
น้ำมาลาหยุด
น้ำมาลาหยุด:รู้ทันกฎหมาย โดย... ศรัณยา ไชยสุต
น้ำท่วมประเทศไทย ทำให้การทำงานมีปัญหา ทั้งเจ้านายและลูกน้องต้องหันมาเฝ้าระวังว่าน้ำจะมาเยี่ยมถึงเรือนชานเมื่อไหร่ แม้จะยังอยู่ห่างไกลแต่จะเดินทางไปทำงานมันต้องผ่านมวลน้ำตามท้องถนน ทั้งยังเสี่ยงต่อการผจญกับจรเข้หรืองูที่ว่ายหนีน้ำมาเจอกัน
การที่ราชการประกาศหยุด ไม่ใช่บทบังคับภาคเอกชน คนที่จะสั่งได้งานนี้ก็คือนายจ้าง ซึ่งหลายสถานประกอบการก็ประกาศให้หยุดกันไปเลียนแบบหน่วยราชการ บางบริษัทก็จัดให้เป็นวันทำงานปกติ แต่มีเมตตาให้อ้างเหตุน้ำท่วมเป็นเหตุลาได้
ที่จริงก็แทบจะไม่มีกะจิตกะใจทำงานเพราะหัวบานเรื่องน้ำท่วม ไหนจะต้องรวบรวมข้าวของเตรียมอพยพเร่งด่วน แต่หากจะอู้อยู่เฝ้าน้ำนานไปก็อาจตกงานได้เช่นกัน
ในทางกฎหมาย การที่เราไม่ไปทำงานเมื่อเจ้านายไม่ได้ประกาศหยุด ก็ถือว่าเป็นวันลา ซึ่งสามารถลาได้ หากเจ็บไข้เพราะน้ำกัดเท้า เราก็ลาป่วย ตามกฎหมายให้ลาได้ตามที่ป่วยจริง ส่วนป่วยใจก็ควรมีใบรับรองแพทย์สนับสนุนเอาไว้ ไม่เช่นนั้นอาจไม่น่าเชื่อได้
แต่ถ้ายังแข็งแรงยกตู้เย็น เข็นเรือไหว แต่ไปทำงานไม่ได้ การลาหยุดต้องใช้เป็นลากิจไป ซึ่งตามกฎหมายผลักให้นายจ้างกำหนดได้ตามสบายใจแต่ต้องระบุไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
เป็นอันว่าลากิจทำได้ก็ต่อเมื่อเจ้านายกำหนดไว้ และส่วนใหญ่ก็มักจะต้องรอให้ได้รับอนุมัติจากเจ้านายด้วย หากเขาไม่โอกับเรา ก็ลาไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไรนะหรือ อย่าเพิ่งมือเท้าอ่อน ยังมีการลาที่กฎหมายบังคับนายจ้างให้ต้องยอมให้ทำได้อีกอย่าง คือการลาพักผ่อนประจำปี ซึ่งมีเกณฑ์ว่าหากทำงานมาครบปีเมื่อไหร่ก็สามารถลาได้เท่ากับ 6 วันทำงาน
นั่นเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำที่กฎหมายว่าไว้ เจ้านายจะกำหนดให้มากกว่าก็ได้ และอาจให้สะสมวันลาไปปีถัดไปหากไม่ได้ใช้ก็ได้เช่นกัน ลูกจ้างต้องรู้ตั้งแต่เริ่มงาน ดังนั้น แม้จะไม่ได้พักได้ผ่อนตามชื่อก็ถือเป็นการลาพักผ่อนประจำปีได้ และมีสิทธิได้ค่าจ้างตามปกติ
หากบริษัทจัดให้เป็นวันทำงาน และให้ทำกันที่บ้านได้หากไม่สามารถเดินทางมา ก็ถือว่าได้ทำงานในวันนั้น ไม่เป็นวันลาแต่อย่างไร เช่นเดียวกับกรณีที่เจ้านายกำหนดให้เป็นวันหยุดแต่บอกว่าถ้าใครมีงานที่ต้องสะสางก็ให้มาทำที่บริษัทได้
สั่งแบบนี้เจ้านายต้องรู้ไว้ เพราะอาจกลายเป็นการทำงานในวันหยุดซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องจ่ายค่าจ้างหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วย บวกลบคูณหารกันไป
การลาหรือไม่ต้องเข้าใจสถานการณ์ ทั้งลูกน้องนายจ้างก็ไม่ต่างกันตรงที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม แต่จะมากน้อยต่างกันไปก็ต้องเห็นใจและเอื้อเฟื้อต่อกันได้ อย่าให้น้ำท่วมบานปลายจนต้องใช้กฎหมายมาจัดการ



