
แค่เพียงปกติในท่ามกลางความไม่ปกติ
แค่เพียงปกติในท่ามกลางความไม่ปกติ:มองนอกดูใน โดย... แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
เสถียรธรรมสถานกลับสู่สภาพความเป็นปกติอีกครั้ง คือจากสภาพน้ำท่วมระดับอก ระดับเอว ระดับเข่า ตามความสูงต่ำของแต่ละพื้นที่ของเรา สู่การลดลงจนถึงระดับข้อเท้า เกือบแห้ง และแห้ง หากทว่าใจและวิถีชีวิต ตลอดจนการทำงานเพื่อมวลมนุษยชาติของพวกเรานั้นปกติตลอดมา ไม่ว่าก่อน ‘น้องน้ำ’ มาเยือน ขณะที่อยู่ร่วมกับ ‘น้องน้ำ’ หรือเมื่อถึงวันที่ ’น้องน้ำ’ เริ่มโบกมือลาจากไป
กับมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้าขอบคุณน้ำ เพราะถ้าน้ำไม่ท่วมเสถียรธรรมสถาน ข้าพเจ้าคงไม่เข้าใจคนที่ประสบกับภัยน้ำท่วมในมิติของความสูญเสีย แต่ไม่เสียศูนย์ เพราะเสถียรธรรมสถานเป็นผู้ประสบภัยที่ไม่เสียศูนย์ เราต้องใช้เงินมากมายในการซ่อมแซมสิ่งที่เราสูญเสียเพื่อกลับมาใช้งานได้ใหม่ แต่พวกเราไม่เสียศูนย์เลย ทันทีที่สื่อเผยแพร่ภาพความเสียหายภายในและบริเวณรอบเสถียรธรรมสถาน ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องสูบน้ำ กำลังคน ทรายจำนวนมหาศาล ถูกส่งถึงบ้านเราด้วยความห่วงใย ทว่าเสถียรธรรมสถานจะไม่นำความเสียสละของคนที่มาช่วยเรามาซ่อมแซมเพียงแค่เสถียรธรรมสถานแต่เราจะส่งผ่านความช่วยเหลือที่ได้รับมาออกไปช่วยชาวบ้าน ดังที่พวกเราทำตลอดมา...และจะทำตลอดไป
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับการติดต่อจาก พันตำรวจเอก ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการปราบปราม ผู้รับผิดชอบโครงการ ‘ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน’ ให้ลงเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณ ข้าพเจ้าและเยาวชน SOS จึงร่วมเดินทางไปยังชุมชนเพิ่มสิน ซึ่งอยู่ชายคลองสายไหม โดยส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียวอยู่ริมคลอง จึงถูกน้ำท่วมหมดแล้ว พื้นที่แห้งที่ทุกคนไปชุมนุมกันจึงเหลืออยู่เพียงที่เดียวคือแถวคอสะพาน กิจกรรมที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้นคือตกปลา มีการเปิดการค้าการขายเล็กๆ น้อยๆ ตามความถนัด เท่าที่สังเกตคือ คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตั้งโรงครัวที่จะช่วยตัวเอง แล้วก็รออาหารที่จะถูกส่งเข้าไปช่วย ซึ่งก็ยากมาก ต้องใช้รถทหารล้อสูงเข้าไป ฉะนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือต้องพึ่งตัวเองให้ได้ ข้าพเจ้าจึงเกิดความคิดทันทีว่า งานตรงนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าเราไม่ดึงให้คนที่อยู่ตรงนี้ลุกขึ้นมาพึ่งพาตนเอง ข้าพเจ้าจึงเริ่มพูดคุยกับกลุ่มแม่บ้านที่จับกลุ่มกันอยู่ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง ว่าใครมีฝีมือทำกับข้าวบ้าง และทันทีที่ข้าพเจ้าตั้งคำถามขึ้นมาว่า ‘อยากพึ่งพาตนเองโดยการทำครัวกันเองไหม?’ ก็มีแม่บ้านมากมายยกมืออาสาเปิดครัวเพื่อพึ่งพาตนเอง เป็นการแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านยังมีแรงที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง ยังยิ้มสู้ ทุกคนยังระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังรู้ว่าพวกเขาต้องพึ่งพาตัวเอง แล้วการอาสาครั้งนี้ข้าพเจ้าเชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นการสร้างครัวที่ยั่งยืนจากความกล้าของชาวบ้านที่ประกาศว่า ‘เราจะพึ่งพาตนเอง’
เมื่อวันที่ 13 ข้าพเจ้าได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจดูพื้นที่ความเสียหายทำให้การส่งความช่วยเหลือสามารถทำได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วขึ้น ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับพลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เลขานุการศปภ. ข้าพเจ้าได้ให้กำลังใจคณะทำงานทุกคนให้ทำงานด้วย ‘หัวใจโพธิสัตว์’ เพราะประชาชนทุกคนต้องการความช่วยเหลือแต่ไม่ต้องการเป็นผู้พึ่งพา ถ้าเราใช้หัวใจแม่ในการทำงานแล้วออกไปช่วยประชาชนด้วยหัวใจโพธิสัตว์ประเทศชาติก็จะรอดจากมหาอุทกภัยในครั้งนี้ได้ และในวันที่ 14 การทำงานของพวกเราก็รุดหน้าอย่างรวดเร็ว ข้าพเจ้าได้นำทีมเยาวชน SOS ลงพื้นที่ที่คลองสามวาเพื่อเก็บขยะที่มีอย่างท่วมท้นในขณะนี้เพื่อให้น้ำสามารถระบายออกได้อย่างรวดเร็ว และในวัน 16 พวกเราก็ได้กลับมายังชุมชนเพิ่มสินอีกครั้งเพื่อช่วยให้ชาวบ้านในชุมชนเพิ่มสินมี ‘ครัวยั่งยืน’ เป็นการยืนยันความเป็นไทที่พร้อมจะเปลี่ยนตัวเองจากผู้พึ่งพิงมาเป็นผู้พึ่งพาตนเอง และ ทำให้วิถีชีวิตของชุมชนกลับมาเป็นปกติได้โดยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน
น้ำที่กำลังเริ่มลด...ไม่ได้หมายความว่า...หมดงาน...ที่จะต้องทำ เพราะมันคือการเปิดฉากการทำงานกอบกู้อย่างเป็นการบูรณาการด้วยการทำให้สังคมเป็นบวร คือ บ้าน ศาสนสถาน และ ราชการ ฉะนั้น ตอนนี้เป็นเวลาที่เราต้องทำให้บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด เราจึงจะรอดจากสถานการณ์และวิกฤตการณ์นี้ไปได้ สำหรับคนทำงาน ตลอดจนเจ้าของกิจการน้อยใหญ่ต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบ ความเป็นปกตินี้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณออกมาทำงานทั้งที่ใจยังทุกข์ แต่คุณต้องทำให้ใจของคุณเป็นปกติให้เร็วที่สุด แล้วออกมาทำงาน โดยอย่ามองว่างานนั้นเป็นภาระ แต่ให้มองว่าการออกมาทำงานเป็นหนึ่งในวิธีการที่คุณสามารถจะเยียวยาตัวเองได้ดีที่สุด เพราะคุณแค่ถูกน้ำท่วม คุณไม่ได้เป็นคนพิการ ถ้ามัวแต่จมอยู่กับควาทุกข์ไม่ลุกออกมาทำอะไร คุณก็จะจ่อมจมและหมกมุ่นอยู่กับมันจนไม่คิดจะแก้ไขอะไร คาถาที่อยากฝากไว้ตอนลืมตาตื่นทุกเช้าคือ
ถ้าใจไม่จม ทุกเรื่องจบได้ และขอให้มีสติอารักขาจิตถ้าใจไม่จม ทุกเรื่องจบได้ และขอให้มีสติอารักขาจิต
"ธรรมสวัสดี"



