บันเทิง

ขวากหนามเป็นพลัง'กอล์ฟ'สู้แบบโซโล่เดี่ยว

ขวากหนามเป็นพลัง'กอล์ฟ'สู้แบบโซโล่เดี่ยว

15 พ.ย. 2554

ขวากหนามเป็นพลัง'กอล์ฟ'สู้แบบโซโล่เดี่ยว

           เป็นที่จับตามองกันมาตลอด หลังจากสองพี่น้องดูโออย่าง "กอล์ฟ-ไมค์" ขอแยกกันทำงานเพลงแบบเดี่ยวๆ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในที่สุดทั้งสองหนุ่มก็สามารถผ่านมันมาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะพี่ชาย "กอล์ฟ" พิชญะ นิธิไพศาลกุล ที่ดูจะตั้งใจทำงานเพลงอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งการบินไปเรียนเรื่องของซาวน์ดนตรี และการเต้นแบบใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ ร่วมถึงการแท็กทีมเหล่าคนมีฝีมือระดับพระกาฬในสาขาต่างๆ มาร่วมทำงานด้วย เริ่มจากการเปิดตัวเพลงแรก "เทค มี ทู ยัวร์ เบด (Take me to ur bed)" ด้วยการดึง "ฌอน อีวารีสโต (Shaun Evaristo)" นักออกแบบท่าเต้นชื่อดังที่ผ่านผลงานการออกแบบท่าเต้นให้ศิลปินในระดับอินเตอร์มากมายบินตรงจากแอลเอเพื่อออกแบบท่าเต้น ซึ่งกอล์ฟเล่าให้ฟังถึงการได้มาร่วมงานกับว่าเป็นความกดดันมาก
 
          "กอล์ฟว่ามันกดดันกว่าตอนที่กอล์ฟเรียนเต้นครั้งแรกซะที เพราะต้องเต้นให้ถูกตลอด ผิดไม่ได้เลย ฌอนเป็นคนที่เข้มงวดมา ถ้าเต้นผิดนิดเดียวก็จะโดนฌอนว่า บางทีก็จะมีตีบ้าง ให้ยื่นมือออกมา แล้วตี แล้วเขาสอนว่าการเต้นต้องมีความหมายในการเต้น ไม่ใช่เต้นไปแล้วไม่รู้ว่าจะสื่ออะไรออกมา การเต้นก็ต้องดู เวลาให้หยุด ต้องหยุด โพสก็คือโพส สอนให้เรามีความมั่นใจขึ้นในการเต้นบนเวที กอล์ฟเองรู้สึกว่าการได้ทำงานกับฌอน ทำให้กอล์ฟพัฒนาขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นเยอะ ไม่เคยเจอคนที่คิดท่าเต้นแล้วสอนเรื่องของรายละเอียดเป๊ะๆ ขนาดนี้ มันทำให้เราคอยผลักดันตัวเอง เพื่อพัฒนาให้ทันสิ่งที่เขาคิดไว้" กอล์ฟเล่า

          ซึ่งดูเหมือนการทำงานกับฌอน ทำให้นักร้องหนุ่มมีการพัฒนา ดูได้จากการกระแสตอบรับที่กลับมาจากในเพลง แต่กอล์ฟก็ไม่หยุดยั้งแค่นั้น เพราะเมื่อซิงเกิ้ลแรกในการเป็นศิลปินออกมาได้น่าประทับใจ แต่ไม่ได้ทำให้กระแสวิจารณ์น้อยลง ทำให้กอล์ฟต้องหาสิ่งใหม่ที่สะท้อนตัวตนที่เปลี่ยนไปจากการเป็นกอล์ฟ-ไมค์ ออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นอีกครั้งในซิงเกิ้ลที่สอง ที่ใช้เวลาหลังจากเพลงกว่า 3 เดือน โดย "กอล์ฟ" เลือกที่จะปล่อยเพลงช้าๆ ที่ชื่อเพลงว่า "ไอ ค้าน บรีท (I can’t breathe)" ที่กอล์ฟใส่ความพิเศษให้เพลงนี้ด้วยการไปคว้าตัวสุดยอดไอดอลกีตาร์ของเมืองไทย "ยอด บอดี้สแลม" ธนชัย ตันตระกูล มากีตาร์โซโล่ในเพลงนี้ให้ ซึ่งเพลงนี้ดูจะเป็นเพลงที่กอล์ฟใส่ความเป็นตัวเอง เพราะกอล์ฟใส่ซาวน์ดนตรีแนวอิเล็กโทรอาร์แอนด์บีที่เขาชื่นชอบลงไป
 
