
มาคิดบวกกันดีกว่า
มาคิดบวกกันดีกว่า:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์
เป็นเวลา 45 วันเต็มที่ผมต้องจมอยู่กับเรื่องน้ำท่วม และก็คิดว่าท่านผู้อ่านก็คงตกอยู่ใน สภาพเดียวกันไม่ว่าบ้านจะโดนน้ำท่วมด้วยหรือไม่ ความกังวลมันเกาะกินใจจนทำให้ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน ทั้งๆ ที่พยายามแล้วก็ได้ปริมาณงานมาแบบขาดๆ แหว่งๆ ไม่เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไหร่
หลังจากที่ต้องกระจัดกระจายกันไปเมื่อเกือบสองเดือนก่อนเพราะปัญหาน้ำท่วม เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของผมก็มีโอกาสนัดกันมาปล่อยให้น้ำไวน์ท่วมปากกันอีกครั้ง คุณขวัญชัย ประภัสร์พงษ์ เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ต้องสูญเสียบ้านราคาหลายสิบล้านไปกับกระแสน้ำที่สูงกว่าสี่เมตร เพราะบ้านแกอยู่จังหวัดปทุม จังหวัดที่ถูกโลกลืม ก่อนหน้านี้ก็ติดต่อกันทาง face-book ส่งข้อความไปถามว่า “น้ำลด บ้านผุด” หรือยัง แกก็ตอบมาว่า “ยังค้าบบบบบ”
เมื่อได้มาเจอกันก็พบว่าพี่ชายของผมคนนี้ก็ยังเหมือนเดิม มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ มองโลกในแง่ดีตลอด แม้บ้านยังไม่ผุดขึ้นมาก็ตาม ปลายปีนี้ก็จะมีการจัดมหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2011 เช่นเดิม โดยไม่ยอมเลื่อนการจัดงานออกไป ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่บ้างเจ้าโดยเฉพาะจากค่ายประเทศญี่ปุ่น ทำท่าว่าจะขอถอนตัวเพราะคิดว่าบรรยากาศของงานคงจะเศร้าสร้อยหงอยเหงา และหลายแห่งโรงงานก็ยังอยู่ในสภาพย่ำแย่จากการถูกน้ำท่วมทำให้สายการผลิตไม่มีความพร้อม
“คิดบวก ต้องคิดบวก” เพื่อนผมก็ใช้ความเป็นคนอารมณ์ดีและมองโลกในแง่ดีเสนอกลยุทธ์ไปทันที ว่าคนไทยนั้นเป็นคนที่โชคดี ไม่เคยต้องประสบกัยภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบหนักหนาสาหัสมาก่อนเลย เมื่อเจอเข้าก็ตกใจแต่ไม่วิ่งหนี กลับเข้าต่อสู้และช่วยเหลือกันและกัน จนมีประโยคที่ว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ขึ้นมา ถึงแม้สายการผลิตยังไม่พร้อม ก็ยังสามารถใช้โอกาสนี้พบปะกับลูกค้า ให้คำแนะนำหรือนำเสนอบริการรับซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วม บริการรถมือสอง รับจองรถที่จะผลิตออกมาได้อีกในเวลา 4-5 เดือนข้างหน้า และอีกหลายๆอย่างที่จะผลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาสได้ ดีกว่าหายหน้าไปเฉยๆ การจัดงานครั้งนี้น่าจะเป็นงานที่ทำให้คนไทยได้กลับมา ใช้ชีวิตแบบปกติกันอีกครั้ง เมื่อเสนอความคิดนี้ไป ทางบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นทุกเจ้าต่างก็ตอบมาว่า “อาโน่… อะริกาโต่ะ โอเค” งานก็ผ่านเดินหน้าได้ฉลุย
ตัวผมเองก็ตกห่วงซึมเศร้าอยู่พักใหญ่ อยู่ดีๆก็มีความคิดขึ้นมาว่าน่าจะจัดการแสดงของ วง “เอกรงค์” ขึ้นมาเพราะไม่ได้แสดงมานานมากแล้ว โดยจะนำรายได้ช่วยผู้ประสบภัยจากน้ำ ท่วม จะต่างจากคนอื่นก็ตรงที่เราอยากจะจัดหาเงินเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เป็นสัตว์โลก ทั้งหลาย ที่ก็ต้องได้รับความทุกข์ทรมานจากภัยภิบัติในครั้งนี้เช่นเดียวกัน และยังไม่มีใครนึกถึง พวกเขากันเลย ถ้าสนใจลองเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ใน facebook/jirapan ansvananda หรือที่ [email protected] <mailto:[email protected]> ก็ได้ครับ
แค่คิด ดวงตาก็เป็นประกายแล้ว ความคิดก็โลดแล่น เข้าไปเลือกเพลง วางตัวนักดนตรี มองหาที่จัดการแสดง และก็ต้องเริ่มเขียนโครงการ กะว่าจะแสดงประมาณระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนปีหน้า ได้ยินเสียงกีตาร์ เสียงเปียโน เสียงกลองไทย ซออู้ ซอสามสาย วง เครื่องสาย บรรเลงกันวุ่นวายอยู่ในหัวสมอง ถึงในที่สุดจะไม่สามารถจัดขึ้นมาได้เพราะเป็นงาน ที่ยากและต้องใช้งบประมาณมาก ส่วนที่ดีคือ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็กลับมาชีวิตแบบคนช่างฝันเหมือนเดิมแล้ว ดีกว่ามานั่งเครียดนั่งกลุ้มใจเสียหัวสมองไปเปล่าๆ
เราต้องคิดบวกเข้าไว้ บวกมันเยอะๆ ด้วย เพราะนายกฯ เราอ่อนทั้งภาษาไทยทั้งภาษาอังกฤษ และยังอ่อนต่อโลกขาดประสบการณ์การเป็นผู้นำ แค่นี้เราก็ขาดทุนย่อยยับกันจนไม่มีอะไรจะเหลืออยู่แล้วครับ



