
จากเพลงของพ่อถึงเพลงของลูก
จากเพลงของพ่อถึงเพลงของลูก:คมเคียวคมปากกาโดย.. ไพวรินทร์ ขาวงาม
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๒
ใกล้วันลอยกระทงแล้ว...เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง...หรือน้ำจะขึ้นๆ ลงๆ อีกอย่างไรก็ยากจะคาดเดา ในสถานการณ์แห่งธรรมชาติ และสถานการณ์แห่งผู้คน ทั้งฝ่ายประชาชน และฝ่ายการเมือง การกั้นน้ำ การเปิดน้ำ ยังเป็นปริศนาอีกหลายวาระ มีผู้บอกว่าปีนี้หนัก ปีหน้าอาจจะหนักกว่านี้ ทั้งสงครามน้ำ และสงครามคนไทยด้วยกัน...ในใจตอนนี้ ก็ได้แต่ภาวนาขอพรสิ่งดีๆ ช่วยดลให้บ้านเมืองปลอดภัย ฝ่าฟันและฟื้นฟูชีวิตจิตใจจากวิกฤติได้
“ยังไม่ทัน จะถึงวัน ลอยกระทง คนก็ลง ลอยคอ รอคอย-ล่อง
ราวกระทง จะหลงทาง กลางน้ำนอง กราบคลื่นของ แม่คงคา ขมากรรม!”
ครับ พื้นที่จำกัด เขียนเล่าโน่นเล่านี่วนไปเวียนมา โดยเฉพาะ “จรัลในดวงใจ” ยังค้างเรื่องไว้บ้าง อยากเล่าต่ออีกสักเล็กน้อย
“จากเพลงของพ่อถึงเพลงของลูก” เป็นเพลงที่ พยัต ภูวิชัย แต่งให้ ไตรศุลี มโนเพ็ชร เป็นผู้ขับร้อง เพลงชุดนี้มีลักษณะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องหลายมุมอารมณ์ เช่น “ซอขาดสาย” เป็นมุมจาก สุนทรี เวชานนท์ คู่แฝดทางดนตรีของเขา “ลุงใจดี” เป็นมุมจาก ลานนา คัมมินส์ หลานสาวของเขา “คิดถึงจรัล” เป็นมุมจาก สุรชัย จันทิมาธร มิตรสหายทางดนตรีของเขา ฯลฯ
“พ่อปลูกต้นไม้ไว้ต้นหนึ่ง และยังคงผลิดอกออกผล...” และ “ลูกฝากเพลงนี้ถึงใจพ่อ แม้เส้นทางต่าง ยังคงฝัน ที่สุดปลายทางหวังเพียงวัน พบรางวัลดั่งเพลงของพ่อ...”
อย่างที่เคยบอกไปบ้างแล้ว ผมมิได้คุ้นเคยกับคุณจรัลหรือครอบครัวของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงร้องเพลงของลูกชายของเขา ฟังแล้วซึ้งใจ พลอยคิดถึงสายใยความเป็นพ่อลูก ทั้งพ่อลูกคู่นี้และพ่อลูกอื่นๆ ในทางแวดวงดนตรีนั้น มีลูกหลายคนที่ได้สืบสายทางดนตรีจากพ่อ อย่างลูกของ สุรชัย จันทิมาธร ลูกของ สุเทพ โฮป ลูกของ อี๊ด ฟุตปาธ ฯลฯ
คนเคยเป็นลูกของพ่อ วันหนึ่งก็อาจกลายเป็นพ่อของลูก วิชาในชีวิตจริง ย่อมจะหลั่งไหลถ่ายเทไปตามสายเลือดไม่มากก็น้อย
“ดนตรีไม่ใช่ทำให้เรามีความสุขเพียงอย่างเดียว แต่เนื้อหาของบทเพลงควรจะมีอิทธิพลต่อผู้ฟังด้วย จึงหันกลับไปฟังเพลงที่เคยฟังมาแล้ว เพื่อศึกษาและพยายามเข้าใจมันให้มากยิ่งขึ้น และเริ่มรู้ว่าคนแต่งเพลงไม่ได้ทำงานเพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อเป้าหมายทางความคิดต่อสังคมด้วย”
นั่นคือความคิดความอ่านหนึ่งของ จรัล มโนเพ็ชร ที่ปรากฏในหนังสือ “จรัลในดวงใจ” เขามิได้เกิดเป็นคนเมืองเหนือแล้วฟังแต่เพลงพื้นบ้าน แต่ใฝ่ฝันและใฝ่ฟังทั้งเพลงต่างประเทศและเพลงในประเทศทั่วไป ก่อนที่จะหันกลับมาศึกษา “เพลงที่เคยฟังมาแล้ว” ก่อนถ่ายทอดออกมาฝากลูกๆ หลานๆ ในสังคม
สำหรับโครงการ “อ้ายจรัลปั๋นน้องอ่าน” นั้น หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เคยเขียนถึงว่า “จรัล มโนเพ็ชร นอกจากเป็นนักร้อง นักดนตรี และนักแต่งเพลงแล้ว ในอีกมุมหนึ่งเขาเป็นนักอ่านคนหนึ่ง มีความสามารถทางด้านภาษาในระดับกวี ที่มีผลงานมากมายในรูปแบบของบทเพลง..."
ใครสนใจสนับสนุนหนังสือโครงการนี้ สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 08-1530-5310 หรือหากผ่านไปเชียงใหม่ ก็ลองแวะไปที่ ร้านอาหารเฮือนสุนทรี
ครับ ในท่ามกลางความไม่ปลอดภัย ขอภาวนาให้เพื่อนมนุษย์ปลอดภัยตามกำลัง และหวัง...ช่องทาง “ตาดู หูฟัง” หรือหนังสือและดนตรี จะปลุกปลอบ ฝ่าฟัน ฟื้นฟู เยียวยา ภาวะภายใน ในขณะที่ภายนอกอาจปรักหักพัง!



