บันเทิง

เกาะมิยาจิมา-มรดกโลก

เกาะมิยาจิมา-มรดกโลก

18 ต.ค. 2554

เกาะมิยาจิมา -มรดกโลก:มองผ่านเลนส์คม โดย... จำลอง ฝั่งชลจิตร

          เห็นน้ำท่วมพระนครศรีอยุธยาแล้วสลดใจ  เมืองเก่า เจดีย์เก่า อารามเก่าๆ สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก   โรงงาน บ้านเรือน ทุ่งนา  ถูกน้ำท่วมยับเยินชาวบ้านเดือดร้อนเสมอกัน 
 
          หลังน้ำลดเราต้องช่วยกันจับตาดู ว่ายูเนสโกจะยื่นมือเข้ามาช่วยฟื้นฟูมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่สำคัญนี้อย่างไร 
 
          ขณะนี้กรมศิลปากรพยายามผลักดันให้องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐมกับพระบรมธาตุเจดีย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ท่ามกลางข้อสงสัยของเจ้าอาวาสผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการวัด เจ้าของร้านค้าในบริเวณวัด และชาวบ้าน  ว่าเมื่อพระเจดีย์ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วจะได้ประโยชน์อะไร  ถ้าหากมรดกโลกที่พระนครศรีอยุธยาถูกเมินเฉย  ประชาชนอาจจะไม่เห็นความสำคัญของการขึ้นทะเบียนมรดกโลกชิ้นอื่นๆ อีกต่อไป 
 
          ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนั่งเรือเฟอร์รี่ออกทุกๆ 10 นาที ไปเที่ยวเกาะมิยาจิมา ที่จังหวัดฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เกาะที่มีวัดอิสึคุชิมา  ศาลเจ้าขนาดใหญ่สีส้มสด ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณประจำเกาะ  และเสาโทริอิ (Torii) สีส้มสดสะดุดตา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเกาะ  ตัวอักษรคันจิ โทริ แปลว่า นก อิ แปลว่า สถานที่  ผู้สร้างออกแบบให้เป็นเป็นที่พักปีกของนก  หลังใช้เวลาบินอย่างยาวนาน  นกเป็นผู้นำสารของเทพเจ้า ตามความเชื่อทางศาสนาชินโต 
 
          ช่วงที่ไปถึงน้ำกำลังลดพอดี ผมเดินลงไปสัมผัสเสาโทริอิ ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตก็เป็นได้ เสาขนาดใหญ่ 2 ต้น เป็นไม้การบูรขาวทั้งต้น สูง 16 เมตร ตั้งบนฐานไม้บนพื้นดินปราศจากเครื่องยึดตอก คานยาว 10 เมตร ช่วยสร้างความสมดุล อาศัยน้ำหนักของหลังคายาว 24 เมตร กดทับไม่ให้ล้ม พื้นที่บนเกาะมิยาจิมา 14 เปอร์เซ็นต์ ที่ยึดโทริอิเป็นจุดศูนย์กลางได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีพุทธศักราช 2539 
 
          มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่เกาะมิยาจิมา แตกต่างจากบ้านเราตรงที่บ้านเรือน ร้านค้า ร้านอาหาร ตั้งอยู่ข้างถนนเลียบชายหาด และถนนด้านในเพียง 2 สาย 
 
          บ้านเรือนในพื้นที่มรดกโลกคงสภาพเป็นหมู่บ้านยุคเอโดะ (ประมาณ 300 ปีที่แล้ว) ร้านอาหาร ร้านขนม และสินค้าที่ระลึกขายดิบขายดี เพราะนักท่องเที่ยวเข้าไปสักการะพระพุทธรูป ไปขอพรที่ศาลเจ้า และชมเสาโทริอิวันละนับหมื่นคน  
 
          ที่เมืองไทย เจ้าอาวาส คณะกรรมการวัด และเจ้าของร้านค้าไม่กล้าขยับตัวออกจากเขตมรดกโลก กลัวว่าจะเสียผลประโยชน์ เขตมรดกโลกทางวัฒนธรรมของเราจึงพลุกพล่านอึกทึกจนขาดจิตวิญญาณ และความน่าเคารพยำเกรง เพราะใช้มรดกโลกหากินอย่างตื้นเขิน ต่างจากญี่ปุ่นที่ใช้มรดกโลกอย่างรู้คุณค่า คนของเขาก็เห็นคุณค่า 
 
          ภายในอีก 4 -5  ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะมีสถานที่สำคัญๆ ทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีก 2 - 3 รายการ  
 
          ชาวญี่ปุ่นที่เคารพนบนอบต่อธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรม ต่างรู้ดีว่ามรดกโลกแห่งใหม่  มีคุณค่าต่อจิตใจ และสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้านอย่างไร