
ขีดเส้นใต้เอาไว้ (จบ)
ขีดเส้นใต้เอาไว้ (จบ):คมเคียวคมปากกา โดย... ไพวรินทร์ ขาวงาม
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒
ในสังคมที่มีผู้อ้างพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ากันมาก คาดหวังแสงแห่งธรรมกันมาก ความวุ่นวายของสังคมบ้านเมืองก็ยังเกิดขึ้นไม่เว้นวัน ทั้งความวุ่นวายภายนอก ทั้งความวุ่นวายภายใน ทั้งความวุ่นวายอันเนื่องแต่ธรรมชาติ ทั้งความวุ่นวายอันเนื่องแต่ผู้คน ขณะน้ำท่วมหนักหนาสาหัส ผู้คนมิได้วุ่นวายทุกข์เศร้ากับน้ำเท่านั้น แต่ยังวุ่นวายทุกข์เศร้ากับคนด้วยกัน หลายครั้งหลายกรณี ธรรมะทั้งหลาย คำพระทั้งหลาย ก็ดูเหมือนจะหายไปต่อหน้าต่อตา
ความสำคัญของจิตใจ ยังเป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ต้องพิสูจน์เรียนรู้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การจะฝ่าข้ามวิกฤติวุ่นวายทุกข์เศร้าไปได้ คงมิใช่เพราะเป็นรู้ธรรมมาก หากแต่อยู่ที่ “การปฏิบัติธรรมในชีวิตจริง”
“เรื่องราวของชีวิต
มีสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ”
ถ้อยคำสั้นๆ จาก “ประกายชีวิต” เรียบเรียงโดย “มงคล” พิมพ์โดย สำนักพิมพ์น้ำฝน
บางที คำบางคำ เราก็คิดได้เขียนได้ แต่เมื่อมาอ่านคำที่คนอื่นเขียน คำที่คนอื่นอ่านแล้ว “ขีดเส้นใต้เอาไว้” มันก็ให้อารมณ์ตระหนักอีกแบบหนึ่ง
ว่ากันว่า-คนเราล้วนมีจุดบอด จุดที่ควรมองเห็นกลับมองไม่เห็น จุดที่ควรเข้าใจกลับไม่เข้าใจ พอคนอื่นชี้ให้เห็นก็เห็นทันที-อ้อ อยู่แค่นี้เอง...พอคนบอกให้เข้าใจก็วาบขึ้นมาทันที-อ้อ เป็นอย่างนี้เอง...
นี่เองที่คนเราจะหมกมุ่นเชื่อแต่ตัวเองตามลำพังมิได้ ต้องดูต้องฟังคนอื่นด้วย อย่างบางคนทำผิด ทำเลว ทำไม่ควร ก็เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด ทำเลว ทำไม่ควร ใครว่าก็หาว่าคนอื่นกลั่นแกล้งปัดแข้งปัดขา หาว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงนี้อาจเป็นจุดบอดอย่างหนึ่งในชีวิตของเขาก็ได้
สำหรับคนที่เห็นธรรม เห็นทำ เห็นสามัญสำนึกในวิถีชีวิต โดยไม่ต้องอ่านมาก เรียนมาก รู้มาก เยี่ยงนักปราชญ์ ก็ถือเป็นเรื่องดีในตัวแล้ว อย่างชาวบ้านที่เขาเป็นคนดีปกติได้ โดยเข้าห้องเรียนน้อยมาก
“คนที่รู้จักแพ้เสียบ้างนั้น
ก็คือคนที่รู้จักยืดหยุ่นชีวิต
ไม่ทำชีวิตให้แข็งโป๊ก
เมื่อเจอปัญหาจะได้ไม่แตกเปรี้ยง”
เมื่อก่อน หลายครั้งที่ถูกคนว่าแบบไม่ถูกใจ หรือว่าแบบไม่เป็นความจริง ผมมักโกรธ หาทางไปว่าเอาคืน โตขึ้นตัวเองก็เริ่มจัดการตัวเองโดยอัตโนมัติ เรื่องหลายเรื่องไม่สำคัญอะไรเลยที่จะต้องไปเอาคืน
“ชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องทน
ไม่ว่าเรื่องใดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ล้วนต้องอาศัยความอดทน
โดยเฉพาะกับความทุกข์
และสิ่งไม่พึงปรารถนาทั้งหลาย”
...
“ชีวิตของใคร
ก็เป็นไปตามความคิดของคนคนนั้น
คนเราคิดเช่นไรก็เป็นคนเช่นนั้น
คิดอย่างแมว ก็เป็นคนแบบแมว
คิดอย่างหมา ก็เป็นคนหมาๆ
มันสมอง สติปัญญา จึงเป็นสิ่งสำคัญ”
...
ยามบ้านเมืองมีเรื่องราววุ่นวายร้อนใจกันมากๆ ถ้าไม่กระโจนเข้าหาเรื่องร้อนๆ ตามกระแส ก็อาจต้องถอยหาเรื่องเย็นๆ บ้าง แม้ว่ามุมเย็นๆ นั้นจะเป็นมุมเชยๆ ก็ตาม
ขอขอบคุณหนังสือ “ประกายชีวิต” และ “ตำรวจคนนั้น” ที่นำหนังสือที่อ่านง่ายๆ มาฝากอ่าน เป็น หนังสือแบบที่ชาวบ้านมาอ่านแล้วก็บอกว่า-เออ ใช่เลย!



