
พระฯมาโปรด
พระฯมาโปรด:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
การลืมตาขึ้นมาดูโลกท่ามกลางชนเผ่าตาหยีที่เรียกตัวเองว่า “เจ๊ก” อย่างฉันกับครอบครัวที่ไม่ได้มีตระกูลสูงส่งหรือมีฐานะร่ำรวยใดๆ อย่างใครเขา นอกจากอาศัยอยู่ในเมืองไทยและพูดภาษาไทยได้ชัดบ้างไม่ชัดบ้างแล้ว ตอนเป็นเด็กฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรที่พอจะทำให้พวกเราเรียกตัวเองได้เต็มปากว่า … “คนไทย”
เด็กผู้หญิงตาหยีหน้ากลมผมม้าเต่อที่เตี่ยกับแม่จูงไปดูหนังกับพี่น้อง ก่อนหนังฉายพวกเราทุกคนต้องยืนขึ้นทำความเคารพกับเพลงที่ขึ้นต้นว่า … “ข้าวรพุทธเจ้า …” บนจอหนังมีภาพของคนที่สำคัญที่สุดของประเทศ ที่ออกไปทำงานตากแดดตากฝนเยี่ยมเยียนประชาชนในที่ที่ลำบากและยากที่จะไปถึง ไปพบกับชาวไร่ ชาวนา ชาวประมง คนยากจนทุกอาชีพ เอาของใช้ที่จำเป็นไปให้ เอาหมอไปรักษา สร้างเขื่อนขุดคลองให้ชาวบ้านเหล่านั้นมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี เอาเมล็ดพันธุ์และความรู้ใหม่ๆ ไปสอนให้พวกเขานำไปใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น … ภาพของคนสำคัญคนนั้นสวมแว่น สะพายกล้อง ที่มือถือกระดาษแผ่นโตๆ อยู่ตลอดเวลา ท่านไปในที่ที่แม้แต่คนธรรมดาคงไม่นึกอยากจะไปเพื่อให้คนไทยทั้งชาติมีความสุข ภาพสุดท้ายท่านยิ้มมีเหงื่อหยดลงมาจากปลายจมูกท่านเม็ดใหญ่ ท่านโบกมือให้แก่ประชาชนตรงกับประโยคสุดท้ายของเพลง …
“ดุจจะถวายชัย ชโย”
แม่บอกว่าคนในภาพนั้น คือ “ในหลวง” ท่านเป็น “เจ้า” ท่านไม่ได้เป็นเจ้าชีวิต แต่ท่านเป็น “เจ้า” ผู้ให้ชีวิตที่ดีแก่คนไทย ฉันไปโรงเรียนถามครูว่า “เจ้า” คืออะไร ครูบอกว่า “เจ้า” คือ สมมุติเทพ ผู้มาจุติในภาคมนุษย์เพื่อดูแลและปกป้องประชาชนของท่าน ในเวลานั้นฉันชอบดูหนังจีน “เจ้า” ในหนังจีน คือ ฮ่องเต้ ต้องใส่ชุดที่ปักด้วยทองคำมีนางสนมเยอะๆ อยู่ในวังใหญ่โตมโหฬาร มีผู้คนรายล้อมมากมาย อยากได้อะไรฮ่องเต้ก็จะสั่งให้คนไปทำแล้วกลับมารายงานผล แล้วทำไม “เจ้า” ของคนไทยถึงลำบากอย่างนี้ล่ะ?
