
เปิดหัวใจมองโลกสดใสสไตล์'มาร์กี้'
เปิดหัวใจมองโลกสดใสสไตล์'มาร์กี้'ราศรี โดย... ดวงใจ สอาดจิตต์ / เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล
กำลังเดินเรื่องมาถึงช่วงสุดท้าย ของการคลี่คลายปมความรักและความแค้นระหว่าง 2 ตระกูล ในละครเรื่อง "รอยมาร" ซึ่งหลายคนทั้งชื่นชอบและหมั่นไส้ในตัว "บู้บี้" หรือ "บี" นางเอก ดื้อ แถมแก่นเซี้ยวอย่าบอกใคร นำแสดงโดยสาวลูกครึ่ง ไทย-สเปน "มาร์กี้" ราศี บาเลนซิเอก้า ประกบพระเอกหนุ่มคู่ขวัญ “บอย” ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ วันนี้บันเทิง "คม ชัด ลึก" และรายการ "แมงโก้ แบงโก้" จะพาไปคุยสบายๆ ตามแบบฉบับ “มาร์กี้” จ้า
ผลงานล่าสุด
00“รอยมาร” ร่วมงานกับ “บอย” ปกรณ์ เป็นเรื่องที่ 2 การถ่ายทำยากไหม
เรื่องนี้เราถ่ายเสร็จกันเร็วมาก ใช้ประมาณ 4 เดือน ก็ถ่ายเสร็จ เพราะไม่ได้ยากมาก ส่วนใหญ่เราจะถ่ายที่กรุงเทพฯ โลเกชั่นจะอยู่ในบ้าน และในบ้านสวน ต่างจากเรื่อง “วายุภัคมนตรา”ที่จะถ่ายต่างจังหวัดตลอด มีเอฟเฟกท์ต่างๆ มากมาย ทำให้การถ่ายทำยากกว่า
00คาแร็กเตอร์ในเรื่องจะดื้อมาก ตัวจริงเหมือนในละครไหม
ไม่ค่อยเหมือนนะ ที่เหมือนกันคือเป็นคนดื้อ แต่หนูจะดื้อเงียบๆ นิดๆ ถ้าอะไรที่ไม่ชอบจะไม่ทำเลย และคาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ หนูต้องแอ๊บเด็ก ซึ่งตั้งแต่เล่นละครมา หนูจะต้องได้รับบทที่โต กว่าอายุจริงตลอด มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เล่นเด็กว่าอายุจริงๆ ในเรื่อง “บี” จะเป็นคนที่ดื้อและแก่นมาก เพราะคุณพ่อคุณแม่เสียแล้ว และคุณย่าจะเลี้ยงมาอย่างตามใจ ทำให้มีนิสัยเอาแต่ใจมากๆ
00กดดันไหมต้องมาเล่นละครรีเมก
มีนิดหนึ่ง แต่หนูจะไม่ดูเวอร์ชั่นก่อน เพราะเราเคยเล่นละครรีเมกมาเยอะเหมือนกัน ด้วยนิสัยส่วนตัวของหนู ถ้าดูของเก่าต้องแสดงลอกเขาแน่นอน (หัวเราะ) หนูเลยจะไม่ดูของเก่าทุกเรื่อง ทั้งที่ความจริงถ้าเราดู จะทำให้เล่นง่ายขึ้น เพราะเหมือนมีคนเล่นให้เราดูก่อน แต่เราจะไม่ได้ใช้ความสามารถในการคิดอะไรใหม่ๆออกมา เหมือนเราไปลอกคนอื่น โดยที่เราไม่ได้คิด หรือทำอะไรเพิ่มเข้าไปเลย
00กลายเป็นคู่ขวัญกับ “บอย” ไปแล้ว
อาจจะเป็น เพราะว่าแฟนคลับคิดถึง (ยิ้ม) และเราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เรื่องที่แล้ว ทำให้รู้ทางในการแสดงมากขึ้น เวลาที่เข้าฉากด้วยกัน เราจะไม่ต้องเกรงใจกันมาก แล้ว แต่ถ้าเล่นกับคนอื่น หนูคงไม่กล้าบอกในสิ่งที่เราอยากจะทำได้ เพราะยังไม่คุ้นเคย เราต้องเกรงใจมากอยู่แล้ว แต่ถ้าเล่นกับพี่บอย คงไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว (ยิ้ม)
