บันเทิง

ใช้หัวใจ...มองโลกผ่านเลนส์ของ "แดน" วรเวช

ใช้หัวใจ...มองโลกผ่านเลนส์ของ "แดน" วรเวช

03 พ.ค. 2552

ออกจากสังกัดเดิมย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ “โซนี่ มิวสิค” ไม่นาน ดูเหมือนหนุ่ม “แดน” วรเวช ดานุวงศ์ จะกลายเป็นหนุ่มฮอตที่มีงานให้ทำล้นมือไปโม้ด...

.เอ...ทำไมดูเหมือนจะยุ่ง แต่กลับมีสายสืบพาข่าวแว่วมาเข้าหูว่าพ่อหนุ่ม กลับมีเวลาไปขอยืมกล้องถ่ายรูปของคนรอบข้างมาจับๆ คลำๆ แถมยังแอบเอาไปเก็บภาพฝึกฝีมือ ด้วยความที่เริ่มสนใจ อยากจะเป็นตากล้องสมัครเล่นกับเขาอีกคน
ข่าวแว่วเข้าหูขนาดนี้ มีหรือ “บันเทิง คม ชัด ลึก” จะพลาด ต้องขอนัดคิวให้หนุ่มแดนมาอวดฝีมือถ่ายรูปให้ดูกันซะหน่อย...งานนี้หนุ่มแดนไม่ปฏิเสธ เลือกนัดหมายไปที่ “โรงแรมพระนคร-นอนเล่น” โรงแรมสไตล์แอนทีค (Antique) ย่านเทเวศน์ สำหรับผู้ต้องการพักผ่อนแบบสงบ สถานที่เก๋ๆ อีกแห่งหนึ่งในย่านพระนคร

ถึงเวลานัดหมาย แดนเดินทางมาถึงพร้อมกับกล้องตัวย่อมๆ ในมือ เมื่อถามว่าเป็นกล้องประจำตัวหรือเปล่าและเป็นรุ่นไหน นายแดนทำท่าเขินๆ ก่อนที่จะตอบว่า “แดนยังไม่มีกล้องเป็นของตัวเองหรอก กำลังดูๆ อยู่ว่าจะเอารุ่นไหนดี นี่ก็ยืมกล้องออฟฟิศมา”

ไม่เป็นไร ไม่ใช่ปัญหา เพราะงานนี้จะมาลองฝีมือ ไม่ได้มาอวดรุ่นกล้อง ว่าแล้วแดนก็เดินวนถ่ายรูปบริเวณพระนครมิวเซียม ที่จัดไว้ด้านข้างล็อบบี้ชั้นล่าง ซึ่งจำลองบรรยากาศร้านขายของในสมัยโบราณมารวมไว้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายของชำโบราณ ร้านขายยาโบราณ ฯลฯ
เดินไปเดินมา ถ่ายมุมนั้น มุมนี้ แดนก็มาหยุดอยู่ที่ตู้โชว์ที่นำกล้องถ่ายรูปโบราณหลายรุ่นมาโชว์ไว้ พร้อมกับพินิจอย่างตั้งใจ ก่อนที่จะเดินไปดูบริเวณรอบๆ พร้อมกับบอก

“ผมชอบถ่ายของเก่าแบบนี้ ไม่ก็บ้านเก่า มันเป็นความรู้สึกว่าอยากถ่ายคือไม่รู้จะเรียกอย่างไร รู้แต่ว่าผมรู้สึกกับมัน พอไปถ่ายตึกหรูๆ ผมจะถ่ายออกมาไม่สวย ไม่ได้อารมณ์”

ว่าแล้วแดนก็เดินอ้อมไปที่สวนหย่อมเล็กๆ จ้องกรงนกไม้ที่แขวนไว้หลายจุดในบริเวณนั้น ก่อนจะมองผ่านเลนส์เก็บภาพอย่างตั้งใจ แล้วก็เปิดดูรูปอย่างเย็นใจ

“ภาพนี้แดนตั้งใจถ่ายให้เห็นบ้านนกของปลอม เมื่อก่อนแดนเคยเห็นบ้านนกของจริงเยอะมาก แต่พอตอนนี้หาดูได้น้อยมากแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่า ธรรมชาติในบ้านเรามันแย่ลง  แดนอยากเห็นบ้านนกเยอะขึ้น เพราะมันหมายถึงธรรมชาติของเราได้กลับคืนมา”