          "เพลงที่สองเพลงนี้เป็นเพลงช้าที่ยังคงมีสไตล์ดนตรีเป็นซาวด์อิเล็กทรอนิกส์อาร์แอนด์บีในแบบที่กอล์ฟชอบ กอล์ฟตั้งใจเลือกซาวน์ดนตรีใหม่ๆ มาให้ได้ฟังกัน ซึ่งเพลงนี้มีกอล์ฟทำหน้าที่โค-โปรดิวซ์ ซึ่งตอนที่ทำแล้วกอล์ฟนั่งฟังซาวน์ แล้วกอล์ฟรู้สึกว่าอยากนำเสียงกีตาร์ที่เป็นร็อกเข้ามาผสม เพราะโดยส่วนตัวเราเองชอบเพลงร็อกอยู่แล้วและก็ชื่นชอบในวงบอดี้สแลมมาก เลยชวนพี่ยอด มือกีตาร์วงบอดี้สแลมมาร่วมงานในเพลงนี้ ซึ่งทำให้เพลงออกมาได้อารมณ์สมบูรณ์อย่างที่ต้องการ" กอล์ฟบอก
 
          หลังจากปล่อยเพลงที่สองออกมา ข่าวคราวการทำงานเพลงของ "กอล์ฟ" ก็หายเงียบไป เพราะเจอมรสุมทั้งข่าวคราวและการพักเพื่อไปเล่นละครเวที "รักเธอเสมอ เดอะมิวสิคัล" ซึ่งพอกอล์ฟจะกลับมาทำงานเพลงและปล่อยเพลงในซิงเกิ้ลที่สามออกมา ก็เจอน้ำท่วมทำพิษ แต่นักร้องหนุ่มก็ได้บอกเล่าถึงงานเพลงซิงเกิ้ลที่สามของเขาว่าชื่อเพลง "แบล็ค โฮล์ (black holes : หลุมดํา)" ที่จะเป็นเพลงแนวอิเล็กทรนิกส์ที่เขาชื่นชอบ
 
          "ตอนแรกกอล์ฟจะปล่อยเพลงนี้เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แล้วต้องเลื่อนออกไปเป็นต้นพฤศจิกายน แต่ตอนนี้ก็คงต้องเลื่อนออกมาอีก เพราะสถานการณ์น้ำยังไม่ดีขึ้น แต่กอล์ฟไม่ได้คิดมากอะไรกับตรงนี้ เพราะเราเข้าใจ และอยากที่จะรอเวลาให้เหมาะสมจริงๆ ก่อนค่อยปล่อยออกมา โดยเพลงนี้ได้ถ่ายทำเอ็มวีไปแล้วด้วย ซึ่งใช้งบในการถ่ายทำเอ็มวีมาก เพราะใช้ทั้งกราฟฟิกต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้าที่ล้ำสมัย คล้ายๆ กับไมเคิล แจ็คสัน อยากให้ทุกคนรอติดตามกัน เพลงนี้กอล์ฟอยากแสดงให้เห็นการปลดปล่อยความกลัว และการแสดงความแตกต่างทางความคิดออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่กอล์ฟอยากจะให้ทุกคนเห็นกอล์ฟในมุมๆ นี้" นักร้องหนุ่มเผย