
ภัยพิบัติ-ภาษาวิบัติ:แขกรับเชิญ โดย... ครูลิลลี่
ภัยพิบัติ-ภาษาวิบัติ:แขกรับเชิญ โดย... ครูลิลลี่
ทำไมบรรยากาศการเขียนต้นฉบับของ 2 งานเขียนที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันไม่นานนัก แต่ความรู้สึกช่างต่างกันเสียมากมาย...
คุณครูลิลลี่กำลังหมายถึงความรู้สึกสดชื่น แจ่มใส และกำลังใจเต็มเปี่ยม ตอนเขียนพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มล่าสุด “แบบเลียนภาษาไทย จากใจครูลิลลี่” หลังจากห่างหายการจับปากกาเป็นนักเขียนไปสิบกว่าปี กลับมาครั้งนี้เรียกว่า พร้อมเต็มร้อยที่จะมาประกาศเจตนารมณ์ปลุกสำนึกให้คุณๆ ผู้อ่านได้ทั้งความรู้และความบันเทิงกับภาษาไทยในแบบของครูลิลลี่ ที่มีความรู้ที่ไหน ก็ต้องมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่นั่น (ขอแอบโฆษณานิดนึงนะคะว่า สำนักพิมพ์รายงานว่า..กำลังไต่อันดับเป็นเบสท์เซลเลอร์ติดอันดับหนังสือขายดีด้วย) บรรยากาศความกระตือรือร้นในวันนั้นช่างต่างกับบรรยากาศในเวลาที่ปั่นต้นฉบับชิ้นนี้อย่างสิ้นเชิง
ยอมรับเลยนะคะว่า กว่าจะเริ่มลงมือเขียนต้นฉบับของงานเขียนชิ้นนี้ได้ คุณครูต้องตั้งสติและใช้สมาธิอยู่นานมาก เพราะในขณะที่สมองต้องสั่งการให้หยิบยกเรื่องราวของภาษาไทยมาถ่ายทอดลงในหนังสือพิมพ์ ว่าจะพูดเรื่องอะไรให้คนอ่านได้ความรู้ ได้แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ด้านภาษาไทยกันได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด สายตาและหูก็ยังได้ยินข่าวที่เชื่อว่าตอนนี้กระทบกระเทือนจิตใจคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือ เรื่องของภัยพิบัติจากน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากภาคเหนือ ไล่เรื่อยลงมาสู่ภาคกลาง ทั้งนครสวรรค์ อยุธยา ภาพแต่ละภาพที่ปรากฏทางสื่อโทรทัศน์หลายคนได้เห็นแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จนขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้คุณครูก็ลุ้นเหมือนกันว่าน้ำจะมาปริ่มพื้นห้องของคุณครูเมื่อใด
แต่จากภัยพิบัติจากธรรมชาติ ในที่สุดคุณครูก็ได้จุดประกายความคิดว่าจะนำเรื่องอะไรมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันดี คำใกล้เคียงกันค่ะ ธรรมชาติพิบัติ กับ ภาษาไทยวิบัติ...คุณผู้อ่านคิดว่าอย่างไหนรุนแรงกว่ากันคะ..บางคนตอบว่า ภัยธรรมชาติสิคะคุณครู ไม่เห็นเหรอคะว่าเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า ข้าวปลาอาหารไม่มีกิน ไฟฟ้าไม่มีใช้ ที่อยู่โดนทำลาย ไม่มีทรัพย์สมบัติติดตัวเลย แต่บางคนก็บอกว่า ภาษาวิบัติสิคะคุณครู รุนแรงกว่า อันตรายกว่า เพราะถ้าประเทศไทย คนไทย ไม่มีภาษาไทยใช้เป็นของตนเอง เราจะภาคภูมิใจในความเป็นไทยได้อย่างไร
