
อะไรจะหมดก็ช่าง แต่ขอให้พลังไม่หมดไปจากใจ
อะไรจะหมดก็ช่าง แต่ขอให้พลังไม่หมดไปจากใจ:มองนอกดูใน โดย.. แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ปีที่ 111 ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีผู้ทรงบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามให้แก่พระธิดาและพระโอรส และเป็นวันปิดค่าย SOS ครั้งที่ 9 ก้าวย่างแห่งปัญญา สร้างศรัทธา สร้างรอยยิ้มถวายพ่อ Share Smiles for His Majesty แม้จะเป็นวันปิดค่าย ทว่าค่ายยังไม่ปิด เพราะใจของเด็กๆ เยาวชนยังคงเปิดกว้างที่จะเรียนรู้กับความจริงบนโลกใบนี้ ข้าพเจ้าจึงได้นำคณะเด็กๆ เยาวชน SOS เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาที่มีหัวใจอันเปี่ยมไปด้วยจิตอาสาออกไปเรียนรู้กับการเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ พื้นที่จริงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้านเกิดของข้าพเจ้า โดยได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจาก พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปราม ในการอำนวยความสะดวกในการไปและกลับ
คณะของเราอันได้แก่นักบวชสตรี เด็กๆ เยาวชน SOS เยาวชนธรรมนิเทศ นิสิตระดับปริญญาโท รุ่นที่ 4 ของสาวิกาสิกขาลัย รวมกว่า 50 ชีวิต พร้อมถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และนิตยสาร ‘ธรรมสวัสดี’ ได้เดินทางไปถึงวัดนาค อำเภอบางปะหัน ที่ปกติคงใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ หากในครั้งนี้เราใช้เวลาถึงกว่า 4 ชั่วโมงจึงถึงที่หมาย ด้วยว่าต้องเปลี่ยนยานพาหนะจากรถบัส เป็นรถทหาร และเรือ เนื่องจากตลอดสองข้างทางตั้งแต่แถบดอนเมืองก็ว่าได้มีน้ำท่วมสูงมากบ้างน้อยบ้างสลับกันไปตลอดทาง ยิ่งเมื่อใกล้เข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ได้เห็นภาพผืนน้ำเวิ้งว้างกว้างไกลแทนที่ถนนซึ่งเคยสัญจรผ่าน และบางจุดที่สูงสักหน่อย ก็กลายเป็นที่พักพิงของผู้คนที่อพยพหนีน้ำออกมา ตามสะพานลอยคนข้ามก็ถูกจับจองเป็นที่พัก ที่เป็นบ้านสองชั้น ส่วนใหญ่น้ำท่วมมิดชั้นหนึ่ง ยืนรอความช่วยเหลืออยู่ชั้นสอง
และที่วัดนาค ซึ่งเป็นที่พักพิงของประชาชน ข้าพเจ้ามีโอกาสได้พบกับคุณยายสองท่าน คือคุณยายดี อายุ 84 ปี ซึ่งนอนป่วยอยู่ที่ศาลาวัด คุณยายดีบอกว่าตอนนี้ร่างกายไม่แข็งแรง เพราะป่วยเนื่องจากหกล้ม แต่ใจไม่ล้ม ใจของคุณยายไม่มีวันล้ม และคุณยายสาย อายุ 96 ปี อีก 4 ปีจะครบ 100 ปี เวลาคุณยายสายยิ้ม โลกสว่างทันตา แม้กายจะทุกข์ แต่ยังยิ้มได้ คุณยายนั่งอยู่ท่ามกลางลูกหลานกลุ่มใหญ่ที่กำลังภาวนากับเพลงดั่งดอกไม้บานและ Little Happiness กับข้าพเจ้า แต่ออกตัวว่ายกแขนขึ้นไม่ได้เพราะไม่ค่อยได้ถูกใช้ ข้าพเจ้าจึงชวนคุณยายออกมาด้านหน้าและสอดแขนเข้าด้านหลังเพื่อช่วยให้ท่านยกแขนขึ้น ท่านหันมารำพึงเบาๆ กับข้าพเจ้าว่า “ไม่รังเกียจยายเหรอ” ข้าพเจ้าจึงกอดท่านและบอกว่าไม่รังเกียจเลย และขอให้ท่านให้พร ท่านยิ้มพร้อมกับบอกว่า “ขอให้อยู่เป็นสุขนะ อายุมั่นขวัญยืน บุญรักษา ขอให้พระคุ้มครองนะแม่นะ ขอให้เงินไหลมาเทมาเหมือนน้ำคงคานะ” แล้วข้าพเจ้าก็ถามท่านอีกว่าคุณยายกลัวตายไหม คุณยายตอบว่า “ยายไม่กลัวตาย อยู่มานานแล้ว ถึงคราวตายก็ต้องตาย ห่วงแต่ลูกหลาน ยายเคยเจอน้ำท่วมใหญ่ๆ มา 4 ครั้งแต่ครั้งนี้สุดยอดมาก ไม่เคยเจอน้ำท่วมมากอย่างนี้” แล้วก็ยิ้มอย่างที่พวกเราทุกคนอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
ความช่วยเหลือที่พี่น้องร่วมชาติมีให้แก่กันในขณะนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ของการ Share ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง...ที่จะทำให้คนไทยกลับมารู้ รัก สามัคคี พลังน้ำใจมหาศาลของคนไทยที่หลั่งไหลสู่ผู้ประสบภัยในทุกหัวระแหงของประเทศคงทำให้เราหมดคำถามว่าเหตุใดท่ามกลางความทุกข์ยากจากภัยน้ำท่วมกลับทำให้เกิดการ Share ที่เป็นสุขได้ขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการ Share ความสุข Share น้ำใจ ที่เปี่ยมพลัง และเพราะเป็นการให้จากคนให้ที่ตัวตนเล็ก การให้นี้จึงไม่มีความขัดแย้ง
ขอให้น้ำท่วมคราวนี้เปียกแต่ที่กาย ไม่เปียกที่ใจ
อะไรจะหมดก็ช่าง แต่ขอให้พลังไม่หมดไปจากใจ แล้วเราทุกคนจะรอดได้
และขอให้กำลังใจและขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กับพี่น้องร่วมชาติของเราอย่างเข้มแข็ง
และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผ่นดินหลังน้ำนอง เราจะยังมีการ Share กันอย่างไม่ขาดสาย แล้วกลับมาพึ่งพาตัวเองด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
"ธรรมสวัสดี"
*****ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยทุกคน ส่งภาพรอยยิ้มของคุณและคนรอบข้างมาที่ www.facebook.com/sdsface เพื่อ <http://www.facebook.com/sdsface เพื่อ>ร่วมในงาน SOS 9 ‘ก้าวย่างแห่งปัญญา’ สร้างศรัทธา สร้างรอยยิ้มถวายพ่อ “ยิ้มของลูก...คือรอยยิ้มของพ่อ” ติดตามรายละเอียดได้ใน www.sdsweb.org หรือ <http://www.sdsweb.org หรือ> สอบถามได้ที่ 0-2519-1119



