
Drive
Drive:หนังจอกว้าง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจปรากฏออกมาทางสื่อออนไลน์ ความว่า ‘ผู้หญิงคนหนึ่ง เตรียมผู้สร้างหนังเรื่อง Drive และโรงภาพยนตร์ที่ฉายเรื่องนี้ สาเหตุเพราะเธอรู้สึกผิดหวัง เนื่องจาก Trailer หรือหนังตัวอย่าง ทำให้เธอคิดว่าหนังจะสนุกเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่น ขับรถไล่ล่า แต่เมื่อเข้าไปดูในโรงจริงๆ กลับพบว่า ฉากเหล่านั้นปรากฏอยู่เพียงไม่กี่ฉาก และไม่สนุกเหมือนในหนังตัวอย่างที่ทำให้คิดเช่นนั้น นอกจากนี้เธอยังอ้างเหตุผลอื่นๆอีก อาทิ หนังจงใจเหยียดเชื้อชาติ และมีความรู้สึกว่าตัวอย่างหนังนั้นหลอกลวงคนดู’
หนังตัวอย่างหรือ Trailer ของ “Drive” เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ เพียงแต่ว่าหากลองเข้าไปดูแล้วจะพบว่า หนังเรื่องนี้มีดีมากกว่านั้น เป็นหนังแอ็คชั่นที่เต็มไปด้วยความโรแมนติค อบอวลด้วยบรรยากาศแบบหนังฟิล์มนัวร์ยุค 80’s รวมทั้งมีกลิ่นอายของหนังแอนตี้ฮีโร่ ที่เรื่องราวหรือตัวละครออกมาต่อต้านหรือวิพากษ์สังคม
“Drive” เล่าถึงหนุ่มนิรนามที่กลางวันทำงานประจำในอู่ซ่อมรถ รับจ๊อบเป็นสตั้นท์ขับรถผาดโผนเสี่ยงตายในบางเวลา ตกดึกบางวันรับหน้าที่พลขับพาโจรออกปล้น แต่แล้วชีวิตก็เปลี่ยนไปเมื่อได้พบหญิงสาวลูกติดข้างห้องที่สามีของเธอติดคุก โลกที่ดูเหมือนจะสดใสของไอ้หนุ่มตีนผีนิรนามเปลี่ยนไปอีกครั้งหลังสามีของสาวเจ้าออกมาจากคุกพร้อมปัญหาที่กลายเป็นชนักปักหลังตามติด หนำซ้ำเจ้าของอู่ยังพาเขาเข้าไปพัวพันกับผู้มีอิทธิพลในเมือง
ดูจากพล็อตแล้ว “Drive” น่าจะเป็นหนังแอ็กชั่นไล่ล่า ขับเคี่ยว ตี แทง ยิง ฟัน สนั่นโรง แต่คนทำกลับเลือกที่จะเล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่โฉ่งฉ่างหวือหวา แม้พล็อตโดยรวมจะเปิดโอกาสให้ใส่ฉากบู๊ ทะลุดุดันเข้าไปได้ไม่ยั้งก็ตาม
หลังแนะนำตัวละคร ให้รู้จักตัวตนบางส่วนเสี้ยวจากงานที่เขาทำ ทั้งขับรถพาโจรหนีหลังออกปล้น เป็นสตั้นท์ขับรถเสี่ยงตายในหนังบู๊ เรียกว่า “Drive” เปิดตัวด้วยฉากแอ็คชั่นเป็นการอารัมภบทเรียกน้ำย่อย จากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนอารมณ์ด้วยการเข้าสู่ โหมดโรแมนติก-แอ็กชั่น ในซีเควนซ์ที่เขาพบรักสาวสวยลูกติดข้างๆ ห้อง
