บันเทิง

จากเพลงของพ่อถึงเพลงของลูก

จากเพลงของพ่อถึงเพลงของลูก

04 พ.ย. 2554

จากเพลงของพ่อถึงเพลงของลูก:คมเคียวคมปากกาโดย.. ไพวรินทร์ ขาวงาม

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔  ขึ้น ๖ ค่ำ  เดือน ๑๒
 
          ใกล้วันลอยกระทงแล้ว...เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง  เดือนสิบสองน้ำทรง...หรือน้ำจะขึ้นๆ ลงๆ อีกอย่างไรก็ยากจะคาดเดา ในสถานการณ์แห่งธรรมชาติ  และสถานการณ์แห่งผู้คน  ทั้งฝ่ายประชาชน และฝ่ายการเมือง  การกั้นน้ำ การเปิดน้ำ ยังเป็นปริศนาอีกหลายวาระ มีผู้บอกว่าปีนี้หนัก ปีหน้าอาจจะหนักกว่านี้ ทั้งสงครามน้ำ และสงครามคนไทยด้วยกัน...ในใจตอนนี้ ก็ได้แต่ภาวนาขอพรสิ่งดีๆ ช่วยดลให้บ้านเมืองปลอดภัย ฝ่าฟันและฟื้นฟูชีวิตจิตใจจากวิกฤติได้ 
 
          “ยังไม่ทัน จะถึงวัน ลอยกระทง  คนก็ลง ลอยคอ รอคอย-ล่อง
          ราวกระทง จะหลงทาง กลางน้ำนอง กราบคลื่นของ แม่คงคา ขมากรรม!”
        
          ครับ พื้นที่จำกัด เขียนเล่าโน่นเล่านี่วนไปเวียนมา โดยเฉพาะ “จรัลในดวงใจ” ยังค้างเรื่องไว้บ้าง อยากเล่าต่ออีกสักเล็กน้อย
 
          “จากเพลงของพ่อถึงเพลงของลูก” เป็นเพลงที่ พยัต ภูวิชัย แต่งให้ ไตรศุลี มโนเพ็ชร เป็นผู้ขับร้อง เพลงชุดนี้มีลักษณะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องหลายมุมอารมณ์ เช่น “ซอขาดสาย” เป็นมุมจาก สุนทรี เวชานนท์ คู่แฝดทางดนตรีของเขา “ลุงใจดี” เป็นมุมจาก ลานนา คัมมินส์ หลานสาวของเขา “คิดถึงจรัล” เป็นมุมจาก สุรชัย จันทิมาธร มิตรสหายทางดนตรีของเขา ฯลฯ
 
          “พ่อปลูกต้นไม้ไว้ต้นหนึ่ง และยังคงผลิดอกออกผล...” และ “ลูกฝากเพลงนี้ถึงใจพ่อ แม้เส้นทางต่าง ยังคงฝัน ที่สุดปลายทางหวังเพียงวัน พบรางวัลดั่งเพลงของพ่อ...”
 
          อย่างที่เคยบอกไปบ้างแล้ว ผมมิได้คุ้นเคยกับคุณจรัลหรือครอบครัวของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงร้องเพลงของลูกชายของเขา ฟังแล้วซึ้งใจ พลอยคิดถึงสายใยความเป็นพ่อลูก ทั้งพ่อลูกคู่นี้และพ่อลูกอื่นๆ ในทางแวดวงดนตรีนั้น มีลูกหลายคนที่ได้สืบสายทางดนตรีจากพ่อ อย่างลูกของ สุรชัย จันทิมาธร  ลูกของ สุเทพ โฮป  ลูกของ อี๊ด ฟุตปาธ ฯลฯ
 
          คนเคยเป็นลูกของพ่อ วันหนึ่งก็อาจกลายเป็นพ่อของลูก วิชาในชีวิตจริง ย่อมจะหลั่งไหลถ่ายเทไปตามสายเลือดไม่มากก็น้อย 
 
          “ดนตรีไม่ใช่ทำให้เรามีความสุขเพียงอย่างเดียว แต่เนื้อหาของบทเพลงควรจะมีอิทธิพลต่อผู้ฟังด้วย จึงหันกลับไปฟังเพลงที่เคยฟังมาแล้ว เพื่อศึกษาและพยายามเข้าใจมันให้มากยิ่งขึ้น และเริ่มรู้ว่าคนแต่งเพลงไม่ได้ทำงานเพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อเป้าหมายทางความคิดต่อสังคมด้วย”
 
          นั่นคือความคิดความอ่านหนึ่งของ จรัล มโนเพ็ชร ที่ปรากฏในหนังสือ “จรัลในดวงใจ”  เขามิได้เกิดเป็นคนเมืองเหนือแล้วฟังแต่เพลงพื้นบ้าน แต่ใฝ่ฝันและใฝ่ฟังทั้งเพลงต่างประเทศและเพลงในประเทศทั่วไป  ก่อนที่จะหันกลับมาศึกษา “เพลงที่เคยฟังมาแล้ว” ก่อนถ่ายทอดออกมาฝากลูกๆ หลานๆ ในสังคม
 
          สำหรับโครงการ “อ้ายจรัลปั๋นน้องอ่าน” นั้น  หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เคยเขียนถึงว่า “จรัล มโนเพ็ชร นอกจากเป็นนักร้อง นักดนตรี และนักแต่งเพลงแล้ว  ในอีกมุมหนึ่งเขาเป็นนักอ่านคนหนึ่ง มีความสามารถทางด้านภาษาในระดับกวี ที่มีผลงานมากมายในรูปแบบของบทเพลง..."

          ใครสนใจสนับสนุนหนังสือโครงการนี้  สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 08-1530-5310  หรือหากผ่านไปเชียงใหม่  ก็ลองแวะไปที่ ร้านอาหารเฮือนสุนทรี

          ครับ  ในท่ามกลางความไม่ปลอดภัย  ขอภาวนาให้เพื่อนมนุษย์ปลอดภัยตามกำลัง  และหวัง...ช่องทาง “ตาดู  หูฟัง” หรือหนังสือและดนตรี  จะปลุกปลอบ  ฝ่าฟัน  ฟื้นฟู เยียวยา ภาวะภายใน  ในขณะที่ภายนอกอาจปรักหักพัง!