
ที่จอดรถ
ที่จอดรถ:รู้ทันกฏหมาย โดย... ศรัณยา ไชยสุต
รถวิ่งสัญจรตามท้องถนนบางตา แต่ทว่าจอดรถแน่นหนาแบบว่าจอดไม่เลือกกันแล้ว แม้แต่บนสะพานและทางด่วนทางหลวงที่อยู่สูงยกระดับกลับเป็นที่จอดของรถสารพัดชนิด
การจอดรถในที่ห้ามจอดเป็นความผิดตามกฎหมายจราจร แต่หากมีการอนุโลมให้ทำได้ ความผิดไม่หายไปไหนแต่ไม่ต้องได้รับโทษเท่านั้น
ว่ากันว่าจราจรหรือทางหลวงทางด่วนเขาอนุโลมแบบหลิ่วตา ไม่ได้มีเอกสารหลักฐานหรือว่ากฎหมายยกเว้นโทษให้ ประมาณว่ารู้กัน ดังนั้น รถบางคันก็ถูกยกถูกลากไป เจ้าของรถก็ต้องเตรียมใจ ว่าดีกว่ารถลอยหายไปในสายน้ำ
จอดเอาไว้ก็เสี่ยงภัยต่อการถูกงัดถูกขโมย หากถือดีว่ามีประกันชั้นหนึ่งครอบคลุมเอาไว้ ก็ต้องอ่านกรมธรรม์ให้ทะลุว่าเขาคุ้มภัยให้เราแค่ไหน หากรถถูกน้องน้ำลากไป นั่นเป็นเกิดจากอุทกภัยไม่ใช่โจรกรรม ก็ต้องอ่านกรมธรรม์กันอีกที ถ้ามีข้อยกเว้นเอาไว้ ก็ได้แต่ทำใจเพียงอย่างเดียว
จอดรถในอาคารที่สูงก็เป็นที่นิยมทำ จับจองกันตามอัธยาศัย โดยลืมไปว่าอาคารจอดที่เราเข้าไปหาใช่ที่สาธารณะที่ใครๆจะจอดอย่างไรก็ได้ เจ้าของเขาสร้างเอาไว้เพื่อให้ผู้มาติดต่อหรือลูกค้าใช้
ดังนั้นหากเจ้าของเขาไม่อนุญาตให้จอดเมื่อไหร่ ก็ต้องนำรถออกไป มิเช่นนั้นเจ้าของเขาอาจใช้วิธีจัดการผ่านพนักงานตำรวจได้ รถก็อาจถูกลากออกไปเช่นกัน
ที่จอดรถที่เรียกเก็บค่าจอดนั้น ถือเป็นการให้เช่าที่จอดรถได้ หากยอมจ่ายค่าเช่าเขาก็จบกันไป แต่เกิดรถหายหรือเสียหายเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเจ้าของที่เช่นเดียวกัน
ถนนที่ปิดเพราะน้ำท่วม หมายความว่าห้ามประชาชนใช้ แต่ไม่ได้หมายความว่าปิดการใช้เสียที่ไหน เจ้าหน้าที่หรือทางการยังใช้ถนนได้ เพื่อเข้าออกจากพื้นที่หายนะทั้งหลายและบรรเทาหรือแก้ไขสาธารณภัยน้ำท่วม
การจอดกีดขวางถนนที่ทางการปิดเอาไว้ก็ใช่ว่าจะเป็นที่จอดรถเสียที่ไหน มีความผิดตามกฎหมายอย่างที่ว่าไว้ข้างต้นอยู่ดี
หากย้ายรถไปจอดริมถนนเขตที่ยังไม่เสี่ยงภัย โดยจอดหน้าบ้านใครก็ไม่รู้ แม้ถนนที่จอดจะเป็นที่สาธารณะแต่จะจอดกีดขวางได้แค่ไหนก็ต้องใช้สมองด้วย
เพราะหากเป็นทางรถเข้าออกจากบ้านการจอดกีดขวางก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งเราเคยเล่าสู่กันฟังแล้ว อย่าได้ทำทีเดียวเชียวน้ำท่วมครั้งนี้มีบทเรียนหลายๆ มีเรื่องน้ำใจที่มากมายและแห้งแล้ง ได้ทดสอบสติปัญญา และพิจารณาตัวเองว่าเป็นคนดีแค่ไหน
ขอเป็นกำลังใจแก่เพื่อนร่วมชาติทุกคน



