บันเทิง

ลูกทุ่งกับน้ำเน่า

ลูกทุ่งกับน้ำเน่า

31 ต.ค. 2554

ลูกทุ่งกับน้ำเน่า:คมเคียวคมปากกา โดย... เคียวจันทร์ คว้านใจ

           เขียนไปหลายครั้ง เกี่ยวกับน้ำใจของคนลูกทุ่งกับกิจกรรมที่ช่วยเหลือน้ำท่วมและเฝ้าสังเกตดูว่า จะมีขยับขยายอะไรกันบ้างทั้งในส่วนของค่ายเพลง นักร้องหรือสื่อต่างๆ ที่หากินกับเพลงลูกทุ่งและคนลูกทุ่ง รวมไปถึงแฟนเพลงต่างๆ
 
          พบว่าก็เริ่มมีกิจกรรมตามสถานีวิทยุต่างๆ ทั้งที่เป็นคลื่นหลักหรือชุมชนก็ตามที บางคลื่นก็ตั้งใจทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่หวังว่าจะต้องส่งข่าวเขียนข่าวมาให้สื่อเผยแพร่ ถือว่าทำแล้วสุขใจ และเชื่อว่าคนที่ทำดี วันหนึ่งตกทุกข์ได้ยาก ความดีจะช่วยเหลือให้พ้นไปได้
 
          ยกตัวอย่าง คนทำงานสื่อคนหนึ่งที่เขาได้ช่วยเหลือน้ำท่วมทั้งการบริจาค ช่วยเหลือข่าวสารหรือรับส่งคนที่เดือดร้อน ทำจนเป็นนิสัยเท่าที่จะสะดวกทำได้ มาวันหนึ่งเขาประสบกับเหตุร้าย รถดับในน้ำขณะที่กำลังกลับมาจากเยี่ยมคนน้ำท่วมยามดึก เขาเล่าว่า ตอนนั้นเงินก็แทบช่วยอะไรไม่ได้ ทุกคนต่างเอาตัวรอดไว้ก่อน
 
          รถที่จะไปช่วยลากรถเขาออกมาก็บ่ายเบี่ยง ทั้งๆ ที่ไปถึงที่เกิดเหตุและตกลงราคากันเรียบร้อย คาดว่าต้องการจะขึ้นค่าตัว รถราชการที่อยู่ใกล้ๆ และเป็นรถชนิดเดียวที่ลุยน้ำได้ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้เพราะต้องรอคำสั่งของนายเท่านั้น (อยากรู้นักว่า ถ้ามีคนกำลังจะจมน้ำตายไปต่อหน้า เขาต้องรอคำสั่งเจ้านายก่อนที่จะไปช่วยเหลือหรือไม่)
 
          ช่วงนั้นเขาเล่าให้ฟังว่า ต้องใช้โทรศัพท์เพื่อประสานงานคนที่รู้จักเผื่อว่าจะช่วยส่งต่อไปยังภาคเอกชนที่รับจ้างฉุดลากรถให้ได้ ครั้นพอติดต่อไปยังนักร้องคนหนึ่งที่รู้จักกันเพื่อขอเลขหมายของคนคนหนึ่งที่มีรถยกสูงๆ และอุปกรณ์ที่พอช่วยกันได้ ปรากฏว่า นักร้องคนดังกล่าวช่วยอะไรไม่ได้ แต่ขอฝากอัลบั้มเพลงชุดใหม่กันหน้าตาเฉย ช่างใช้เวลาฉวยโอกาสในการขายได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ไม่ถูกเวลา
 
          ในยามที่หน้าสิ่วหน้าขวาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ คือเครื่องมือจำเป็นที่จะช่วยชีวิตใครหลายคนได้ ควรจะประหยัดคำพูดเพื่อให้ใช้ได้ยาวนาน แต่บางคนกลับเอามาใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ขายอัลบั้มเพลงซะงั้น คิดได้อย่างไรกันนี่
 
          ครั้นพอหมุนไปฟังวิทยุลูกทุ่งบางคลื่นก็เจอนักร้องลูกทุ่งที่โฟนอินหรือโทรศัพท์เข้าสายมา พูดถึงกิจกรรมที่ลุยน้ำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็ได้ยินเสียงนักร้องลูกทุ่งปัญญาด้อย พูดจาโฆษณาความดีงามของตนเอง โดยแทบไม่ได้กล่าวถึงความลำบากในพื้นที่น้ำท่วมที่ตนเองไปสัมผัสมาเลย แถมยังปิดท้ายขายเพลงชุดใหม่ อ้างว่า คลายเครียดยามน้ำท่วม ฟังแล้วอยากปิดวิทยุหนีและสาปส่งรังเกียจนักร้องประเภทขายของไม่รู้เวลา กาลเทศะ
 
          ได้ยินเสียงนักร้องอีกคนที่ทำนามาก่อน เมื่อมาลุยน้ำท่วมไปแจกของก็ทำน้ำเสียงท่าทางดัดจริตเมื่อต้องลงไปลุยน้ำ โถ...อยากจะบอกว่า สมัยตอนยังทำนาน่ะ ต้องลุยโคลนดำลำบากกว่านี้ อย่ามาทำเป็นลุยน้ำท่วมนิดเดียวทำเป็นเรื่องใหญ่โต
 
          ช่วงนี้นอกจากจะรำคาญนักการเมืองฟัดกันหรือคนที่แย่งไมค์แถลงข่าวพูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง สิ่งที่ต้องเจออีกอย่างคือนักร้องลูกทุ่งที่ปัญญาอ่อนพอๆ กันตามสถานีวิทยุโทรทัศน์ซ้ำอีก คนพวกนี้ทำตัวดูน่าขยะแขยงยิ่งกว่าน้ำเน่าขังที่คอยกัดเท้าเสียอีกนะ