บันเทิง

แรกรับ

แรกรับ

28 พ.ย. 2554

แรกรับ:เล่นหูเล่นตาโดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม

          “ พี่คิ้มเข้าไปนั่งข้างในก่อนมั้ย ยังไม่ถึงเวลาออกอากาศ ”
 
          น้องที่มาดูแลฉันจะพาเข้าห้องพักรวมซึ่งเป็นห้องอาหารของช่อง 5 มีก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ ในห้องแอร์เย็นๆ แต่ฉันไม่ได้ชิมเพราะมัวแต่เม้าท์อย่างเมามันอยู่ อึกอักไม่อยากเข้าเพราะเห็นหนุ่มๆ ในชุดหมีสีเขียวดูคล้ายนักบินกองทัพอากาศเข้ากลุ่มกันอยู่ (อย่าสงสัยว่าทำไมตื่นเต้น วันๆ เจอแต่นักดนตรีหน้าตาแบบทาเคชิ ขอเจอนักบินหน้าตาดีๆ บ้างเหอะ!)
 
          “แหมเนียนเลยนะ?” ฉันหันไปกระเซ้า ใหญ่ ฝันดี ในชุดหมีสีเขียวเช่นกัน
          “มองเผินๆ นึกว่านักบิน ” (นักบินในแดนเนรมิต)
          “นักบินที่ไหนพี่ ดูนี่ที่แขนปักว่าร่วมกตัญญู ”
 
          “ เออ … ฉันรู้ว่าแกมาจากร่วมฯ แต่พวกเขาที่แกเข้าไปถ่ายรูปด้วยไม่ใช่นักบินเหรอ? ”
          “ ไม่ใช่พี่ … เป็นหน่วยกู้ระเบิด … พี่ดูที่ตัวหนังสือข้างหลังเขาสิ ”
          “ อ้าว! … ดีนะที่แกบอกฉัน ไม่อย่างนั้นฉันอาจมีผัวโดยประมาท ไม่ดูตาม้าตาเรือ ใครจะไปเห็นข้างหลังกันล่ะ ฉันก็มองแต่ข้างหน้านี่ ”

          “ ตื่นขึ้นมาก็ดูให้ดีๆ นะพี่ อาจไม่ใช่หน่วยเก็บกู้ระเบิด แต่จะเป็นเก็บศพแทน เพราะชุดสีเดียวกัน หนักเข้าไปอีก … เอ่อ … น้องๆ จากร่วมฯ จะขอถ่ายรูปด้วย รู้จักกันไว้เวลามีอะไรจะได้ช่วยกันนะพี่ ”
 
          “ แกจะมาให้เขาช่วยอะไรฉัน ฉันยังไม่ตาย แต่รู้จักกันไว้ก่อนก็ได้เวลาเก็บศพพี่จะได้ประคับประคองดีๆ อย่าลากถูลู่ถูกัง หน้าพี่ยิ่งพังๆ อยู่ ”
 
          “ พี่คิ้มไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเวลาเขาเอาผ้าห่อพี่ผูกแน่นๆ ศพก็ไม่เละแล้วล่ะ ”
 
          ฉันค้อน ใหญ่ ฝันดี ไปหลายวง แต่หนุ่มๆ ที่เหลือหัวเราะอย่างสนุกสนาน ไม่รู้ขำเรื่องที่พูดหรือขำหน้าคนพูดกันแน่
 
          “ จะเข้าข้างในมั๊ยคะพี่คิ้ม ข้างนอกมันร้อนนะคะ ”
 
          “ เมื่อกี้อาต้อย เศรษฐา ก็ชวนไปนั่งโต๊ะเดียวกับแก พี่ก็ไม่ไปเพราะที่นั่งรวมกันอยู่ 7 - 8 คน ก็เยอะแล้วขืนพี่ไปนั่งอีกคน 10,000 ปีพอดี สงสารผู้ใหญ่เขา ”
 
          “ เออ … ใหญ่ เจอ ท็อป ดารณีนุช บ้างมั้ย? ”
 
          “ เพิ่งเจอเร็วๆ นี้เองพี่ พี่ท็อปเขาให้พวกร่วมฯ ไปรับเอาน้ำที่บ้านแกเป็นร้อยแพ็กไปแจกผู้ประสบภัย บางทีแกก็ลงพื้นที่เอง จนช่วงนี้ป่วย ทิ้งงานช่วย งานส่วนตัว เสียงหายไปเลยพี่ … ต้องลากลิ้นออกมาขูดแล้วล่ะ ถึงจะหาย ”
 
          ฉันหัวเราะขำ “ ใหญ่ ” (ฝันดี) ทุกครั้งที่เจอกัน แต่ก็ไม่เคยจำได้สักทีว่าใครฝันดี ใครฝันเด่น นี่ถ้าฉันเป็นพี่แท้ๆ ของพวกมัน แม่คงตั้งชื่อว่า … “ ฝันกลางวัน ” เพราะรู้ว่าลูกจะต้องเพ้อ (เจ้อ) โชคดีที่ฉันไม่ได้เป็นพี่แท้ๆ ของพวกมัน ไม่งั้นที่บ้านคงไม่มีคนฟัง นอกจากคนพูด
 