ทุกวันต้องออกไปทำงานในที่ที่ยากลำบาก แดดก็ร้อน ฝุ่นก็เยอะ เพื่อนบางคนในห้องเรียนบอกว่า “ท่านเป็นชาวนา” ฉันเถียงว่าท่านเป็นเจ้าไม่ใช่ชาวนา ชาวนาลำบากจะตาย แล้วชาวนาก็จนด้วย ท่านจะเป็นชาวนาได้ยังไง? … จวบจนฉันโตฉันจึงได้รู้ว่า เพื่อนฉันมันพูดจริง! ท่านทำงานหนักพอๆ กับชาวนาปลูกข้าวเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศและรวมกับที่ส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก ชาวนาก็ไม่เคยหนีจากคำว่ายากจนได้สักที ยังดีที่ระบบชลประทานและพันธุ์ข้าวต่างๆ ที่ในหลวงท่านได้ทรงทำไว้ให้นั้นช่วยให้ผลผลิตดีขึ้นถึงจะยังจนแต่ก็ไม่จนและทุกข์ยากเหมือนแต่ก่อนทรัพย์สินส่วนพระองค์และเงินที่มีประชาชนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ก็ได้กลับคืนสู่ประชาชนในรูปแบบของความช่วยเหลือและการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ท่านได้ขึ้นครองราชย์กับพระราชดำรัสที่ท่านให้ไว้แก่ประชาชนในครั้งแรก
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ปี 2554 น้ำท่วมหนักที่สุดที่คนไทยได้เคยเจอมา เกือบทั่วทุกหัวระแหงมีคำทักทายกันเพียงว่า “น้ำท่วมบ้านรึยัง?” คำตอบก็คือ “ไปแล้ว” กับ “ยัง” และ “ยัง” ก็ไม่ได้แปลว่าจะ “รอด” เสมอไป ภาพพระราชดำรัสของในหลวงในปีพ.ศ.2538 กับการวางระบบชลประทานให้แก่ประเทศไทยความยาวร่วม 2 ชั่วโมงนั้นยิ่งตอกย้ำให้เราคนไทยได้รู้ว่า ท่านมองการณ์ไกลเพื่อชาวไทยเสมอมา เพียงแค่ว่าเราจะใส่ใจใส่กระหม่อมนำกลับมาสานต่อกันหรือไม่? แต่แม้วันนี้ที่หลายคนว่า “ที่สุด” ความจริงหากมองย้อนไปถึงสิ่งที่ในหลวงได้ทรงวางแผนระยะยาวไว้ให้ พวกเราก็ยังไม่ได้ไปถึงคำนั้น แต่หากไม่มีท่านผู้ทรงเป็นอัจฉริยะด้านชลประทาน พวกเราทั้งหมดคงได้เผชิญกับคำว่า “เกินที่สุด” เป็นแน่! และเวลานี้ ข้าพเจ้า เจนนิเฟอร์ คิ้ม จึงได้ตระหนักรู้ว่า …
“ในหลวง” ท่านทรงเป็น “เจ้า ผู้ให้ชีวิต” ที่ดีกับคนไทยอย่างแท้จริง
ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันยังคงสงสัยว่า “เจ๊ก” อย่างฉันจะได้พบเจอกับ “เจ้า” ได้อย่างไรถึงตรงนี้คำถามนั้นก็มิได้สำคัญอีกต่อไป เมื่อฉันได้รู้ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ยากดีมีจนอย่างไร ขอแค่เราเป็นคนไทย (ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทของท่าน) ยามพวกเราสุข … ท่านสุข ยามพวกเราทุกข์ … ท่านทุกข์กว่า ดังนั้นไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ท่านก็ยังทรงห่วงใยดูแลพวกเราเสมอมา แค่พบเจอจึงไม่สำคัญเท่าระลึกถึง
และแม้ว่า “ในหลวง” จะมิได้เสด็จฯ ด้วยพระองค์เอง แต่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ก็ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระองค์ท่าน ดูแลปวงชนชาวไทยแทนท่าน โดยเฉพาะในยามยากเช่นนี้ (ฉบับหน้าจะมาเล่าต่อ)
การลืมตาขึ้นมาดูโลกท่ามกลางชนเผ่าตาหยีที่เรียกตัวเองว่า “เจ๊ก” อย่างฉันและครอบครัว ผ่านน้ำ ผ่านลม ผ่านฝน ผ่านพายุ มาจนดวงตาหยีๆ เริ่มฝ้าฟาง แต่จิตใจกับกระจ่างรู้ในความเป็นคนมากยิ่งขึ้น … ฉันรู้แล้วว่าสิ่งที่พอจะทำให้พวกเราเรียกตัวเองได้เต็มปากว่า “คนไทย” คือ ความรู้ซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงการเดินตามรอยท่านในแง่ของความพอเพียง การเป็นคนดี และที่สำคัญที่สุด “ความจงรักภักดี” ที่มีอยู่ในดีเอ็นเอ ของคนที่เรียกตัวเองว่า “คนไทย” อย่างเต็มใจและเต็มปาก
ฉันดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย แม้ในยามทุกข์ยากก็ยังมี “เจ้า” อยู่หัว อยู่กลางหัวใจ คอยเป็นกำลังใจให้ปวงชนชาวไทยทุกคน
ไม่ว่าเราจะเป็นเจ๊ก เป็นจีน เป็นแขก เป็นฝรั่ง “คนไทยหัวใจเดียวกัน” หัวใจถวายแด่ “เจ้า” อยู่หัวของพวกเรา



