บันเทิง

รู้ทัน'ทุนมีเดีย'หรือเปล่า?

รู้ทัน'ทุนมีเดีย'หรือเปล่า?

16 พ.ย. 2554

รู้ทัน "ทุนมีเดีย" หรือเปล่า?:คมเคียวคมปากกาโดย... บรรณวัชร

          วันพุธนี้ ขออนุญาตเขียนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับวงการเพลงลูกทุ่งโดยตรง แต่อาจคาบเกี่ยวกันนิดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องของวงการวิทยุ
 
          ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้ระงับไม่ต่อสัญญา "สถานีวิทยุ 1 ปณ." ใน 6 พื้นที่ รวมจำนวน 9 สถานี ได้แก่ กรุงเทพฯ เอฟเอ็ม 106.5 เมกะเฮิรตซ์ (กรีนเวฟ) และ เอฟเอ็ม 98.5 เมกะเฮิรตซ์ (กู๊ด เอฟเอ็ม) หลักสี่ เอเอ็ม 1035 กิโลเฮิรตซ์ และ เอเอ็ม 1089 กิโลเฮิรตซ์ อุบลราชธานี เอฟเอ็ม 102 เมกะเฮิรตซ์ อุดรธานี เอฟเอ็ม 99 เมกะเฮิรตซ์ และ เอเอ็ม 1089 กิโลเฮิรตซ์ ภูเก็ต เอฟเอ็ม 89 เมกะเฮิรตซ์ และลำปาง เอเอ็ม 765 กิโลเฮิรตซ์ รวมค่าเช่าราว 6 ล้านบาทต่อเดือน โดยสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 นี้ โดยให้เป็นไปตามมติดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555
 
          ลำพังแค่คลื่นวิทยุ 1 ปณ. ไม่มีใครสนใจหรอก แต่บังเอิญว่าในจำนวนคลื่นที่ไม่ต่อสัญญานั้น มีคลื่นดัง "กรีนเวฟ" รวมอยู่ด้วย จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมากันอย่างกว้างขวาง
 
          เดิมทีสถานีวิทยุ 1 ปณ. อยู่ในการดูแลของ "กรมไปรษณีย์โทรเลข" และต่อมา มีการโอนมายังหน่วยงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เดิม และ กสทช. ในปัจจุบัน
 
          จะว่าไปแล้ว กสทช.มีอำนาจหน้าที่ในการเรียกคืนคลื่นวิทยุ ภายใต้การดูแลของหน่วยงานอื่นๆ อยู่แล้ว และไม่แปลกที่ กสทช.จะต้องปฏิบัติตามแผ่นแม่บทโทรคมนาคมฯ
 
          แต่สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลยคือ กสทช.บางคนช่างจ้อช่างเปิดประเด็น เลยไปเข้าทางกลุ่มทุนบันเทิง เล่นเกมมวลชนบนโซเชียลมีเดีย
 
          ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เกิดวิทยุชุมชนมากมายหลายพันคลื่นหรือ "อนาธิปไตยบนคลื่นวิทยุ" ธุรกิจวิทยุก็ถึงเวลา "ขาลง" รายได้จากการขายโฆษณาลดลงต่อเนื่อง การแย่งชิงเช่าสัมปทานคลื่นวิทยุก็ไม่ดุเดือดเลือดพล่านเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
 
          อยู่มาวันหนึ่ง ธุรกิจทีวีดาวเทียมก็เข้ามาแทนที่ตลาดวิทยุ ค่ายแกรมมี่ที่ได้เงินได้ทองจาก "ช่องแฟนทีวี" จึงวางแผนนำ "รายการวิทยุ" ไปอยู่บนจานดาวเทียม
 
          "เจ๊ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา แม่ทัพเอ-ไทม์มีเดีย เปิดตัว "กรีน แชนแนล" ทันที โดยจะนำรายการวิทยุที่คนฟังชื่นชอบมาออกอากาศสดทางทีวี พร้อมกับออกอากาศทางวิทยุ
 
          แกรมมี่ก็ทราบดีว่า กสทช.ต้องเกิดแน่ และมีการเรียกคลื่นวิทยุทั้งหมด จึงหาทางออกด้วยการดึงวิทยุไปออกอากาศทางทีวีดาวเทียม อันเป็นการปูทางสู่รายการเพลงในรูปแบบใหม่ หากวันนั้นไม่ได้เช่าเวลาของหน่วยงานรัฐจัดรายการเพลง
 
          การที่ กสทช.ทำเวลานี้ ทำให้นึกถึง อสมท ยุคมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ที่เรียกคืนคลื่นความถี่มาทำเองทั้งหมด แต่ กสทช.ไม่ใช่องค์กรธุรกิจแบบ อสมท และ กสทช.มีหน้าที่ใหญ่โตกว่านั้น
 
          บอกตรงๆ กสทช.การ์ดตกในกรณีนี้ "ดีเจพี่ฉอด" จึงใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์แจงสี่เบี้ย "เก็บคะแนนสงสาร" จากแฟนคลับ
 
          "เมื่อ กสทช. ร่างระเบียบปฏิบัติเสร็จ ทุกสถานีจะถูกปฏิบัติเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่า อยู่ๆ ก็มีบางคนบอกว่าต้องจัดการกับกรีนเวฟก่อน คำถามคือแล้วจะเอาไปให้ใครทำ ในเมื่อ กสทช.เองก็ทำไม่ได้ ที่สำคัญคือปกติแล้วการทำสัญญาแบบนี้ ถ้าจะมีการยกเลิก ต้องมีการเรียกคู่สัญญาเข้าไปเจรจาหารือว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไร"
 
          คำอธิบายจากดีเจพี่ฉอด มีอยู่ประเด็นเดียวว่า มีร้อยคลื่นพันคลื่นที่ กสทช.ต้องจัดระเบียบ แต่ทำไมต้องมาเล่น
งานกรีนเวฟก่อน
 
          โถ! กสทช. ช่างหาประเด็นให้แกรมมี่ได้ช่องขายกล่องวันสกาย เพื่อแฟนๆ กรีนเวฟ จะได้รับฟังรับชมรายการวิทยุยอดฮิตอีกต่อไป