
น้ำลดฝันผุด
น้ำลดฝันผุด:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
นครสวรรค์บ้านผม ผ่านพ้นวิกฤติแล้ว ภาพงามๆ ของความร่วมใจ ร่วมสุขร่วมทุกข์จะติดตรึงใจไปแสนนาน คนนครสวรรค์หรือคนที่ไหนคงไม่ต่าง คนไทยเป็นเช่นนี้ เป็นพี่ เป็นน้อง ไม่ทอดทิ้งกัน
อุทัยธานี อ่างทอง อยุธยา ก็เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เร่งฟื้นฟูอยู่เช่นกัน ช่วงเวลาวิกฤติ ผมไม่ได้ไปร่วมผจญเผชิญ ได้แต่เอาตัวรอด และช่วยกันเกื้อกูลกันในหมู่เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง
ผมเพิ่งสำรวจความเสียหายส่วนตน มูลค่าความเสียหายทางทรัพย์สิน ไม่เท่าสูญเสียความเชื่อมั่น มหาอุทกภัยได้จ่อมจมความฝันของผม พัดพาความรู้สึกมั่นคงไปด้วย ไม่ต้องนับจำนวนหนังสือว่ากี่ร้อยกี่พันเล่ม ตู้ โต๊ะ เตียง ข้าวของ เครื่องใช้ ไม้ผัก พืช ผล
ความฝันแห่งบ้านริมน้ำ ท่ามกลางหมู่ไม้ น้ำจิตน้ำใจแห่งชนบท ห่างไกลจากความวุ่นวาย เงียบสงบ ไร้เสียงรบกวนสมาธิงาน ผ่านห้วงเวลามา 20 ปี อย่างราบรื่น ผ่านปีน้ำมาก 3 ครั้ง ทุกครั้งยอมรับได้ ต่อความเป็นไปตามธรรมชาติแห่งฤดูกาล 20 ปี ที่กระท่อมเกี่ยวก้อยได้สร้างสรรค์งานที่รัก ได้ฟูมฟักความฝัน กระทั่งมหาอุทกภัยปีนี้ ได้พัดทำลายความมั่นคงลงราบคาบ
ผมกอบกู้ขึ้นใหม่อีกครั้ง และยังจะอยู่ที่นี่ ไม่คิดจะหนีไปไหน มูลค่าความฝันที่เสียหายหวังว่าจะกอบกู้ฟื้นฟูได้ เพราะมันเป็นเรื่องหัวใจล้วนๆ เสียดายหนังสือทุกเล่ม หลายเล่ม เป็นหนังสือสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เสียดายต้นฉบับลายมือ ตั้งแต่สมัยเป็นนักเขียนหนุ่ม ปี 2516-2530 ที่เป็นเหมือนรอยเท้า
บันทึกประวัติการทำงานบนถนนวรรณกรรม เสียดายภาพเขียน ภาพประกอบ เสียดายลายมืออาจารย์จ่าง แซ่ตั้ง บนกระดาษสา ท่านเขียนถ้อยความสำคัญ (สำหรับผม) ไว้ว่า “ศิลปะคือการทำรูปธรรมของนามธรรม และทำนามธรรมของรูปธรรมให้ปรากฏ” ท่านเขียนให้ผมเมื่อปี พ.ศ.2517 เสียดายแมนโดลินแสนงาม ที่ผมได้มาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เสียดายจดหมายทุกฉบับ และโปสการ์ดทุกใบ จากเพื่อนมิตรทุกคน เสียดายภาพเขียน “พอร์ทเทรท ศักดิ์สิริ” ที่ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ เขียนให้ผม เสียดายความเชื่อมั่นที่จะอยู่ที่นี่ไปจนวันตาย
ดั่งบทรำพึงกึ่งรำพัน หวังว่าท่านผู้อ่านคงไม่เบื่อระอาว่าผมเขียนเรื่องส่วนตัว มูลค่าทางวัตถุ ต่างจากมูลค่าทางนามธรรม ความฝันของคนแม้ต่างกัน แต่ทุกความฝันของคนนั้นมีราคา
ผมเข้าใจ และยอมรับได้ รอยเท้าบนผืนทรายยังมีวันลบเลือน แต่ความฝันที่จ่อมจมจะผุดขึ้นมาใหม่ เพื่อจะดำเนินต่อไปนับแต่นี้



