บันเทิง

เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ...'CINEMA POTION NO.9'

เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ...'CINEMA POTION NO.9'

26 ต.ค. 2554

เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ...'CINEMA POTION NO.9':เรื่องเด่นประเด็นดัง

กรุ่นกลิ่นสุนทรียะบนแผ่นฟิล์มกับไปกับก้าวที่ 9 ของ เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 9 พร้อมร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีของ Cannes Film Festival Critic’s Week พร้อมกิจกรรมร่วมกับผู้กำกับชื่อดังชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท เนชั่นบอร์ดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ร่วมกันจัดขึ้น พร้อมพันธมิตรอีกมากมาย เป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่มีการจัดต่อเนื่องอย่างยาวนาวที่สุดในประเทศไทย สำหรับครั้งนี้ เกรียงศักดิ์ ศิลากอง ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ กล่าวถึงที่มาของคำว่า “CINEMA POTION NO.9” ว่า ด้วยความพ้องกันของการจัดเทศกาลที่เข้าสู่ปีที่ 9 กับเพลงดังในปลายยุค 50 และชื่อน้ำหอมชื่อดัง “CINEMA POTION NO.9” จึงการสื่อถึงมิติที่งดงามและน่าหลงใหลของศิลปะในสาขาภาพยนตร์ที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ลึกซึ้งมากกว่าการรับรู้ด้วยการมองเห็นหรือได้ยิน แต่เกิดจากกระบวนการภายในจิตใจที่ลึกซึ้งและละเอียดอ่อนมากขึ้นไปด้วย กลิ่นหอมจึงเป็นเสมือนตัวแทนของสื่อที่จะเปิดจินตนาการของผู้ชมให้ก้าวข้ามกรอบของภาพและเสียง สู่มวลบรรยากาศที่ผู้สร้างภาพยนตร์แต่ละเรื่องพยายามจะถ่ายออกสู่สายตาของผู้ชม การจัดครั้งนี้ได้คัดเลือกภาพยนตร์คุณภาพกว่า 80 เรื่อง โดยแบ่งเป็น 5 หมวด คือ 1. Asian Contemporary ภาพยนตร์เอเชียร่วมสมัย 2.Cinema Beat ก้าวตามดูจังหวะภาพยนตร์โลก 3. Cine Latino ภาพยนตร์จากละตินอเมริกา 4.Doc Feast ประตูสู่โลกกว้างกับภาพยนตร์สารคดี และ 5.Short Wave พื้นที่ไม่เล็กสำหรับภาพยนตร์สั้นจากทุกมุมโลก สำหรับภาพยนตร์เปิดเทศกาลปีนี้คือเรื่อง “I Carried You Home” เรื่องราวของการเดินทางของลูกที่นำร่างไร้วิญญาณของแม่กลับคืนสู่บ้านเกิด ภาพยนตร์ได้ถ่ายทอดมุมมองต่างๆ ของตัวละครผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดการเดินทาง นำไปสู่การเรียนรู้ที่จะยอมรับตนเอง เรี่องนี้เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ ต้องปอง จันทรางกูล ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักศิลปวัฒนธรรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ในโครงการฝึกอบรมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ไทยอีก 3 เรื่องคือ Venice Film Festival อันได้แก่ เรื่องราวการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติในชนบทของลุงนิ่วใน Lung Neaw Visits His Neighbours โดยศิลปินผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ตลกร้ายซ่อนเงื่อน ผลงานกำกับของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ใน P-047 และ เรื่องสุดท้าย Passing Through The Night ภาพยนตร์สั้นฝีมือผู้กำกับรุ่นใหม่ วรรจธนภูมิ ปลายสุวรรณ ไฮไลท์ของเทศกาลภาพยนตร์โลกครั้งนี้อยู่ที่ภาพยนตร์สารคดี 3 มิติเรื่อง “The Cave of Forgotten Dreams” ฝีมือการกำกับชาวเยอรมันชื่อก้อง Werner Herzog ซึ่งติดตามทีมงานนักสำรวจถ้ำโบราณแห่งใหม่ของโลก