บันเทิง

(ไม่ได้)วิพากษ์นายกฯ(ไม่ได้)

(ไม่ได้)วิพากษ์นายกฯ(ไม่ได้)

02 พ.ย. 2554

(ไม่ได้)วิพากษ์นายกฯ(ไม่ได้)!?:มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

           เดิมทีจะเขียนชื่นชมทีมงานอาสาสมัครกลุ่ม "รู้สู้ flood" ที่ทำสื่อวิดีโอสร้างสรรค์ Infographic ในแนวคิด "คุณต้องรอด! อย่างเข้าใจ" ที่เข้าใจง่าย และถึงข้อมูลได้อย่างตรงเป้า เรียกว่าช่วยได้เยอะในสถานการณ์น้ำท่วมปีนี้
 
          แต่พอมาเห็นข่าวและสิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ เลยขอพักความชื่นชมไว้ก่อน

          เพราะภาพข้าวของลอยน้ำเท้งเต้งมากมายในสนามบินดอนเมือง เห็นแล้วเชื่อว่าคนที่บริจาคคงไม่สบายใจนัก

          ผู้บริจาคบางคนก็ใช่ว่าจะเป็นเศรษฐีกันหมดทุกคน แต่หลายคนที่ให้ก็ด้วยอยากจะ "แบ่งปัน" เท่าที่จะทำได้

          "คุณค่า" ของ "ของบริจาค" อยู่ตรงนี้!
 
          หากว่าการจัดระบบรับ-มอบสิ่งของจำเป็น น้ำดื่มและอาหาร ให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อนอย่างรวดเร็วทันท่วงที จะยิ่งบรรเทาเบาบางความเดือดร้อนได้มากที่สุด
 
          ส่วนจะติดป้ายพ่วงชื่อตัวเองเพื่อหาเสียงหรือช่วยเหลือพวกพ้องกันยังไงนั้น ดิฉันไม่ขอพูดถึง เพราะใครทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ และโลกโซเชียลมีเดียมันก็มีความสามารถพอที่จะเห็นอะไรได้รวดเร็วและจริงเสมอ! 
 
          ประเทศชาติประสบภาวะวิกฤติแบบนี้ เราได้เห็นความช่วยเหลือทั้งด้าน "กาย" และ "ใจ" กันชัดที่สุด
 
          หากจะมีข้อผิดพลาดหรือตกหล่น เพราะความไม่เจตนา ก็เชื่อว่าคนไทยให้อภัยกันอยู่แล้ว ส่วนจะมีอารมณ์กันบ้างเป็นธรรมดา
 
          การที่มีคนออกมาต่อว่าต่อขานการทำงานของภาครัฐ ซึ่งแน่นอนว่าเป็น "หัวใจ" ในการนำพาประเทศให้พ้นจากความหายนะ จึงเป็นสิ่งที่ทำได้ และรัฐเองก็ชี้แจงได้
 
          หากมั่นใจว่าเราอยู่ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง!
 
          การแสดงความคิดเห็นของคนดัง นับตั้งแต่ "กาละแมร์" พัชรศรี เบญจมาศ ถึง "หนูดี" วนิษา เรซ และล่าสุด ก็ "เอิน" กัลยกร นาคสมภพ หรือชื่อที่เขียนใหม่ว่า "กัลป์ยกร"
 
          ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้ง 3 สาวไม่ได้พุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

          ข้อความที่พวกเธอเขียนทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์ ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก มีทั้งเสียงผู้สนับสนุนและกลุ่มที่สับเละเทะ

          สับด้วยเหตุผล และสับด้วยอารมณ์ มันต่างกัน
          ทว่า ท้ายที่สุดเวลานี้ยังมองเห็นการแบ่งพรรคแบ่งพวกไม่ต่างจากก่อนหน้านี้
          ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่แปลกอีก ทั้งคนวิพากษ์ก่อน และคนวิจารณ์กลับ
          มันเป็นธรรมชาติในสังคมการเมืองบ้านเราเวลานี้
          แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากว่าเรา คิด พูด ฟังอย่างไม่ถืออคติ และใจกว้างพอ
          แล้วมาช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน

          สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ เพียงสองมือทำไม่ได้แน่ ถ้าเราไม่ร่วมใจกันฝ่ากำแพงออกไปให้ได้

          ไม่ใช่อยู่กันแบบจับผิด ไม่ใช่แบบแก้ตัว และไม่ใช่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ
          แต่คนในชาติต้องร่วมกัน ละตัวตน กิเลส และพวกพ้อง มาช่วยกันอย่างจริงใจ

          การไม่เสียเวลามาต่อปากต่อคำกัน จะทำให้เรา "พ้น" สภาพสำลักน้ำทั้งประเทศแน่ ..ไม่เชื่อลองดูสิ