บันเทิง

ทรัพย์ลอยไป

ทรัพย์ลอยไป

01 ธ.ค. 2554

ทรัพย์ลอยไป:รู้ทันกฏหมาย โดย... ศรัณยา ไชยสุต

           ในเวลาที่น้ำไหลไปทั่วประเทศไทยอย่างนี้ ก็จะมีทรัพย์ลอยมากับกระแสน้ำมากมาย หลายอย่างไม่อยากรับไว้ เพราะเป็นขยะและของเสียซึ่งมากมายกว่าของมีค่าเป็นไหนๆ น้ำมาของหาย  หากไม่ใช่ถูกขโมยไปแต่เพราะมันลอยจากไปด้วยกระแสน้ำ เรามีสิทธิติดตามเอาคืน 

          บรรดาข้าวของที่ล่องลอยไป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในบ้านช่องห้องแถว ถือว่าเป็นทรัพย์ที่มีเจ้าของ   ต้องถือว่าเป็นที่เข้าใจ จะทำตาแป๋วไม่มีแววกฎหมาย คิดว่าเจ้าของเขาไม่เอาแล้วนั้นไม่ได้ ต้องสันนิษฐานกันไว้ก่อนว่า เจ้าของเขา เอาอยู่
 
          หากหยิบฉวยฉกไว้จะมีความผิดตามกฎหมายฐานลักทรัพย์ ไม่จำเป็นต้องรู้ตัวคนเป็นเจ้าของแต่ต้องได้ความว่าเราทราบแก่ใจว่าไม่ใช่ของเราและเอาไว้เป็นของตน เป็นเจตนาทุจริตผิดกฎหมาย
 
          หากของลอยมาก็น่าเสียดายหากจะปล่อยให้ลอยไปออกอ่าวไทย ตามกฎหมายเรียกว่าเป็นของตกของหาย หากเก็บได้ก็ต้องส่งคืนให้เจ้าของเขาไป แต่ในภาวะที่มันลอยมาลอยไป ยากที่จะรู้ได้ว่าเป็นของใคร กฎหมายกำหนดเอาไว้ให้ต้องส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้ภายใน 3 วัน เกิดมีคนมาทวงระหว่างเราล่องเรือไป ก็ต้องให้แน่ใจว่าไม่ใช่หัวขโมยมาลักไก่ เพื่อความแน่ใจก็ชวนกันไปโรงพักด้วยกันเลยเป็นดี จะได้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานถึงการเก็บได้และการมาเรียกร้องรับคืนไป
 
          ตามหลักเจ้าของที่ทรัพย์หายก็คงไปสอบถามตามหาเอาจากโรงพักเป็นหลักอยู่แล้ว  และเมื่อวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ คนเก็บได้ก็มีรางวัล ดังนั้น จึงต้องให้ทำบันทึกกันไว้เป็นหลักฐาน งานนี้กฎหมายกำหนดให้ได้ร้อยละสิบในจำนวนมูลค่าทรัพย์ที่ไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนเกินกว่านั้นยังต้องตบรางวัลอีกร้อยละ 5
 
          ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์นิ่งๆ หรือวิ่งได้ ก็ต้องทำตามกฎหมายอย่างนี้ทุกกรณีไป เจอน้องหมาท่าจะต้องการความช่วยเหลือ ก็ต้องเก็บมันขึ้นมาจากน้ำเอาไว้ หรือเห็นมันถูกทิ้งไว้ก็ต้องพาไปจากพื้นที่หายนะ  แม้หมาจะเป็นทรัพย์ตามกฎหมาย แต่มันก็มีชีวิตและมีจิตใจ และก็ต้องส่งมอบให้หน่วยงานที่เหมาะสมดูแลต่อไปเช่นกัน ไม่จำต้องเป็นตำรวจเสมอไป
 
          เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องไว้ถือเป็นหน่วยงานที่ทำความดีความชอบ เจ้าของต้องให้ค่าธรรมเนียมแก่หน่วยงานนั้นด้วย นอกเหนือจากเงินที่จ่ายตบรางวัลแก่คนเก็บได้แล้ว ในอัตราร้อยละ 2.5 ของค่าทรัพย์สินนั้นแต่ไม่ต้องเกิน 100 บาท ประมาณว่าติดปลายนวมให้ไว้ แต่หากจะให้มากกว่าเท่าไหร่แก่ผู้ใดก็เป็นเรื่องความพอใจส่วนตัว
 
          เมื่อได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่เจ้าของก็ไม่มารับเอาไปหลังจากนั้นเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว ให้ตกได้แก่ผู้เก็บทรัพย์นั้นเลย แต่ต้องไม่ใช่โบราณวัตถุซึ่งต้องตกเป็นของแผ่นดิน และได้รับรางวัล ร้อยละสิบเท่านั้น