ที่ที่ได้ค้นพบภาพเขียนในถ้ำโบราณที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดในโลก ในส่วนของงานเลี้ยงปิดเทศกาลภาพยนตร์ ปีนี้เจ้าภาพได้กำหนดจัดงานที่ CDC ในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผู้ชมทุกท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการชมภาพยนตร์กลางแจ้ง กับภาพยนตร์สารคดีเพลงเรื่อง Total Balalaika Show ฝีมือการกำกับของ Aki Kaurismaki ยอดผู้กำกับชาวฟินแลนด์ สารคดีที่เป็นการร่วมแสดงดนตรีสดร่วมกันของ The Leningrad Cowboy หนึ่งในวงดนตรีที่เพี้ยนที่สุดวงหนึ่งของโลก กับ The Alexandrov Red Army Chorus วงจากอดีตสหภาพโซเวียตที่ยอดเยี่ยมที่สุดของกองทัพในขณะนั้น ในปีนี้ทางเทศกาลภาพยนตร์โลกยังได้รับเกียรติจาก Cannes Film Festival Critic’s Week ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดเทศกาลหนึ่งของโลก ให้เป็นหนึ่งในหลายๆ เทศกาลที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีของเทศกาล โดยการจัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลดังกล่าวตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ได้แก่ Boy Meets Girl จากฝรั่งเศส (1994), Walkover (1965) จากโปแลนด์,Little Jerusalem (2005) จากฝรั่งเศส, และภาพยนตร์ที่ชนะรางวัลนี้ล่าสุดอย่าง Las Acacias (2011) จากอาร์เจนตินา เพื่อเล่าถึงพัฒนาการของวงการภาพยนตร์โลกที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยทางวัฒนธรรม ด้านโปรแกรมพิเศษปีนี้ สถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้ร่วมมือกับเทศกาลภาพยนตร์โลกคัดสรรภาพยนตร์สารคดีคุณภาพที่ถ่ายทำและสร้างสรรค์ตามแนวคิดการถ่ายทำสารคดีแบบอเมริกัน (American Documentary Showcase) เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ทำสารคดีบ้านเราชม โดยภาพยนตร์สารคดีที่ผ่านการคัดสรรมาสำหรับเทศกาลภาพยนตร์ในปีนี้ได้แก่ Conner Plot, If A Tree Falls: A Story of The Earth Liberation, Kids With Cameras, Make Believe, และ One Lucky Elephant นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ทางเทศกาลภาพยนตร์โลก จัดร่วมกับชมรมเมืองไทยเข้าใจออทิสซึม (Autism Awareness Thailand) จัดฉายภาพยนตร์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในสังคม เกี่ยวกับผู้ป่วยออทิสติก เพื่อให้สังคมตระหนักถึงศักยภาพที่ถูกมองข้ามของผู้คนเหล่านี้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ผ่านภาพยนตร์อย่าง Ocean Heaven, God’s Ear, Kids With Cameras, และ For Once In My Life ส่วนพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณความสำเร็จ แก่ผู้กำกับผู้อุทิศตัวให้แก่วงการภาพยนตร์อย่างยาวนาน หรือ โลตัส อวอร์ด (Lotus Award) ในปี 2554 นี้ ทางเทศกาลมีความภูมิใจจะมอบให้กับ เบลา ทาร์ (Bela Tarr) ผู้กำกับชาวฮังการี ผู้มีผลงานโดดเด่นในการผลิตผลงานภาพยนตร์ผ่านฟิล์มขาว-ดำ โดยเบลา ทาร์ ได้ให้เกียรติเดินทางมารับรางวัลด้วยตัวเอง เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 9 จะมีขึ้นที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซินีเพล็กซ์และเอสพลานาด ซินีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก ระหว่างวันที่ 4 - 13 พฤศจิกายน 2554 เชิญมาร่วมสนุกและร่วมเสวนากับผู้กำกับชั้นนำจากทั่วโลกในเทศกาลภาพยนตร์แห่งปีที่พลาดไม่ได้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์และกิจกรรมต่างๆ ดูได้ที่ www.worldfilmbkk.com