บันเทิง

มหาอุทกภัยรำพัน

มหาอุทกภัยรำพัน

18 ต.ค. 2554

มหาอุทกภัยรำพัน:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

          เมื่อประสบกับตัวเองจึงซาบซึ้งถึงทุกข์แห่งอุทกภัย วันที่ปากน้ำโพพ่าย ผมนั่งน้ำตาซึม
 
          ในที่สุด นครสวรรค์บ้านผม ก็ต้องแพ้พ่ายอย่างไม่มีใครกลั้นน้ำตาไว้ได้ บ้านผมที่ชุมแสงไม่ต้องพูดถึง จมอยู่ใต้น้ำมา 2 เดือนแล้ว ท่วม 100 เปอร์เซ็นต์ จมทั้งอำเภอเว้นแต่เขตเทศบาลที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำยังต้านทานไว้ได้แบบเพลี่ยงพล้ำบ้าง ยังไม่แพ้พ่าย ส่วนตำบลรอบนอก พิกุล ท่าไม้ เกยไชย พันลาน ทับกฤช จมมิดแม้แต่ปลายังตระหนกตกตื่นผุดขึ้นมาสะอื้น น่าเวทนา โดยเฉพาะตำบลบางเคียน ที่จมดิ่งอยู่ใต้บาดาลมานานกว่าใคร หลายหมู่บ้านความช่วยเหลือยังไปไม่ทั่วถึง
 
          ผมเองรู้สึกสยดสยอง ถึงกับนั่งกอดเข่าตรึกตรองหาทางหนีทีไล่ คิดไปก็เห็นแต่ทางหนี ไม่เห็นทีไล่เลย ยิ่งคิดไกล ไกลบ้านออกไปทุกที  จินตนาการว่าจะย้ายหนีไปอยู่บนที่สูง แบบว่า “ให้ฝนแล้ง เสียยังดีกว่า” วันๆ ออกตระเวน “ดูน้ำ” ดื่มด่ำความทุกข์ คลุกคลีกับเพื่อนร่วมชะตากรรมบ่นพร่ำฟูมฟาย ปลอบกันไปปลอบกันมา แบ่งปันกันเท่าที่จะทำได้ ช่วยกันคิดคำนวนมูลค่าทรัพย์สินที่จมหาย ข้าวของเครื่องใช้ ทรัพย์ในดิน บนดิน ไม้ในสวน ข้าวในนา ปลาในบ่อ ในกระชัง กระทั่งหมูเห็ดเป็ดไก่ แม้หมูหมายังเดือดร้อน ที่น่าเศร้าคือพวกเราทำร้ายกันเอง ลักเอาขโมยเอา ย่องดอดมาตอนกลางคืน
 
          ผู้เฒ่าผู้แก่นอนท้อแท้อยู่บนเตียงต่อขาบนชั้นสองของบ้าน ได้แต่มองคนใจร้ายมาขน “ของนอกกาย” ไปต่อหน้าต่อตา
 
          คืนแรกหลังแนวกั้นน้ำพังพลาย คนปากน้ำโพอยู่ท่ามกลางความมืด...มีเพียงแสงเทียนปลอบโยน
 
          เสียใจแต่ไม่มีใครโทษใคร เพราะทุกคนเป็นหนึ่งเดียว ทุกฝ่ายทำเต็มที่อย่างกล้าหาญ เสียสละ มีบ้างที่สูญเสียจนเสียศูนย์ มีบ้างที่อาดูรจนสติแตกแยกแยะถูกผิดดีชั่วไม่ออก มีการทำลายแนวกั้นน้ำ ทำร้ายกันเอง ทะเลาะเบาะแว้ง แต่อย่างไร ความเจ็บปวดก็ดูเล็กน้อย เทียบไม่ได้กับความวิบัติขั้นวิกฤติ เกินกว่าจะคิดเล็กคิดน้อย สุดท้ายมหาอุทกภัยก็ทำให้ทุกคนกลับตัวกลับใจมาร่วมฟันฝ่า เมื่อต่างรู้ว่า วิธีแก้ปัญหาแบบตัวใครตัวมันนั้นมีแต่จะทำให้จ่อมจมห้วงทุกข์ ไม่ใช่เฉพาะนครสวรรค์ อยุธยา อุทัยธานี ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ คือเราทั้งหมดทั้งหลาย
 
          วันออกพรรษา ผมตระเวนไปตามวัด อ้างว้างเปล่าร้างไร้ผู้คน บางวัดมีญาติโยมพายเรือไปทำบุญ มหาอุทกภัยครั้งนี้เป็นสัญญาณบอกพวกเราทุกคนให้หันหน้าเข้าหากัน หากไม่ได้ยิน ประเทศชาติของเราคงถึงทีวิบัติเป็นแน่แท้