บันเทิง

เตรียมฟังอัลบั้มสุดท้าย'เอมี ไวน์เฮาส์'

เตรียมฟังอัลบั้มสุดท้าย'เอมี ไวน์เฮาส์'

17 พ.ย. 2554

เตรียมฟังอัลบั้มสุดท้าย'เอมี ไวน์เฮาส์':กวนเพลงให้น้ำใส โดย.. อนันต์ ลือประดิษฐ์

          จากการประกาศผ่านทางเว็บไซต์เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ค่าย "ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค" มีกำหนดจะนำอัลบั้มชุดสุดท้ายอย่างเป็นทางการของ เอมี ไวน์เฮาส์ ออกขายในวันที่ 5 เดือนธันวาคม ศกนี้ โดยตั้งชื่อว่า “ไลออเนสส์ : ฮิดเดน ทรีสเชอร์ส”
 
          ในอัลบั้มบรรจุ 12 เพลงด้วยกัน โดยมี "อัลเทอร์เนท เวอร์ชั่น" ของเพลงฮิต อย่าง Valerie รวมอยู่ด้วย รวมถึงเพลงเก่าและเพลงใหม่อีกจำนวนหนึ่ง
 
          เพื่อโปรโมทอัลบั้ม ต้นสังกัดเพลงจึงตัดสินใจปล่อยเพลงที่ยังไม่เคยเผยแพร่มาก่อนของนักร้องสาวเสียงดีคนนี้ เป็นการชิมลางก่อนที่อัลบั้มสุดท้ายอย่างเป็นทางการของเธอจะวางขาย ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์และแฟนเพลง
 
          เริ่มต้นด้วย “เอาเวอร์ เดย์ วิลล์ คัม” (Our Day Will Come) ที่ เอมี นำบทเพลงระดับขึ้นหิ้งของวงอาร์แอนด์บีสัญชาติอเมริกัน "รูบี แอนด์ เดอะ โรแมนติคส์" เพลงฮิตเมื่อปี 1963 มาถ่ายทอดใหม่ ในลีลาโซลผสมผสานกลิ่นอายเร้กเก้ ซึ่งออกอากาศครั้งแรกทางสถานีวิทยุ บีบีซี 1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
 
          ส่วนอีกเพลงหนึ่งคือ "ไลค์ สโมก” (Like Smoke) เป็นการทำงานร่วมกันของนักร้องสาวกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเธอ “นาส” ศิลปินแร็พชื่อดัง ซึ่งออกอากาศครั้งแรก ทางคลื่นวิทยุ Hot 97 ในเมืองนิวยอร์ก ซิตี เป็นเพลงที่บันทึกเสียงไว้เมื่อปี ค.ศ.2008 โดยมี ซาลาม เรมี เป็นโปรดิวเซอร์
 
          ทั้ง 2 เพลงที่เผยแพร่เพื่อชิมลางให้แก่แฟนเพลงในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ได้ตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของนักร้องสาว และสร้างความอาลัยให้แก่แฟนเพลงต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเธอ
 
          ก่อนหน้านั้น ค่ายเพลงเปิดโอกาสให้ตัวแทนสื่อมวลชนดนตรี 5 คน ได้มีโอกาส "เข้าฟัง" ตัวอย่างเพลงจากอัลบั้มนี้ของเธอ โดย แดน มาร์ติน แห่งนิตยสาร NME ซึ่งร่วมอยู่ในการฟังอธิบายถึงความรู้สึกต่อเพลง  “เอาเวอร์ เดย์ วิลล์ คัม” ว่า "บางทีนี่อาจจะเป็นตัวตนของ เอมี มากยิ่งกว่าเพลงใดๆ ที่จะทำให้เราจดจำเธอไว้ได้ด้วยซ้ำ"
 
          ขณะที่ มาร์ติน พูดถึงการร่วมงานของ นาส กับ เอมี ในเพลง "ไลค์ สโมก” ว่า “ ถือเป็นหนึ่งในเพลงที่ยากที่สุด เมื่อมองจากภาพรวมทั้งอัลบั้ม" เมื่อ แร็พเปอร์ อย่าง นาส จะต้องจัดการทำงานในส่วนของเขาให้เสร็จสมบูรณ์และลุล่วง หลังจากการเสียชีวิตลงของ เอมี ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
 
          นอกจาก มาร์ตินแล้ว คาสเปอร์ ลีเวลลิน-สมิธ แห่งหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ เป็นอีกคนหนึ่งในเซสชั่นการฟังเพลงดังกล่าว ซึ่งได้สะท้อนมุมมองว่า จากตัว "เดโมเดิมๆ" ของ เอมี ไวน์เฮาส์ ที่ทำไว้ ได้มีกระบวนการขัดเกลามากเพียงพอที่จะทำให้อัลบั้มนี้ไปถึงระดับมาตรฐานของ เอมี เลยทีเดียว
 
          "มีตัวอย่างหลายครั้งที่บ่งบอกว่าเสียงร้องของเธอในเพลงเพลงหนึ่งนั้น เป็นมากกว่าแค่การร้องผ่านๆ ราวกับว่าเธอคือศิลปินที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณ ผู้ดื่มด่ำกับมนต์สะกดของเสียงเพลง ตั้งแต่แรกร้องเลยทีเดียว"
 
          อัลบั้มใหม่นี้ เป็นฝีมือของ 2 โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานใกล้ชิดกับเธอ ทั้งมาร์ก รอนสัน และซาลาม เรมี โดยทุกๆ 1 ปอนด์จากการขายทุกก๊อปปี้ของอัลบั้มนี้ในอังกฤษ จะนำเข้าสู่มูลนิธิเอมี ไวน์เฮาส์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นในวันเกิดครบรอบ 28 ปีของนักร้องสาวคือวันที่ 14 กันยายน 2011
 
          เอมี ไวน์เฮาส์ เสียชีวิตลงก่อนวันอันควร จากอาการสุราเป็นพิษ และการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยยาเสพติดและปัญหาในจิตใจ แต่เป็นเรื่องน่ายินดีที่อย่างน้อย บทเพลงของเธอมีส่วนในการปลอมประโลมแฟนเพลงทั่วโลก
 
          “ผมมักจะดุด่าเธอ ผมไม่เคยตระหนักถึงความอัจฉริยะของเธอเลย จนกระทั่งผมนั่งลงพร้อมกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ และฟังอัลบั้มนี้ ซึ่งทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความสามารถของ เอมี จากแจ๊สไปจนถึงเพลงฮิพฮอพ”
 
          คำกล่าวของ มิทช์ ไวน์เฮาส์ พ่อของนักร้องสาว ทำเอาผมน้ำตาซึมขึ้นมาทันที