          ในที่สุดฉันก็ถูกพาเข้าไปนั่งที่โต๊ะรวมกับดารา นักร้อง แม่บ้านทหารอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย บ้างก็แต่งตัวตามสบาย บ้างก็แต่งเครื่องแบบที่ตนสังกัดอยู่ บ้างก็เต็มเหนี่ยว ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หันไปมองการแต่งตัวของบางคนเกือบหลุดปากเรียกว่า … พระมเหสี! ทั้งอุบะ ทับทรวง ปะวะหล่ำกำไล ไม่ทันได้สังเกตว่าเมื่อกี้เดินมานั่งที่โต๊ะ หรือ รำออกมา! เอาเป็นว่าเขาเหล่านั้นใจบุญก็แล้วกัน เรื่องรสนิยมส่วนตัวก็ว่ากันไปแล้วแต่ใครจะชอบ …
 
          บนโต๊ะมีกระดาษสีขาวที่มีรายละเอียดให้กรอกลงไปตั้งแต่ ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ จำนวนเงินเป็นตัวเลข และตัวหนังสือ ลงท้ายที่ชื่อผู้รับโทรศัพท์ พอทุกคนนั่งกันเต็มทุกเก้าอี้ ทีวีเริ่มออกอากาศสด พิธีกรทั้ง บ๊อบ ณัฐธีร์ (ชื่อเดิม บดินทร์) เอ๊ะ ศศิกานต์ เขมสรณ์ หนูขาว เมทนี บุรณศิริ และ ม.ล.สราลี กิติยากร เริ่มเปิดรายการ เสียงโทรศัพท์ก็ค่อยๆ ดังขึ้นๆ กริ๊งกร๊างไปทั่วทั้งห้องส่ง จากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม …
 
          พี่ชาลอต โทณวณิก จากบริษัทไทยเบฟฯ ซึ่งเรียกฉันมาทำงานนี้ เล่าให้ฟังว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ท่านประทานถุงยังชีพช่วยคนมากมายมหาศาล ถุงของท่านมีของที่จำเป็นอยู่ 33 ชิ้น น้ำหนักรวม 17 กิโลกรัม ซึ่งคงต้องใช้เงินมากมายกว่าถุงละ 800 บาท ครั้งก่อนฉันไปงานของไทยเบฟฯ (พี่ชาลอต พาไปอีกนั่นแหละ) ยืนอยู่หลังพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ท่านตักกับข้าวแจกผู้อพยพที่มาอาศัยอยู่ที่ศูนย์ผู้ประสบภัยสนามราชมังคลาฯ ท่านตักเยอะมาก ขนาดว่าคนกินจุและขี้ตะกละอย่างฉันคงกินไม่หมดแน่ๆ ผู้หญิงท้องคนหนึ่งอุ้มลูกมา ท่านก็ตักกับข้าวที่ไม่เผ็ดให้ชามใหญ่ๆ 2 ชาม …
 
          ท่านใจดีเหลือเกิน เจ็กอย่างฉันยืนอยู่ข้างๆ คอยส่งชามข้าวให้เจ้า น้ำตาจะไหล ใครว่าเป็นเจ้าสบาย ตั้งแต่ฉันเกิดมาฉันก็เห็นพ่อหลวงทรงงานหนัก ถัดลงมาจากท่าน พระบรมวงศานุวงศ์ก็ทำงานหนักกันทุกพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประชาราษฎร์ของท่านตกทุกข์ได้ยาก    
 
          ก่อนเสด็จกลับ ท่านหันมารับสั่งกับพวกเราว่า …“พระองค์หญิงต้องตื่นตี 3 ทุกวัน มาทำกับข้าวให้คน 600 คนกิน … ” ท่านเป็นเจ้าท่านไม่เคยนิ่งดูดาย ดังนั้นคนไทยจึงร่วมใจกันช่วยเหลือกันอย่างไม่แบ่งแยกด้วยการโทรเข้ามาบริจาค…ฉันลุ้นรอรับสายแรก (ครั้งแรกในชีวิตที่มานั่งรับโทรศัพท์) แอบคิดเอาเองว่าทุกๆ อย่างถ้าเริ่มต้นดี ที่เหลือก็จะดีตามมา ทุกคนในแถวเดียวกันรับสายมือเป็นระวิง เหลือแต่ฉัน นั่งร้องเพลง … “ให้ฉันรอแล้วได้อะไร”  (ของนิวกับจิ๋ว) ไปอีก 2 รอบ
 
          “กริ๊ง … กริ๊ง ”
 
          เสียงกริ่งดัง 2 ครั้ง    ฉันยกมือไหว้ท่วมหัวแล้วรีบรับด้วยความตื่นเต้น เผลอบอกกับตัวเองว่า “เฮงๆ! ”
 
          “ขอบริจาคโดยไม่ออกนามนะคะ 100,000 บาท อยากให้ได้เงินรวมเยอะๆ ”
 
          สายแรกของฉันๆ จดรายละเอียดทุกอย่างลงไปบนกระดาษแล้วส่งให้ฝ่ายประสานงานต่อ … สายแล้วสายเล่า น้ำใจไหลล้นจนได้เงินรวมในงาน 30 กว่าล้าน สิ่งที่ฉันได้รับรู้ไม่ใช่ตัวเงิน แต่มันคือน้ำใจของคนไทยที่มีให้กันตลอดไป …