
ปัจฉิมพรรณนามหาอุทก
ปัจฉิมพรรณนามหาอุทก:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
และแล้วน้ำก็ไหลลงทะเลไปตามธรรมชาติ “ไหลลงสู่ที่ต่ำ” ยังเหลือพื้นที่วิกฤติทีหลังเพื่อนอีกบางพื้นที่ โดนทีหลังเพื่อนนี่ก็ดีคือไม่ค่อยเครียด เพราะได้ดูได้เห็นเพื่อนโดนมาก่อน ดูโทรทัศน์ทุกวันเห็นจนชาชิน พอถึงคราวตัวเองก็เลยรู้สึกสบายๆ นี่ถ้าหากไม่โดนน้ำท่วมกับเขาด้วยเผลอๆ จะมีปมด้อย แบบว่าตกเทรนด์
มหาอุทกภัยครั้งนี้ บ้างยกให้เป็นภัยธรรมชาติล้วนๆ แต่ผมกลับคิดว่าเป็นผล(กรรม)จากการกระทำของมนุษย์เอง ธรรมชาติของน้ำคือไหลลงสู่ที่ต่ำตามแรงดึงดูดของโลก
แต่น้ำใจมนุษย์น่าจะไหลสู่ที่สูง ซึ่งข้อนี้มองไม่รู้ดูไม่เห็นไม่เหมือนมองดูน้ำ ต้องดูเป็นรายดวงใจ ใจดวงหนึ่งดวงใดจะมีพลังมากน้อยแค่ไหนที่จะฝืนแรงดึงดูดของฝ่ายต่ำ ซึ่งในภาวะปัจจุบันต้องใช้เรี่ยวแรงอย่างมาก ต้องเรียนรู้ และฝึกฝนอย่างเคี่ยวกรำ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีแรงพอจะต่อต้าน แรงดึงดูดสู่ที่ต่ำได้เลย เหมือนว่าเราลอยคออยู่กลางห้วงมหานทีอันเชี่ยวกรากร่วมกัน พยุงร่างไว้ไม่ให้ถูกดูดกลืนลงก็แสนยาก ที่ลอยคอได้ที่เกาะขอนไม้ได้ก็ต้องไหลไปตามน้ำ บ้างผลุบๆ โผล่ๆ บ้างจมหายไปเลย บ้างตายเดี่ยว บ้างกอดคอกันตาย บ้างก็มีเรือแต่พายไม่เป็น บ้างพายเป็นแต่ก็พายตามน้ำ บ้างก็ขวางลำจึงต้องล่มไป มีบ้างที่พายทวนกระแสน้ำไปได้ น้อยนักจะขึ้นไปยืนอยู่ฝั่งได้ มหาอุทกคราวนี้เป็นเครื่องทดสอบหัวใจคนไทยได้อย่างดีว่า น้ำใจมนุษย์ไหลลงสู่ที่ต่ำหรือไม่
ยามมีภัยเรารักกัน สามัคคีกันแค่ไหน เราเกื้อกูลกันเพียงไร ใครเป็นใครได้รู้เช่นเห็นชาติ ใครเอาตัวรอด ใครเอาตัวไม่รอด ใครรอดแต่ตัว แต่ใจไม่รอด ใครเห็นแก่ตัว ใครทำร้ายผู้อื่น ใครฉกฉวยประโยชน์จากความเดือดร้อนของเพื่อน ใครลักขโมย ใครยักยอก ใครคดโกง ใครเอาหน้า ใครเอาบุญ ใครจริงใจ ใครโกหก ใครกระแดะ ใครตอแหล ใครตบะแตก และใครหลุดพ้นพาตนขึ้นฝั่งได้
น้ำมาพิสูจน์คนไทย นี่คือแบบทดสอบพรีเทสต์เท่านั้น ส่วนข้อสอบจริงเพื่อเลื่อนชั้นจะตามมา เรามีความสุขกันมานาน เสพสุขร่วมกันมาบนแผ่นดินนี้ ต่อนี้ไปเป็นเวลาพิสูจน์การร่วมทุกข์ ขอให้คนไทยเตรียมตัวเตรียมใจไว้
บ้านผมจมน้ำอยู่สามเดือนเต็มเพิ่งกอบกู้ฟื้นฟูและใช้ชีวิตตามปกติได้เมื่อสิบวันมานี่เอง สำรวจความเสียหายเฉพาะตนแล้วนับว่า “เบา” มากเมื่อเทียบกับคนอื่นที่ “หนัก” กว่าผมหลายเท่า
ความรู้สึกสูญเสียของผมเป็นเรื่องนามธรรมเสียมากกว่า จากการที่ได้เห็นเพื่อนผู้ร่วมทุกข์ทำร้ายกัน ลักขโมยกัน เอาเปรียบกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน เห็นพวกนักบุญจอมปลอม เห็นพวกตะกละตะกลามมูมมาม การแสดงอัตตาหาสรรเสริญ ที่บ่นบ้ามาทั้งหมดนี้ใช่ว่าไม่มองมุมดี มองแต่มุมร้าย แต่เป็นความรู้สึกของผู้ประสบภัยคนหนึ่งที่ต้องการการช่วยเหลือเยียวยาความสูญเสียเชิงนามธรรม ไม่ต้องการหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน ไม่ต้องการถุงยังชีพ ไม่ต้องการเงินช่วยเหลือ ไม่ต้องการจิตแพทย์ น้ำลดแล้วเดี๋ยวตอก็ผุด ถนนหนทางก็ผุด ความฝันของคนก็ผุด
ทุกสิ่งทุกอย่างฟื้นฟูได้แม้แต่ความฝัน น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำตามธรรมชาติ หากแต่ใจมนุษย์นั้นเป็นเรื่องต้องต่อสู้กอบกู้กันต่อไป