00เรื่องฮาในกองถ่ายไหม
มีนะ เพราะละครเรื่องนี้ไม่ได้ มีแค่หนูกับพี่บอย ยังมีพี่เฟิร์สท (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ ) แบงค์ เทมโปโป้ และอีกหลายคน ด้วยความที่นักแสดงในเรื่องวัยจะใกล้เคียงกัน จะคุยโน่นคุยนี่ แกล้งแหย่กันตลอดเวลา อย่างเวลาที่หนูอยู่กำลังแสดงอยู่ในฉาก แล้วคนอื่นเล่นหลุดซีนไปแล้ว จะหันมาแกล้งให้เราหลุดขำ
00นักแสดงรุ่นใหญ่ให้คำแนะนำอะไรบ้าง
มีนะ อย่างเวลาที่หนูเข้าฉากกับมี้ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เขาจะปล่อยให้เราเล่นไปก่อน แต่พอเล่นเสร็จ มี้จะมีคำแนะนำ ว่าควรจะเน้นคำพูดตรงนี้ เพื่อให้ความหมายในการแสดงชัดเจนขึ้น มีสอนเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการแสดง ซึ่งบางทีเขาจะไม่ได้สอนเราโดยตรง แต่เราสามารถเก็บรายละเอียดมาใช้ได้
00เข้าฉากกุ๊กกิ๊กในเรื่องเป็นอย่างไร
ความจริงในเรื่องฉากกุ๊กกิ๊กๆ หวานๆ ไม่ค่อยมี จะมีตอนท้ายเรื่อง เพราะทุกซีนที่หวานๆ จะเป็นซีนมีน้ำตาตลอด (ยิ้ม) ฉากกุ๊กกิ๊กน้อยมาก เรื่องนี้จะมีฉากทะเลาะกัน มากกว่าฉากหวานๆ อีก ถามว่าเลิฟซีนมีอะไรบ้าง อย่างเวลาที่หนูหลับไปแล้ว พี่บอยจะเข้ามามาจับ มาแอบหอม พอพี่บอยหลับหนูก็จะหันไปมองเขา แต่ไม่ได้เป็นเลิฟซีนดุเดือด รุนแรงอะไร
00เสน่ห์อยู่ตรงไหน
ละครมีหลายรสชาติ มีทั้งคอมเมดี้ ดราม่า บางตอนมีโรแมนติกด้วย หรือจะดราม่าแบบโรแมนติก ไปจนถึงดราม่าหนักๆ ก็มี และยังมีนักแสดงรุ่นใหญ่เก่งๆ อีกหลายท่าน ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกเข้นข้นให้กับละครเรื่องนี้ รวมทั้งมีนักแสดงหน้าใหม่อย่างเบลล่า (ราณี แคมเปน) ที่เขาเล่นเป็นเรื่องแรก ต้องขอฝากไว้ด้วย
00คิดว่าตัวเองพัฒนาฝีมือไปได้มากน้อยแค่ไหน
ถามว่าการแสดงดีขึ้นมั้ย หนูคิดว่าดีขึ้น แต่จะดีขึ้นถึงระดับไหน ต้องให้ผู้ชมเป็นคนตัดสินหนูคิดว่าเราได้ประสบการณ์ และได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ได้รับความรู้เพิ่มเติมจากผู้ใหญ่และทีมงาน ถ้าดูละครแล้วก็สามารถติชมหนูเข้ามาทางทวิตเตอร์ หรือส่งมาทางช่อง 3 ก็ได้ หนูยินดีมาก เพราะถ้าไม่มีใครติชม เราจะไม่รู้ว่าตัวเองว่าต้องแก้ไขปรับปรุงตรงจุดไหนบ้าง
00นอกจากงานละคร ภาพยนตร์มีคนติดต่อมาบ้างไหม
