค์ก็ทรงเป็นทุกข์กับความเดือดร้อนของประชาชนตลอดเวลา เราก็น่าจะทำความดีถวายพระองค์โดยพร้อมเพรียงกัน อันจะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสุขด้วยค่ะ”