บันเทิง

จานส้มขายข่าว

จานส้มขายข่าว

14 พ.ย. 2554

จานส้มขายข่าว:มองผ่านเลนส์คม โดย... แคน สาริกา

          วันพุธที่ผ่านมา ได้พูดถึงทีวีดาวเทียมช่องใหม่ "บลูสกาย" ที่ออกอากาศบนแพล็ทฟอร์มจานส้มไอพีเอ็ม พร้อมกับการกลับมาของ "เอเอสทีวี" บนจานเดียวกัน จึงอยากขยายความต่ออีกสักตอน
 
          เพราะหลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดต้องเป็นจานส้ม? และจานส้มมีที่มาที่ไปอย่างไร?
 
          ดั่งที่ทราบกัน บริษัทไอพีเอ็ม เป็นผู้ผลิตจานดาวเทียมเคยู แบนด์ และเป็นเจ้าของช่องสัญญาณบนดาวเทียม NSS6 มากกว่า 100 ช่อง
 
          เมื่อต้นเดือนตุลาคม มานพ โตการค้า เจ้าของจานส้มไอพีเอ็ม ได้สร้าง "พันธมิตร 4+1" ประกอบด้วยกลุ่มผู้ผลิตจานดาวเทียมซีแบนด์(จานดำ) นำโดย นิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม (อินโฟแซท) มานพ จงจิตต์เวชกุล (ไอเดียแซท) มนตรี สุขรอบ (ไทยแซท) และ ชาติชาย วิทยธรรมโสภณ (ลีโอเทค) ร่วมลงนามสัญญาดาวเทียมร่วมแพลทฟอร์มไอพีเอ็ม
 
          ด้วยนำคอนเทนท์ 80 ช่องรายการในจานส้มลงเครื่องรับรุ่นพิเศษในระบบดูโอ(เคยูแบนด์-ซีแบนด์) หรือพูดจาภาษาชาวบ้านก็ว่า "รุ่นสองหัว" ทำให้สามารถรับชมรายการได้ทั้งจากดาวเทียมไทยคม 5 และดาวเทียม NSS6
 
          นี่เป็นกลยุทธ์สกัดดาวรุ่ง "วันสกาย" เครื่องรับรุ่นใหม่ของค่ายแกรมมี่ ซึ่งผู้ผลิตจานดาวเทียมย่อมมีสิทธิ์เลือกจับคู่กับใครก็ได้ เพื่อการขยายฐานลูกค้า มิใช่ต้องพึ่งพาผู้ผลิตคอนเทนท์รายใดรายหนึ่ง
 
          แกรมมี่เองก็ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย ทำให้การจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม "วันสกาย" ต้องลดเป้าการจำหน่ายช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ เหลือแค่ 1.4 แสนกล่อง จากเป้าหมายเดิมราว 2 แสนกล่อง
 
          จะว่าไปแล้ว ชะตากรรมคนขายจานดาวเทียม ก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในตลาดการแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะตลาดที่เจ้าของคอนเทนท์รายใหญ่ลงมาขายกล่องรับสัญญาณเอง
 
          เมื่อก่อนไอพีเอ็ม อาจโดดเด่นในตลาดจานทึบหรือจานเล็ก แต่เมื่อวันนี้ ขาใหญ่จานดำอย่าง "พีเอสไอ" กระโดดเข้ามาเล่นตลาดจานเล็กโดยจับมือกับ "ไทยคม" รับสัญญาณจากดาวเทียมไทยคม 5 ในระบบเคยู แบนด์ จึงทำให้พีเอสไอครบเครื่องเรื่องตลาดจานใหญ่กับจานเล็ก
 
          มองมุมคอนเทนท์ ไอพีเอ็มได้เปรียบพีเอสไอ ตรงที่ผลิตช่องรายการเอง แต่ก็เป็นคอนเทนท์บันเทิง ส่วนพีเอสไอเพิ่งเริ่มต้นทำกับ "เวิร์คพอยท์" ได้ไม่นานนัก
 
          วันนี้ ไอพีเอ็มเปิดตัวช่องข่าวสารเพิ่มเติม อย่าง "เอเอสทีวี" และ "บลูสกาย" ซึ่งทั้งสองช่องนี้ ต่างมีแฟนคลับเหนียวแน่น
 
          มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของไอพีเอ็ม ที่ต้องขายคอนเทนท์ "ข่าว" ซึ่งไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนไปกว่านี้ เพราะคนวงการทีวีดาวเทียมทราบดีว่า "เสี่ยมานพ" เปิดโอกาสให้แก่ผู้ผลิตคอนเทนท์ได้เข้ามาทำธุรกิจร่วมกันอยู่ตลอดเวลา
 
          สำหรับ "เอเอสทีวี" ที่มีแฟนพันธุ์แท้จอเหลืองกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ก็จะช่วยให้จานส้มของไอพีเอ็มเป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้เอเอสทีวีจะจอดับไปชั่วระยะหนึ่ง แต่ก็กลับมาเร็ว ด้วยจังหวะเวลาที่ไอพีเอ็มกำลังต้องการคอนเทนท์อยู่พอดี
 
          ส่วนช่องน้องใหม่ "บลูสกาย" ก็อาศัย "มาร์ค" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นแม่เหล็กดึงดูดแม่ยกพ่อยกพรรคสีฟ้าให้เร่มาหาจานส้ม 
 
          ยิ่งโหมโรงว่า 14 พฤศจิกายน ช่องบลูสกายจะเปิดตัวรายการใหม่ "ฟ้าวันใหม่กับอภิสิทธิ์" โดยออกอากาศทุกเช้าจันทร์ถึงวันศุกร์ ยิ่งกระตุ้นต่อมแฟนคลับให้ไปซื้อหาจานส้มมาติดตั้ง เพื่อจะได้พบหน้า "พระเอกในดวงใจ" ทุกเช้า
 
          ถ้าใครซื้อกล่องรับสัญญาณรุ่นสองหัวของไอพีเอ็มกับ "บิ๊กโฟร์จานดำ" ก็สามารถรับชมช่องข่าวสารได้ครบ ทั้งจอแดงอ่อน จอแดงแก่ จอฟ้า จอเหลือง จอเหลืองแก่
 
          ดูทีวีดาวเทียมก็ดีอย่างนี้ เลือกดูได้ และเลือกเสพตามรสนิยมของใครของมัน? ดีกว่าไปเสียเวลากับทีวีที่บังคับให้ต้องนั่งชมอยู่ไม่กี่ช่อง!