บันเทิง

คิดถึงบ้าน

คิดถึงบ้าน

30 พ.ย. 2554

คิดถึงบ้าน:มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

           เห็นต้นฉบับบทกวีของ ชมัยภร แสงกระจ่าง ตั้งแต่วันงานคอนเสิร์ต "เติมน้ำใจ ใส่หนังสือ" ที่ พาร์ค พารากอน วันก่อน แต่ไม่มีโอกาสได้ยินเสียงสดๆ เพราะอดีตนายกสมาคมนักเขียนท่านนี้เพิ่งจะแต่ง หลังจากหนีไปพำนักที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมใหญ่
 
          เป็นอารมณ์ความรู้สึกของคน "คิดถึงบ้าน" ที่อาจจะได้ยินร่ายลำนำกวีบทนี้ ในงาน ‘รวมน้ำใจให้เพื่อน’ วันที่ 3 ธันวาคมนี้ ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ งานที่ต่อยอดจากงาน "เติมน้ำใจฯ" เพื่อช่วยนักเขียนประสบอุทกภัย งานหลังนี้จัดโดยสมาคมนักเขียนฯ, สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 
 
          วันนี้ขอนำมาเผยแพร่เป็นความในใจของนักเขียนคนหนึ่งที่ร่วมเผชิญปัญหาไม่ต่างจากคนอื่นๆ ....ชื่อบทกวี  "คิดถึงบ้าน"
            น้ำดั้นด้นค้นหาประสาน้ำ
          ทั้งลัดเลาะลอดต่ำวกเวียนไหล
          ที่กักกั้น น้ำไม่พ้อต่อว่าอะไร
          ยังตั้งอกตั้งใจไปหาทาง
            เดี๋ยวเวียนซ้ายเวียนขวาถอยหน้าหลัง
          เดี๋ยวครืนคลั่งโผนพุ่งลงทุ่งกว้าง
          เดี๋ยวลดลงเรียบร้อยค่อยรินราง
          เดี๋ยวผึงผางผกผันน่าพรั่นพรึง
            น้ำก็เป็นไปมาประสาน้ำ
          ที่ใดต่ำก็ลงชิดด้วยคิดถึง
          ที่ใดสูงก็ล้อมไว้ใจตราตรึง
          น้ำลึกซึ้งรู้ว่าอะไรควร
            มีแต่คนเท่านั้นที่ขวัญหาย
          ทั้งยกย้ายอพยพกันครบถ้วน
          ที่รินหลั่งกระทั่งกระแทกแตกกระบวน
          ก็เพราะคนแล้วล้วนกระทบกัน
            คนดูแลก็ไม่ใคร่ดูแล
          มีอำนาจทว่าแต่ไม่มุ่งมั่น
          ใครทำได้ทำไปใครดื้อรั้น
          ใครตะบันใครแตะแบงก็แรงใคร
  
     ๒

            มีอำนาจสูงสุดแต่สุดคิด
          มีมือไม้แต่ไร้ทิศจะทำให้
          มีเงินงบแต่งุบงิบอุบอิบใช้
          มีหัวใจเอาแต่พวกบวกแต่ตน
            น้ำไม่รู้ น้ำไม่เห็น น้ำเป็นน้ำ
          คนล้มคว่ำล้มหงายตะกายบ่น
          น้ำก็ยังลัดเลาะเซาะบ้านคน
          แวะเยี่ยมยลทายทักรักเหลือใจ
            เหลือแต่บ้านทิ้งร้างเป็นทิวแถว
          น้ำใจแป้วงงงันและหวั่นไหว
          โอ้ กรุงเทพฯ ค่อยจูบลาด้วยอาลัย
          แล้วเรื่อยไหลรินลาน้ำตานอง
            จูบสมุทรสุดรักลาจากแล้ว
          น้ำเคยใสเป็นแก้วกลับหม่นหมอง
          โอ้ กรุงเทพฯ ดำนักไม่อยากมอง
          สุดครรลองน้ำบรรจงลงทะเล

 ชมัยภร  แสงกระจ่าง
 ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