
เจมส์ เบลคผู้หลอมรวมซาวด์ใหม่
เจมส์ เบลคผู้หลอมรวมซาวด์ใหม่:กวนเพลงให้น้ำใส โดย... อนันต์ ลือประดิษฐ์
ด้วยวัยเพียง 23 ปี เจมส์ เบลค ได้รับการยอมรับและเป็นที่สนใจของสื่อในอังกฤษอย่างสูง เขาเป็นหนึ่งในศิลปินหน้าใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “สุ้มเสียงบีบีซี แห่งปี 2011” (BBC Sound of 2011)
ผลงานชุดแรกของเขา ซึ่งมีชื่อเดียวกับตัวเอง ยังเป็น 1 ใน 12 ผลงานยอดเยี่ยมแห่งปี 2011 บนเวที “เมอร์คิวรี ไพรซ์” ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่ต้องยกรางวัลนี้ให้แก่ พีเจ ฮาร์วีย์ กับผลงาน “เล็ท อิงแลนด์ เชค”
กระนั้น เพียงแค่ผลงานชุดแรก ซาวด์ดนตรีของ เจมส์ เบลค ช่างเต็มไปด้วยความสดใหม่ ไม่เหมือนใคร จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่เจ้าตัวเปิดเผยให้ฟังว่า เขาเริ่มหันมาชื่นชอบดนตรีแบบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ขณะกำลังเรียนที่มหาวิทยาลัยโกลด์สมิธ ในลอนดอน
จนเมื่อได้ไปคลับและฟังดีเจที่คลับเหล่านั้น เล่นเพลงแนว “ดั๊บสเต็ป” ก็ทำให้ทัศนคติต่อเพลงคลับมิกซ์หรือแดนซ์เปลี่ยนไป และกลายเป็นแรงขับดันให้สร้างสรรค์งานเพลงออกมา
เราพอจะนิยามผลงานของ เจมส์ เบลค ได้ว่า เป็นเพลงที่มีสุ้มเสียงเฉพาะ แต่ผู้ฟังอาจไม่ทันสังเกตเห็น เพราะทันทีที่แทร็ก “ลิมิต ทู ยัวร์ เลิฟ” ค่อยๆ ดังขึ้น จากนั้น จู่ๆ สุ้มเสียงดนตรีก็ค่อยๆ เบาลง และล่องลอยหายไปกับบรรยากาศรอบข้าง
อย่างไรก็ดี ทันทีที่คุณสวมเฮดโฟน และลองเล่นซ้ำแทร็กเดิมอีกครั้ง คราวนี้คุณพร้อมจะหยุดหายใจ ดื่มด่ำเก็บรายละเอียดทุกถ้อยคำ จากทุกซาวด์ที่เผยตัวตนออกมา
ความน่าสนใจของงานคัฟเวอร์ “ลิมิต ทู ยัวร์ เลิฟ” ซึ่งเป็นผลงานดั้งเดิมของศิลปินสาวนาม “ไฟสต์” นั้น เรียกว่า เจมส์ เบลค “ทำน้อย-ได้มาก”
เพียงหยิบท่อนสร้อยของเพลงมาเรียบเรียงใหม่ ด้วยซาวด์แบบกอสเปล ผนวกกับเสียงร้องในแนวทางโซล และการมิกซ์อิงกลิ่นอายอิเล็กทรอนิกส์ ผลลัพธ์ที่ได้ จึงเป็นแทร็กที่สร้างชื่อให้แก่ เจมส์ เบลคในวงกว้าง จนเราแทบจะลืมเวอร์ชั่นเก่าไปอย่างสิ้นเชิง
เจมส์ เบลค ยอมรับว่า ตัวเขาเองยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเพลงที่ทำออกมานั้น เป็นแนว ‘ดั๊บสเต็ป’ หรือไม่ แค่ต้องการทำอะไรที่ไม่เหมือนใคร อาจจะเรียกว่าทดลองทำโดยใช้สัญชาตญาณมากกว่า ซึ่งสำหรับแนวเพลง ‘ดั๊บสเต็ป’ นี้ ที่จริงก็เป็นแนวเพลงที่เปิดกว้าง คล้ายๆ เบ้าหลอมรวมของเพลงหลายสไตล์ และซาวด์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน
ไม่เพียงเท่านั้น เด็กหนุ่มคนนี้ยังได้เบ้าหลอมทางดนตรีที่ดีอันติดตัวมาแต่กำเนิด
เจมส์ เบลค เกิดและเติบโตทางตอนเหนือของลอนดอน อีกหนึ่งศูนย์กลางวงการดนตรีของโลก มีมารดาเป็นกราฟฟิก ดีไซเนอร์ ที่มีชื่อเสียงในอังกฤษ ส่วนบิดาเป็นนักดนตรี เขาเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เติบโตมากับดนตรีหลากหลายแนว โดยส่วนมากเป็นคอลเล็กชั่นเพลงแจ๊ส คลาสสิก โซล และอาร์แอนด์บีของพ่อแม่นั่นเอง
หลายๆ แทร็กในงานชุดแรกของเขา มีเสียงสังเคราะห์คล้ายเสียงออร์แกน หรือไม่ก็เปียโน ที่เสมือนเป็นบรรยากาศในโบสถ์ ประกอบกับแนวทางการร้องแบบโซลที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปินรุ่นใหญ่ อย่าง สตีวี วันเดอร์ หรือ เรย์ ชาร์ลส์ อย่างไม่ตกสงสัย ดังกรณีของ “ไอ เนเวอร์ เลิร์นท์ ทู แชร์” ซึ่งมีองค์ประกอบในแนวทางโซลเด่นชัด
เจมส์ เบลค คืนกลับสู่รากเหง้าของบทเพลงแต่ครั้งอดีต ด้วยสุ้มเสียงการร้อง พร้อมๆ กับรังสรรค์สิ่งใหม่ ด้วยพื้นที่ว่าง ความเงียบ ดีไซน์จังหวะในแต่ละแทร็ก และซาวด์ของออร์แกนที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นเสียงสังเคราะห์ที่แยกชั้นชัดเจน ล่องลอย และฟุ้งกระจายออกมา
โดยภาพรวม งานชุดนี้เหมาะสำหรับการฟังในบรรยากาศสลัวลาง ระหว่างที่คุณอยู่คนเดียว