ยังเลย อาจเพราะคนคิดว่าหนูเล่นละครอย่างเดียว ความจริงอยากลองเล่นดู เพราะหนูได้ยินมาเยอะว่า เล่นละครกับเล่นหนังไม่เหมือนกัน หนูอยากลองเล่นดู เพื่อให้รู้ว่าวิธีการทำงานของหนังเป็นอย่างไร เราอยากลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ว่าเป็นยังไง ถามว่าอยากเล่นหนังแนวไหน หนูอยากเล่นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ กุ๊กกิ๊กๆ หน่อย เพราะเป็นแนวที่เราถนัดมากสุด น่าจะเริ่มเล่นจากสิ่งที่เราถนัดก่อน เพราะอย่างดราม่า หนูรู้สึกว่าคงหนักไป และคิดว่าเราคงไม่เก่งขนาดนั้น
ถูกจับให้เป็นคู่ขวัญ
00มากี้กับบอยกลายเป็นคู่ขวัญ ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม
ที่เปลี่ยนไป คือทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่มากี้แฟนคลับอย่างเดียว แต่มีมากี้-บอย แฟนคลับด้วยด้วย เป็นคนที่เขาชื่นชอบผลงานของเราทั้งสองคนทำขึ้นมา ในส่วนของการใช้ชีวิต หนูทำทุกอย่างปกติเลย เพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ จะรู้ว่ากี้เหมือนเดิม อาจจะพูดมากขึ้นนิดหน่อย (หัวเราะ) เพราะเราไม่ได้คิดว่า ฉันเป็นดาราแล้วต้องคบแต่เพื่อนดาราอย่างเดียว หนูไม่ได้เป็นคนแบบนั้น
00ให้เม้าท์ “บอย” หน่อย
ไม่มีอะไรจะเม้าท์หรอก พี่เขาเป็นคนดี (หัวเราะ) แต่ความจริงอะไรที่เขาไม่ชอบ หนูจะทำหมดทุกอย่าง เช่น เขาไม่ชอบให้ทาเล็บหนูก็จะทำ (โชว์เล็บให้ดูว่าทาครบ 10 นิ้ว) หนูจะชอบแกล้งเขามากกว่า และชอบแกล้งแหย่คนอื่นด้วย แต่เหมือนเป็นการสร้างสีสันไม่ให้เครียด
00มุมเปิ่นๆ ของบอยมีไหม
พี่บอยไม่ค่อยมีมุมโก๊ะๆ เปิ่นๆ แต่เขาจะชอบแกล้งคนโน้นคนนี้ ชอบแซวหนูว่า "นี่ใส่ชุดอะไรมาเนี้ย ไม่เห็นสวยเลย" พอเขาพูดบ่อยๆ เราก็เริ่มไม่มั่นใจ คิดว่าไม่สวยจริงเหรอ เลยต้องไปถามพี่ฝ่ายเสื้อผ้าว่า เสื้อผ้ามันเข้ากันหรือเปล่า จนสักพักเราเริ่มรู้สึกได้ว่าเขาแกล้งเรา เพราะในเรื่องหนูจะไม่ได้แต่งตัวเป็นผู้หญิงหวาน แต่จะออกแนวทะมัดทะแมง แก่นๆ ซนๆ
00บอยสอนอะไรไหม
อ๋อ..เขาสอนให้หนูนิสัยดีขึ้นด้วย เพราะหนูเป็นคนงกมาก (เน้นเสียง) ถ้าเรื่องซื้อของจะไม่งก แต่ถ้าเรื่องงานจะงกมากเลย ไม่ยอมเสียงาน เสียเงินไปเด็ดขาด อย่างเวลางานเลี้ยงปิดกล้องละคร นักแสดงจะมีการเอาเงินใส่ซอง เหมือนเป็นรางวัลไว้จับฉลากให้ทีมงาน เป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อก่อนหนูจะชอบอ้างว่าตัวเองเด็ก แล้วไม่เอาเงินใส่ซอง (ยิ้มเขินๆ) แต่พี่บอยจะสอนว่า เราทำงานด้วยกันมากี่เดือน และเวลาไปออกงานอีเวนท์ เราได้เงินตั้งเท่าไหร่ นี่เป็นแค่เงินเล็กๆ น้อยๆ พอเขาพูดอย่างนั้น ทำให้เรารู้สึกว่า นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อย ทำให้เราเปลี่ยนความคิดไป
มุมมองของมาร์กี้