แดนบอกพร้อมกับโชว์รูปที่ถ่ายเสร็จให้ดู

ลึกเข้ามาด้านข้างสวนเป็นส่วนอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่จัดให้เป็นแบบนั่งเสื่อ ผสมผสานกลมกลืนกับธรรมชาติ ประดับตกแต่งด้วยรูปภาพและกระจกเงา แดนเล็งมุมไปมา ก่อนที่จะคว้ากล้องเล็งถ่ายไปที่กระจกเงาและรูปภาพบนผนัง เมื่อถ่ายเสร็จก็เปิดรูปให้ดู พร้อมกับตั้งคำถาม “แดนอยากให้ลองหาดูว่า แดน อยู่ตรงไหน? แดน รู้สึกว่า แดน เป็นส่วนหนึ่งของรูปพวกนี้ เลยอยากให้ลองหาดูว่า แดน อยู่ตรงไหนในกรอบรูปทั้งหมดนี้...ลองหาดูนะ”

แม้จะหาเจอ แต่ไม่ขอเฉลย เพราะหนุ่มแดนตั้งใจให้ทุกคนที่เห็นรูปนี้ได้เล่นเกมฝึกสมองกันซะหน่อย อ้าว...ลองหาดูว่าหนุ่มแดนอยู่ตรงไหน?

ถัดจากชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ของโรงแรมแนะนำให้เดินขึ้นไปดูบริเวณชั้นบน ซึ่งที่มีทั้งหมด 3 ชั้นพักอาศัย และชั้นดาดฟ้า ระหว่างทางเดินประกอบไปด้วยงานศิลปะบนฝาผนังที่ถูกวาดขึ้นให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์สมัยโบราณ ในขณะที่ชั้นดาดฟ้าเป็นลานพักผ่อน และแปลงผักสาธิต แต่น่าเสียดายที่อยู่ในระหว่างปรับปรุง จึงไม่ได้เก็บภาพมาฝากกัน

หนุ่มแดนเดินไปยังบริเวณชั้นต่างๆ ยกกล้องถ่ายรูปขึ้นถ่ายอย่างละเอียด เลยต้องถามซะหน่อยว่าติดอกติดใจอะไรนักหนาถึงหันมาสนใจอยากจะเป็นช่างภาพสมัครเล่น เจ้าตัวตอบให้ฟัง

“ผมรู้สึกว่าการถ่ายรูปมันมหัศจรรย์มากๆ คือเวลาเรามองสิ่งเหล่านั้นด้วยตาเปล่า ก็จะเป็นอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเราได้มองผ่านเลนส์แล้วก็จะออกมาอีกแบบหนึ่ง แล้วแต่ว่าเราต้องการให้ออกมาอารมณ์แบบไหน ผมว่ามันคืองานศิลปะจริงๆ ในขณะที่สิ่งๆ เดียวกัน แต่ละคนก็ถ่ายออกมาได้ไม่เหมือนกัน” แหม...เล่าได้เป็นฉากๆ ขนาดนี้ท่าจะติดใจเอาจริงๆ

เรื่องไปศึกษาจากที่ไหนมา พ่อหนุ่มบอกว่าเป็นความชอบส่วนตัว ทำให้ใช้การทดลองถ่ายไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องที่ทำไมเพิ่งมาเริ่มชอบ ก็เพราะสมัยนี้เป็นกล้องดิจิทัล ทำให้กล้าถ่ายมากขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เป็นกล้องฟิล์ม เลยทำให้ขยาดกลัวเปลืองฟิล์มซะเปล่าๆ

ใช้เวลาอยู่ในโรงแรมพระนคร-นอนเล่น พักใหญ่ ก็ได้เวลาที่หนุ่มแดนต้องกลับไปทำงานซะแล้ว...ทั้งที่ดูเหมือนยังเมามันกับการถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย ส่วนเรื่องฝีมือจะเป็นอย่างไรนั้น...แอบเอามาโชว์ให้ดูเป็นน้ำจิ้ม เรียกว่าไม่เลวกันเลยทีเดียวเชียวล่ะ...

 

เรื่อง...สิริรัตน์  แซ่เบ๊
ภาพ...วริศรา วุฒิกุล