เอาล่ะค่ะ ไม่ต้องทะเลาะกัน ไม่ต้องหาเหตุผลมาโต้เถียงกัน คุณครูบอกให้ก็ได้ว่า รุนแรงทั้งคู่ อำนาจทำลายล้างรุนแรงพอๆ กัน ธรรมชาติทำลายบ้านเรือน ทำลายทรัพย์สิน และคร่าชีวิต ในขณะเดียวกัน ภาษาไทยวิบัติก็ทำลายความเป็นไทย ทำลายเอกลักษณ์ ทำลายมรดกของชาติที่หลายต่อหลายชาติไม่มี
คำว่า ภาษาวิบัติ เป็นคำเรียกของการใช้ภาษาไทยที่เปลี่ยนไป และไม่ถูกต้องตรงกับหลักภาษา ทั้งในแง่ของการเขียนผิด สะกดผิด อ่านผิด ใช้ภาษาผิด รวมไปถึงคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในโลกของสังคมออนไลน์ ที่เห็นชัดๆ เห็นจะเป็น เฟซบุ๊ก ที่หลายๆ คนติดกันชนิดงอมแงม คำศัพท์เกิดขึ้นใหม่กันให้ลือลั่นสนั่นจอคอมพิวเตอร์ เอาง่ายๆ คำว่า ครับ ก็เป็น ค้าบ คับ (ไม่รู้ว่าจะคับและอึดอัดกันไปไหน) คะ ค่ะ ก็ใช้เป็น คร่า (อันนี้ก็ไม่รู้จะไปคร่าชีวิต ทำร้ายชีวิตใคร) หรือการใช้ ตัวเลข 555 แทนเสียงหัวเราะ ฮา ฮา ฮา ก็เช่นกัน ดูไปดูมาเหมือนจะไม่ร้ายกาจรุนแรงอะไร แต่นี่แหละค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ของการใช้ภาษาไทยผิดๆ
คุณครูเคยอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เจอผลการสำรวจความคิดเห็นของเด็กนักเรียนและบรรดาเยาวชนจากทั่วประเทศ โดยกระทรวงวัฒนธรรม ผลการสำรวจพบว่า เยาวชนไทย 4 คน จาก 10 คน คิดว่าภาษาไทยที่ถูกต้องควรใช้เฉพาะในโอกาสเป็นการเป็นงานเท่านั้น นอกจากนั้นคิดว่าใช้อย่างไรก็ได้ เขียนอย่างไรก็ได้ ขอเพียงเข้าใจและสื่อสารกันได้ก็เป็นพอ ยิ่งไปกว่านั้นอีกเกือบ 1 ใน 3 ของผลการสำรวจที่ไม่คำนึงถึงความผิดพลาดของตัวสะกด ตัวย่อ หรือหลักไวยากรณ์ แต่อย่างใดเลย ซึ่งเรามักพบกันบ่อยๆ ในการส่งข้อความทางโทรศัพท์ และการพูดคุยบนสื่อออนไลน์ ทั้ง เมสเสจ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก
คำถามคือ เราจะแก้ปัญหา ภาษาไทยวิบัติได้อย่างไร ก็คงคล้ายๆ กับปัญหาน้ำท่วม ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เรากำลังเผชิญกันอยู่นี่แหละค่ะ เราเห็นแต่ละฝ่ายประสานมือร่วมใจกันต้านภัยน้ำท่วมอย่างไร เห็นหน่วยงานรัฐและเอกชนช่วยกันเข้าไปถึงแหล่งเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ลำบากอย่างไร การแก้ไขเรื่องของภาษาไทยวิบัติก็คงใกล้เคียงกันนั่นแหละค่ะ ถ้าทุกฝ่ายเห็นความสำคัญตระหนักถึงปัญหาและพร้อมเดินหน้าแก้ไขอย่างจริงจัง คุณครูเชื่อว่าเราแก้ได้ค่ะ เห็นภาพพนังกั้นน้ำ เขื่อนแตก แล้วเราเข้าช่วยเหลือกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ฉันใด หากเราเห็นการใช้ภาษาไทยผิดๆ แล้วเข้าไปอุดช่องโหว่ โปะรูรั่ว ประสานรอยร้าว ใส่กาวรอยปริ คุณครูคิดว่า ภาษาไทยวิบัติจะไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัวค่ะ
