
ผลักดันและสรรสร้างทุกสิ่งแบบฉบับ'อีทีซี'
ผลักดันและสรรสร้างทุกสิ่งแบบฉบับ'อีทีซี'
เคยมีคนถามว่าการเป็นศิลปินที่โด่งดังได้จะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง อย่างแรกคือความสามารถทางดนตรีของศิลปิน สองคือโอกาสที่ได้รับจากแฟนๆ และสามคือแรกผลักดันจากต้นสังกัด ซึ่งเมื่อมีสามองค์ประกอบนี้มารวมกัน ทางเดินแห่งความสำเร็จของศิลปินคนนั้นก็ง่ายเหมือนขับรถบนถนนคอนกรีตลาดยางอย่างดี แต่ถ้าขาดสิ่งใดๆ สิ่งหนึ่งไป เส้นทางการเป็นศิลปินที่โด่งดังอาจเป็นเหมือนทางขรุขระที่ยากต่อการเดินทาง
แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะมีศิลปินกลุ่มหนึ่งสร้างความแตกต่างในเรื่องนี้ให้ได้เห็นกันไปแล้ว เมื่อพวกเขาเดินก้าวออกจากค่ายใหญ่อย่าง “แกรมมี่” และมาซบค่าย “เคพีเอ็น” จนมีชื่อเสียงโด่งดัง ก่อนจะโบกมือค่ายดังกล่าว และขอมานั่งแท่นบริหารงานกันเอง ซึ่งวงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเขาคือ “อีทีซี” ในช่วงที่ “อีทีซี” ก้าวเดินออกจาก “เคพีเอ็น” มานั้น หลายคนคิดว่าทางเดินต่อไปของพวกเขาต้องเป็นค่ายยักษ์ใหญ่ค่ายใดค่ายหนึ่ง แต่แล้ว “อีทีซี” ก็หักปากกาเซียนทุกสำนัก ด้วยการมาร่วมประสานมือกับบริษัท “ไอเวิร์คส แมเนจเม้นท์” และตั้งบริษัทของพวกเขาเองในนามชื่อ “บริษัท วงอีทีซี จำกัด” และคลอดมินิอัลบั้มแรกออกมาในชื่อว่า “พุช (PUSH)” ซึ่งกระแสตอบรับก็เป็นที่น่าพอใจ เพราะแฟนๆ ของพวกเขายังเกาะกลุ่มกันอย่างเหนี่ยวแน่น
ในอัลบั้ม “พุช” เป็นเพียงมินิอัลบั้มแรกที่ “อีทีซี” เบ่งออกมา แต่เขาเตรียมมินิอัลบั้มไว้อีก 2 อัลบั้มเพื่อปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องโดยวิธีทางการตลาดแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในแวดวงดนตรีในต่างประเทศ แต่ถ้าในเมืองไทยถือว่าค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ มีเพียงไม่กี่ศิลปินเท่านั้นที่ใช้วิธีแบบนี้ อย่างที่เห็นชัดๆ คือวง “ฟรายเดย์” ซึ่งวง “อีทีซี” ที่มีสมาชิกประกอบด้วย “หนึ่ง” อภิวัฒน์ พงษ์วาท “โซ่” แมนลักษณ์ ทุมกานนท์ (คีย์บอร์ด) “บี” โสตถินันท์ ไชยลังการณ์ (คีย์บอร์ดและเครื่องสังเคราะห์เสียง) “โอเล่” ไพโรจน์ ธรรมรส (กีตาร์) และ “มิ้นท์” ปรชญา รามโยธิน (เบส) ได้บอกเล่าถึงการทำงานแบบนี้ให้ฟังว่า
“จริงๆ ในตอนแรกเราตั้งใจที่จะทำเป็นซิงเกิ้ลออกมา แล้วทำเป็นมินิอัลบั้มออกมาเป็นช่วงๆ ซึ่งมินิอัลบั้มแรกคือ “พุช” ออกมาการตอบรับก็โอเค และในตอนแรกมินิอัลบั้มในช่วงที่สองเรากำลังจะทำออกมา แต่พอดีติดในเรื่องของน้ำท่วม เราคงต้องเลื่อนไปออกในปีหน้า ในความตั้งใจแรก เราจะทำเป็นมินิอัลบั้มออกมาสัก 3 อัลบั้ม แล้วค่อยเอารวมกันเป็นหนึ่งอัลบั้มเต็ม แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคงต้องมีการเปลี่ยนแผนนิดหนึ่ง ตรงที่ว่าปีหน้าเราคงออกเป็นอัลบั้มเต็มเลย” หนึ่งเล่า



