
ยามมีภัยร้าย เสือยังไม่กัดหมาป่า
ยามมีภัยร้าย เสือยังไม่กัดหมาป่า:มองผ่านเลนส์คม โดย... จำลอง ฝั่งชลจิตร
ติดตามข่าวน้ำท่วมภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง ห่วงคนไทยด้วยกัน ญาติมิตร บุคคลที่เคารพ พี่น้องเพื่อนฝูง คนที่รักใคร่ชอบพอกัน ห่วงทั้งที่ช่วยอะไรไม่ได้มาก
ในฐานะคนเขียนหนังสือ เลี้ยงชีพด้วยงานเขียน แวดวงหนังสือ โรงพิมพ์ โรงงานกระดาษ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร สำนักพิมพ์ ร้านไสกาว และพี่น้องที่อยู่ในห่วงโซ่ของธุรกิจที่ยกมาอ้าง
ทุกกลุ่มอาชีพน่าเป็นห่วงทั้งสิ้น เพราะว่าเกี่ยวโยงกันไปทั้งหมด ไม่อาจแยกจากกันโดยเอกเทศ ลองเชื่อมโยงดูพอเห็นภาพชัดเจน ธุรกิจสื่อเกี่ยวกับบริษัทโฆษณา บริษัทโฆษณาเกี่ยวข้องกับสิ้นค้า และบริการ เมื่อน้ำท่วมโรงงาน โรงงานไม่อาจผลิตสินค้าและบริการ เม็ดเงินโฆษณาก็ไม่มีให้บริษัทโฆษณา ถึงมีก็น้อยลง ยุ่งเหยิงอีรุงตุงนังไปหมด นี่เป็นตัวอย่าง
เมื่อน้ำท่วมเมือง เท่าที่ทำได้ตอนนี้ ก็คือ ภาวนาให้ก้อนน้ำระบายลงทะเลไปเร็วๆ หรือไม่ก็ย้ายให้ขาดเม็ดลงภาคใต้ฝั่งตะวันออก ถ้าสั่งดินฟ้าได้ก็เท่ากับว่าที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก “ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล” ไม่ผิดธรรมชาติ ชาวบ้านรุ่นปู่ย่าตาทวดรับมือมาได้ ขออย่ามีพายุไต้ฝุ่นหรือดีเปรสชั่นยัดไส้ไปด้วยก็แล้วกัน
ฟ้าดินหลงๆ ลืมๆ หรือเปล่าน่าสงสัย ถึงปล่อยให้น้ำท่าเล่นงานภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑลเต็มอัตราศึก แม้ผู้วิเศษก็ไม่อาจจัดการ นับประสาอะไรกับคนธรรมดา
เกิดภัยธรรมชาติอันหนักหนาสาหัสทั้งที น่าจะช่วยสร้างความปรองดองให้เกิดในหมู่คนไทยด้วยกัน ให้ลืมความบาดหมาง เลิกแบ่งพวกแยกหมู่ ประสานใจเป็นหนึ่งมารับมือภัยพิบัติที่พร้อมจะเล่นงานทุกพวกทุกหมู่ให้วอดวายไปพร้อม ๆ กันโดยไม่ละเว้น ถ้านึกถึงความเกี่ยวโยงให้ละเอียดถี่ถ้วน อุทกภัยคราวนี้ไม่มีใครอด หรือไม่มีส่วนเสียหาย น่าเสียดายเราเสียโอกาสปรองดองไป
สัก 20-25 ปีกระมัง ผมได้อ่านนิยายเยาวชนเล่มเล็กๆ เรื่อง ‘แมวน้ำสีทอง’ เนื้อหาน่าสนใจมาก เขาเขียนให้เด็กๆ อ่าน จะอ่านซ้ำยามนี้หนังสือก็สูญหายไปแล้ว
เรื่องของพรานล่าแมวน้ำที่ทราบข่าวว่ามีแมวน้ำสีทองมาหากินอยู่ใกล้ๆ จึงออกตามล่าเพราะเป็นสัตว์หายาง ราคาหนังแพงกว่าแมวน้ำทั่วไป นายพรานออกตามล่าจนไปอยู่ท่ามกลางพายุหิมะแทบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีไปพบถ้ำแห่งหนึ่ง พอเข้าไปข้างในก็พบว่าในนั้นแขกสำคัญอยู่พร้อมหน้า ทั้งเสือ หมี หมาป่า งูและแมวน้ำ ล้วนสัตว์มีเขี้ยวเล็บมีพิษ ซึ่งยามปกติจะปองร้ายต่อกันโดยสัญชาตญาณ
ท่ามกลางพายุร้ายและความหนาวเหน็บ สัตว์ทุกตัวลืมสัญชาตญาณดิบ ทุกตัวหวาดกลัวภัยธรรมชาติที่อันตรายยิ่งกว่า เหล่าสัตว์จึงซุกตัวหนีความเกรี้ยวกราดของพายุกับความหนาวเหน็บอยู่ร่วมถ้ำเดียวกัน เสือไม่กัดหมี หมีไม่ตะปบแมวน้ำ เสือไม่กัดหมาป่า งูไม่ฉกกัดนายพราน นายพรานไม่ฆ่าแมวน้ำ คนกับสัตว์ราคาชีวิตเสมอกัน ท่ามกลางภัยธรรมชาติที่ให้ทุกข์ให้โทษรุนแรงกว่า
นิยายเด็กๆ เรื่องนี้ไม่ได้บอกอะไรกับเรามากนัก หรือบอก แต่ผมอับปัญญาจนไม่อาจเชื่อมโยงประสบการณ์ของสิ่งมีชีวิตในถ้ำแห่งนั้นกับน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครั้งนี้เข้าด้วยกัน
คุณผู้อ่าน ผู้ประสบภัยพิบัติร้ายกาจ น่าจะเชื่อมโยงได้ดีกว่า
บางทีอาจไม่ต้องใช้สติปัญญาเลยก็ได้