อย่างคุณครูลิลลี่เอง คุณผู้อ่านหลายคนอาจจะพอทราบกันอยู่บ้างว่า คุณครูได้เปิด “บ้านพุฒมณฑา” ขึ้นในแนวคิด “สะพานเชื่อมคนสู่ธรรม” โดยเปิดหลักสูตรอบรมหลักธรรมะและการดำเนินชีวิตตามหลักพุทธศาสนา ซึ่งในแต่หลักสูตรคุณครูก็จะพยายามสอดแทรกเรื่องของการรักษ์ภาษาไทยเข้าไปอย่างแยบยล อย่างหลักสูตรที่เพิ่งจบไป นั่นคือ หลักสูตรอภิชาตบุตร การปฏิบัติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน คุณครูก็ไม่ลืมที่จะฝากเด็กๆ ถึงเรื่องของความสำนึกรักในหลักภาษา จะได้มากได้น้อย อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เราจะไม่ทำอะไรเลย คุณๆ ผู้อ่านก็เช่นกัน หากมีโอกาส ไม่ว่าจะกิจกรรมใด โอกาสใด หากเราไม่ปล่อยปละละเลย แต่ปลูกจิตสำนึกว่านี่คือหน้าที่ ช่วยกันทุกฝ่ายเราช่วยเยียวยาภาษาไทยได้อย่างแน่นอนค่ะ
นั่นคือ แนวทางแก้ปัญหาจากจุดใหญ่สู่จุดย่อย แต่จุดน้อยๆ ที่คุณครูคิดว่าสมควรแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน ก็คือ ผู้ใช้ค่ะ ผู้ใช้ในที่นี่ ไม่ใช่แค่ เด็กๆ เยาวชนที่นั่งสนุกสนานหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ แต่หมายถึงบรรดาผู้ใหญ่ที่ติดสังคมออนไลน์ไม่น้อยไปกว่าเด็กๆ ด้วยค่ะ ลองตั้งใจให้แน่วแน่พร้อมแก้ไขในสิ่งผิด และพร้อมเนรมิต “เรา-คนใหม่” กันดูสิคะ ตั้งอกตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดกับทุกคำ ทุกตัวอักษรที่จะพิมพ์ลงไป คุณครูเชื่อว่า การเขียนถูก สะกดถูก พิมพ์ถูก และใช้วรรคตอนถูก ไม่ทำให้อรรถรสในการเข้าถึงสังคมออนไลน์ขาดตกบกพร่องและสิ้นไร้รสชาติแห่งความสนุกสนานแน่นอน ง่ายที่สุด ที่อยากแนะนำ เริ่มจากคุณผู้อ่านที่กำลังอ่านข้อเขียนชิ้นนี้อยู่ หลังจากอ่านจบ วางหนังสือพิมพ์ลงแล้วไป ตั้งสเตตัส ในเฟซบุ๊ก หรือ ทวิตข้อความกันดูสิคะ “ต่อไปนี้เราจะรณรงค์ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง…ใครใช้ภาษาไทยผิดเราไม่คุยด้วย” อย่างนี้เป็นต้น ส่งต่อๆ กันไปให้เป็นคลื่นความคิดที่เผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว คุณครูว่าน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีนะคะ
คุณผู้อ่านคะ น้ำท่วม ถึงจะรุนแรงแต่เราก็คาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่า อีกไม่ช้า เดือนหรือสองเดือนปัญหาก็จะหมดไป แต่ปัญหาภาษาไทยถ้าเรายังไม่แก้ไขรับรองว่าตลอดชาติชีวิตนี้ก็ไม่มีทางกู้คืนกลับมาได้ค่ะ อยากให้คุณผู้อ่านที่เห็นภาพความเดือดร้อนแล้วรู้สึกสะท้อนใจ ได้เห็นภาพภาษาไทยที่เด็กไทยเขียนผิด สะกดผิดกันบ้าง ความรู้สึกหดหู่มีไม่ต่างกันเลยค่ะ แค่ต่างกรรมต่างวาระเท่านั้น แต่ผลแห่งความวิบัติ หรือ ความพิบัติ ไม่น้อยกว่ากันเลย เราประสานใจช่วยภัยน้ำท่วมกันได้อย่างพร้อมอกพร้อมใจ เรามาประสานใจช่วยกันใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องบ้างจะเป็นไรไป อย่าลืมนะคะ ตอนนี้ภาษาไทยก็อยู่ในสภาพใกล้จมน้ำตายเต็มที อยู่ที่เราจะยื่นมือเข้าไปช่วยหรือเปล่า คนไทยมีน้ำใจค่ะ คุณครูลิลลี่เชื่ออย่างนั้น ช่วยกัน ช่วยชีวิตภาษาไทยมิฉะนั้นก็จะวิบัติไปพร้อมๆ สายน้ำแห่งวิวัฒนาการอันก้าวกระโดดนะคะ...สวัสดีค่ะ