จากบรรยากาศสลัวรัวรางแบบฟิล์มนัวร์ มีแสงไฟวามแวมของท้องถนนในมหานครลอสแองเจลิส ยามค่ำคืน สลับแล่บแปล๊บปล๊าบเข้ามาในบางเวลา พอเข้าสู่องก์ที่ว่าด้วยอารมณ์รักโรแมนติค หนังเล่าโดยใช้การตัดภาพแบบสโลว์โมชั่น เน้นความเนิบช้าอ้อยอิ่ง โดยเฉพาะฉากที่หนุ่มตีนผีขับรถพาสองแม่ลูกเที่ยวไปในถนนริมคลองระบายน้ำ แสงสีทองที่ส่องประกายมาในยามเย็นชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มสู่อารมณ์พาฝัน แม้ในฉากถัดมาสามคน จะนั่งเล่นอยู่บนริมฝั่งคลองระบายน้ำที่มีกองขยะประดับประดาเป็นพร็อบประกอบฉาก แต่หนังก็ยังสวยด้วยความอบอุ่นของสีส้มอมทองที่คงโทนสีนี้เอาไว้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในฉากที่แล้ว
ผู้กำกับนิโคลาส วินดิ้ง เรฟิน บอกว่า ภูมิทัศน์ของแอลเอส่วนใหญ่ เหมือนอยู่ในบรรยากาศยุค 80’s และถ้าเขาบรรจงถ่ายทอดมันออกมาด้วยสายตาบริสุทธิ์ ไร้การประดิดประดอยเสริมแต่ง จึงไม่แปลกที่ “Drive” จะมีกลิ่นอายของหนังยุค 80’s ไม่นับฉากที่เขาอำแวดวงฮอลลีวู้ด หรือไม่ก็อำตัวเองและผู้กำกับชาวยุโรป เมื่อเจ้าพ่อเล่าอดีตของตัวเองให้ฟังว่า เมื่อก่อนเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังแอ็กชั่น ทำแต่หนังบู๊ขายเซ็กส์ (ซึ่งหนังแนวนี้เป็นที่นิยมมากในยุค 80’s) แต่ล้มเหลวเพราะนักวิจารณ์มองว่ามันอาร์ตเกินไป (ซับไตเติ้ลไทยแปลไว้แบบนี้ แต่บทสนทนาในหนังเจ้าพ่อพูดว่ามันดูเป็นหนังยุโรปเกินไป) หนังจึงย้ำบรรยากาศยุคนี้ด้วยการใช้จังหวะดนตรีดิสโก้ และดนตรีแบบ ฟังกี้ เข้ามาประกอบ
ไอ้หนุ่มตีนผีขี้เหงาที่ไม่มีใครรู้จักหัวนอนปลายเท้า คนธรรมดาสามัญคนหนึ่งในเมืองที่ไม่ใช่คนดีเต็มร้อยและก็ไม่ได้เป็นคนร้ายโดยสันดาน หลังใช้ชีวิตที่เรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย แต่เมื่อได้พบสาวสวยลูกติด โลกของเขาจึงพลันสว่างไสว พำร้อมกับลุกขึ้นมาเป็นฮีโร่ปกป้องเธอและลูกน้อยในเวลามีภัย เป็นไอ้หนุ่มคนซื่อที่หาได้ละโมบโลภโมโทสัน ยังรู้จักชั่วดี ออกขจัดคนพาลในนาทีสุดท้าย แม้ตัวเขาก็มีสภาพไม่ต่างจากอาชญากรคนหนึ่ง
บางครั้งหนังแอ็กชั่นไม่จำเป็นต้องเล่าอย่างโฉ่งฉ่าง การรู้จักจัดวางจังหวะในหนังอย่างเหมาะสม ไปตามอารมณ์และเรื่องราวต่างหาก ที่สร้างความน่าสนใจได้ไม่แพ้กัน หลายฉากหลายตอนใน “Drive” เต็มไปด้วยความรุนแรง แต่มันคือความโหดเหี้ยมที่หฤหรรษ์ และบางครั้งมันก็กลายเป็นศิลปะแห่งความรุนแรงอันน่ารื่นรมย์ไปในที่สุด
ชื่อเรื่อง : Drive
ผู้เขียนบท : ฮุสเซน อามินิ
ผู้กำกับ : นิโคลัส วินดิ้ง เรฟิน
นักแสดง : ไรอัน กอสลิ่ง, แคร์รี่ มัลลิแกน, อัลเบิร์ต บรู๊ค
เรตติ้ง : น.18+ ภายนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป
วันที่เข้าฉาย : 27 ตุลาคม เฉพาะโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซิเนเพล็กซ์และเฮ้าส์ อาร์ซีเอ



