บันเทิง

เลื่อนคอนเสิร์ตแชนแนลทรี 4+1

เลื่อนคอนเสิร์ตแชนแนลทรี 4+1

08 พ.ย. 2554

"อาร์ม-วิบูลย์ ลีรัตนขจร" บอสใหญ่ “บริษัท เซิร์ซ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด” เผยเลื่อนคอนเสิร์ต channel 3 4+1 super star จาก 26 พ.ย. เป็น 4 ก.พ. ป้าหน้าเพื่อความสะดวกของผู้ชม

          หลังจากบอสใหญ่ บริษัท เซิร์ซ เอ็นเตอร์เทนเม้าท์ จำกัด “อาร์ม” วิบูลย์ จัดคอนเสิร์ตใหญ่อย่าง “channel 3 4+1 super star” ซึ่งมี 5 พระเอกสุดฮอต ณเดชน์ คูกิมิยะ "บอย" ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ "หมาก" ปริญ สุภารัตน์ มาริโอ เมาเร่อ และ "เคน" ภูภูมิ พงษ์ภาณุ ล่าสุดต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากสภาวะน้ำท่วม สอบถามได้ความดังนี้
 
          “สาเหตุที่เลื่อนคอนเสิร์ต channel 3 4+1 super star จากเดิม 26 พฤศจิกายน 2554 เป็น 4 กุมภาพันธ์ 2555 เพราะดูจากสถานการณ์น้ำท่วม เราคิดว่าลาดพร้าว รามคำแหง วังทองหลาก ซึ่งมัน คือออฟฟิศของเรา รวมทั้งสถานที่การซ้อมน่าจะไม่รอดในสัปดาห์นี้ รวมถึงคนดูในกรุงเทพมหานคร คงไม่มีความพร้อมที่จะไปชม ตอนนี้เราได้คุยกับทางอิมแพ็ค รวมถึงพูดคุยกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สนับสนุนต่างๆ ทุกหน่วยมีความเข้าใจและเห็นว่าเราควรจะเลื่อนออกไปก่อน และรายได้ส่วนหนึ่งหลังจากการหักค่าใช้จ่าย จะนำมามอบให้แก่ครอบครัวข่าวสาม เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย (แล้วแฟนคลับว่าอย่างไรบ้าง) ต้องเรียนแฟนคลับอย่างนี้ว่า ตั๋วที่ถืออยู่ยังใช้ได้ ในรอบวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เหมือนเดิม รวมทั้งที่นั่งก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ยกเว้นท่านใดที่ไม่สะดวก สามารถนำบัตรไปคืนเป็นเงินสด ได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ได้ครบทุกบาททุกสตางค์” อาร์มแจกแจง
 
          ถามต่อถึงความเสียหายในส่วนของผู้จัดงานสูญงบไปเท่าไหร่ บอสใหญ่ กล่าวว่า ในส่วนของคอนเสิร์ต สูญเสียงบไปประมาณ 2-3 ล้านบาทเท่านั้น
 
          “พูดถึงความเสียหายของผู้จัดงาน คงมีงบประมาณในการทำงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเราเสียหายไปหลายอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ ห้องบันทึกเสียง ที่อยู่ตรงซอยวัชรพล จมน้ำไปอาทิตย์กว่า รวมทั้งฉากแสงสีเสียง ที่เตรียมไว้มีเสียหายบ้าง และการที่เราเลื่อนการแสดงออกไปทำให้ต้นทุนเราสูงขึ้น แต่คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ (สูญเสียเป็นตัวเงิน) ถ้าในส่วนของคอนเสิร์ต 4+1 ประมาณ 2-3 ล้านบาท แต่โดยภาพรวมเบื้องต้นในปีนี้ ผมเชื่อว่ากลุ่มของบริษัทเซิร์ซ น่าจะเสียหายประมาณ 20 ล้าน ซึ่งสาเหตุหลักจากสถานการณ์คนทำทีวีในปีนี้คือ ไม่มีโฆษณา แต่เรายังต้องแบกภาระในการทำรายการ โดยไตรมาตรนี้รุนแรงที่สุด ตั้งแต่ที่เคยทำงานมา แต่ถ้าเปรียบเทียบกับปัญหาของคนอื่น เราคงได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก” อาร์มกล่าวปิดท้าย