
'คิดถึง'จิตวิญญาณของความเป็น'โดม'
'คิดถึง' จิตวิญญาณของความเป็น 'โดม'
เมื่อ 10 ปีที่แล้วทุกคนรู้จัก “โดม” ปกรณ์ ลัม ในฐานะศิลปินชายเดี่ยวของค่าย “อาร์เอส” วันเวลาผ่านไปหนุ่มคนนี้ คนรู้จักเขาในนาม “โดม” แห่งวง “โนโลโก้” จนดูเหมือนว่าเขาคงไม่กลับมาทำงานเพลงอัลบั้มเดี่ยวแล้ว แต่เมื่อไม่นานนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หลัง “โดม” ประกาศยุบวง “โนโลโก้” แล้วหันไปเล่นละคร จนหลายคนคิดไปแล้วว่าโดมคงหันหลังให้วงการเพลงแล้ว แต่ปรากฏว่าผิดคาดเมื่อ โดม หันมาจับไมค์ออกอัลบั้มเดี่ยวอีกครั้งในรอบ 10 ปี เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลแรกเพลง คิดถึง ซึ่งแน่นอนว่าคอนเซ็ปต์ของการกลับมาครั้งนี้ย่อมไม่ธรรมดา
"หลังจากที่ โนโลโก้ แยกตัวกันไป ผมคิดทบทวนหลายอย่างว่าจะยังไงต่อไปดี และได้บทสรุปกับตัวเองว่ายังไงก็ไม่มีวันทิ้งสิ่งที่ผมรักที่สุดไปได้นั่น คือการทำงานเพลง เพราะฉะนั้นผมเลิกไม่ได้ งานเพลงเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม ผมสามารถทำเพลงได้ตลอด ทำแล้วไม่เหนื่อย คือเหมือนเป็นการชาร์ตแบต หลังจากที่ผมไปทำงานอื่นๆ ผมคิดถึงบรรยากาศของการได้ทำเพลง ได้เล่นคอนเสิร์ต ได้ไปซึมซับความสนุกของแฟนเพลงที่เขามาชมคอนเสิร์ตเรา มันคิดถึงจริงๆ” โดมเริ่มเกริ่นก่อนจะเล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อเขาตั้งใจที่จะกลับมาทำงานเพลงอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองทำให้เขาต้องรวบรวมทีมกลับมาอีกครั้ง
“ผมเลยเริ่มก่อก่อร่างสร้างตัวรวบรวมทีมซึ่งใช้เวลานาน และเริ่มทำเพลงคิดถึง ด้วยการเอาความรู้สึกของเราที่มีมาเป็นคอนเซ็ป ก่อนจะมาทำด้วยการหาโจทย์ใหม่ๆ นั่งคิดกันนานมาก จนมันมาถึงจุดหนึ่งที่เรามาสะดุดว่าเราจะหาโจทย์ใหม่ไปไหน เพราะคนเห็นโดมมาทุกแบบแล้ว ทุกมุมจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่คนไม่เห็นผมมาตั้งนานแล้วคือความเป็นผมจริงๆ” นักร้องหนุ่มบอก
ซึ่ง “โดม” เล่าว่าการทำงานเพลงของตัวเองเดินทางมาเรียกว่านานกว่า 15 ปีในวงการเพลง ก่อนที่เขาจะถูกเติมแต่ง เขาอยากที่จะย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้วในตอนที่เป็น “เด็กชาย ปกรณ์ ลัม”
“ผมย้อนกลับไปหาอะไรเก่าๆ ที่เก็บไว้มาดู ทั้งรูปติดบัตรเก่าๆ หน้าเด๋อๆ เสื้อผ้าเก่าๆ ตัวเล็กที่ใส่ไม่ได้แล้ว รูปแฟนเก่า คือทุกอย่างมันมีผลหมดกับการที่เป็นเราในวันนี้ ของทุกอย่างมันทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละความจริง ทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตเราก่อนหน้านี้ เป็นตัวหล่อหลอมให้เราเป็นแบบนี้” ศิลปินหนุ่มเล่า และเริ่มพูดถึงว่าการทำเพลงสมัยนี้ต่างจากสมัยก่อน
“การทำงานเพลงสมัยนี้มันฉาบฉวย คือเพลงในเลิกฮิตก็เลิกทำ ดูมันง่ายเกินไป ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่การทำงานเพลงมันดูตรึกตาตรึงใจไม่ได้ไปมาเร็วเหมือนสมัยนี้ พอเริ่มมองเห็นตรงนี้ มันเหมือนเรามาะถูกทางแล้ว เราเลยคิดเลยว่าโดมชุดนี้จะต้องไม่ประดิษฐ์ โดมชุดนี้จะต้องไม่พยายามที่จะสร้างภาพให้ดูนำสมัย โดมในชุดนี้ต้องเลิกคิดว่าเพลงแบบไหนจะเป็นซาวน์ดนตรีที่ล้ำ แต่มันเริ่มด้วยการกลับไปหาอะไรที่ง่ายๆ แต่ร่วมสมัย ถึงเวลาแล้วที่ผมจะได้เป็นตัวเองจริงๆ เป็นโดมที่จับต้องได้ ไม่ได้เป็นสตาร์เหมือนอย่างที่ใครๆ พูด” โดมแจง
โดยนักร้องหนุ่มเผยว่าแนวดนตรีในอัลบั้มนี้เป็นแนวป็อป แต่เป็นป็อบแบบร่วมสมัย ที่ยังมีซาวน์อิเล็กทรอนิกส์ในแบบที่ตนเองถนัด แต่เนื้อหาความรู้สึกที่โดมอยากที่จะส่งไปหาแฟนเพลงเป็นแนวป๊อปมาก
“ตลอดมาจะมีคนถามว่าเพลงของผมประดิษฐ์ จับต้องยาก ซึ่งเพลงนี้ไม่ใช่คือเป็นเพลงที่ฟังได้เข้าใจทันที ไม่ใช่ฟังรอบแรกไม่เข้าใจ ต้องมาฟังอีกหลายๆ ครั้ง มันคงไม่ใช่ตรงนั้น มันเป็นการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา อยากให้ฟังรู้เรื่อง โดมอยากเล่าเรื่องเหมือนคนธรรมดา จริงๆ แล้วทุกคนมองว่าโดมจะมีโหมดคนเดินดินธรรมดาไหม ซึ่งโดมมีตรงนั้น แต่คนอาจไม่เคยเห็น เพราะอาจมีภาพหรือมีอะไรที่ครอบผมอยู่ อัลบั้มนี้ผมเลยอยากแสดงให้คนอื่นเห็นว่าผมเป็นคนธรรมดา มีปม มีรัก มีหลง มีมุมอื่นๆ เหมือนกับที่คนอื่นเป็น ซึ่งทุกคนจะได้เห็นมุมนั้นของผม ในอัลบั้มนี้แน่นอน” นักร้องรูปหล่อกล่าวทิ้งท้าย