00เข้าวงการมา 8 ปี ทุกวันนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากน้อยแค่ไหน
เปลี่ยนไปไม่เยอะนะ สำหรับหนูคงเหมือนเดิม อะไรที่ไม่ดี ก็ทำให้ดีขึ้น คือเน้นทำแต่สิ่งที่ดี เพราะถ้าเราทำแต่สิ่งที่ดี คงไม่จำเป็นต้องปิดบัง อยากไปเที่ยวที่ไหนกับใครก็ได้ แค่ทำตัวเราให้ดีเท่านั้นพอ
00มองปรากฏการณ์ที่ดาราสมัยนี้ พอมีข่าวฉาว แล้วต้องออกงานอีเวนท์อย่างไรบ้าง
คงแล้วแต่คนจะคิด เพราะหนูคิดว่าแต่ละคนมีวิธีการทำงานไม่เหมือนกัน อยากให้มองว่าเป็นความแตกต่าง แต่สำหรับตัวหนูเอง คงไปเรื่อยๆ เนิบๆ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย หรือทำอะไรไม่ดี
00วงการให้อะไรกับชีวิตบ้าง
สำหรับหนู ได้ความมีวินัยเป็นอันดับแรก ทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนจะไปโรงเรียนสาย ก็ไม่เป็นไรช่างมัน (หัวเราะ) แต่พอเรามาทำงาน เราจะไม่อยากไปไม่ได้ เพราะมีคนต้องรอเราอีกเยอะมาก และเวลาทุกวินาที ในการทำงานคือการเสียค่าใช้จ่าย เราจะไม่มีความรับผิดชอบ บอกว่าวันนี้เราไปไม่ไหวไม่ได้ เพราะเราได้เจอทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี เราเลือกเก็บในสิ่งที่ดี ส่วนสิ่งที่ไม่ดี เราจะไม่เอามาใส่ตัวเอง
วันที่หัวใจไม่ว่าง
00มีเพื่อนสนิทเป็นทายาทผู้จัดคนดัง "ต้อง" จึลวุฒิ ชลลัมพี
เรารู้จักกันมานานแล้ว ตั้งแต่เริ่มทำงาน ยังใช้ชีวิตปกตินะ ไม่ได้มีอะไรหวือหวา เพราะอะไรที่เราทำแล้วมีความสุข ก็ทำไป ยังดูกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไร
00ล่าสุด “ต้อง” มีข่าวไปกินข้าวกับ "แพง" พรรณชนิดา ศรีสำราญ
เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรเลย เพราะแพงเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งพาดหัวข่าวน่ากลัวมาก เขียนว่า "กี้โดนแพงตีท้ายครัว" ซึ่งความจริงไม่ได้มีอะไรเลย เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันหมดเท่านั้นเอง
00สุดท้ายฝากละคร "รอยมาร" เพราะใกล้จะลาจอแล้ว
เล่นเรื่องนี้มีความสุขมาก เหมือนสนุกกับการเล่นทุกวัน บางทีถึงขนาดเก็บเอาไปฝันเลยว่าต้องเล่นยังไง ขนาดเราเป็นนักแสดงยังสนุกกับการเล่นเลย ยังไงก็ฝากให้ติดตามชมกันด้วย ตอนนี้เรื่องกำลังเข้มข้นเลยเพราะใกล้จะจบแล้ว
เคลียร์ชัดทุกคำถาม ตามสไตล์สาวมาร์กี้
ชื่อ : ราศี บาเลนซิเอก้า
ชื่อเล่น : มากี้
การศึกษา : มัธยม MODERN INTERNATIONAL SCHOOL , BANGKOK (M.I.S.B) ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ
ผลงานละครที่ผ่านมา : กุหลาบตัดเพชร คุณยายสายเดี่ยว บาดาลใจ วายุภัคมนตรา เงาพราย ฯลฯ
ผลงานล่าสุด : รอยมาร



