บันเทิง

ธาตุแท้

ธาตุแท้

17 ต.ค. 2554

ธาตุแท้:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

            บนโลกนี้ประกอบด้วยธาตุ 4 ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ...
         
          ...บนพื้นดวงประกอบด้วยธาตุของคนๆ นั้น ดิน น้ำ ไม้ ทอง
         
          บนโลกที่วุ่นวาย ธาตุใดๆ ก็ไร้ความหมาย...เหลือเพียงธาตุเดียวที่แสดงออกมา “ธาตุแท้”
 
          มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่บนโลกได้ด้วยการปรับตัวตามสัญชาติญาณแห่งการอยู่รอด ภายใต้สภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนและกดดัน เมื่อมันถึงขีดสุด มนุษย์จะเผยสิ่งที่ดิบที่สุดในตัวออกมาเพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ถึงเวลานั้นเราจึงจะรู้ว่า “เราเป็นคนเช่นไร?” เมื่อตัวตนที่แท้จริงเปิดเผย เราเรียกสิ่งนั้นว่า ...ธาตุแท้
 
          ...ชาวบ้านวิ่งขึ้นไปหยิบของบนรถที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งรวบรวมมาจากการบริจาคของคนทั่วประเทศ โดยไม่ยืนเข้าแถว หรือ แม้แต่จะรอ หยิบไปเท่าที่อยากจะหยิบราวกับระเบียบวินัยหายไปจากโลกชั่วขณะ
 
          ...ผู้คนแตกตื่นแห่กันไปซื้อของตุนไว้กันน้ำท่วมกรุงเทพฯ บนชั้นวางสินค้าหายวับไปกับตาราวกับว่าจะเกิดภาวะสงคราม หรือข้าวยากหมากแพง บางครอบครัวกวาดไปเท่าที่ใจต้องการ คนมาทีหลังก็ไม่เหลืออะไรให้ซื้อ
 
          “ทำไมพี่ไม่ซื้อข้าวของไปตุนไว้เผื่อบางทีพอน้ำลดแล้วสินค้าบางอย่างมันจะขึ้นราคา โดยเฉพาะข้าว เพราะน้ำท่วมนาข้าวไปหมดแล้ว ข้าวมันก็จะแพงกว่านี้นะพี่”
 
          ที่ๆ ฉันอยู่ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมรวมทั้งบ้านแม่ฉันด้วย เวลานี้ข้าวของที่มีขายอยู่ก็มีไว้สำหรับผู้ประสบภัยหรือเสี่ยงต่อน้ำท่วม ถ้าฉันซื้อมาตุนไว้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรนอกเสียจากทำให้คนที่เขาจำเป็นต้องซื้อต้องมีนั้นเสียโอกาส และหากว่ามันจะราคาแพงขึ้นจริงก็คงต้องเป็นไปตามนั้น ถึงเวลานั้นก็ค่อยว่ากัน ตอนนี้ของมันมีอยู่แค่นี้ก็ควรให้กับคนที่จำเป็นก่อน
 
          นึกถึงตอนเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น พวกคนญี่ปุ่นเข้าแถวรับของที่ผู้คนบริจาคไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้ ต่างคนต่างหยิบและรับไปคนละชิ้นแค่พอประทังหิว ไม่มีใครเอาไปกักตุนไว้เหมือนอย่างบางประเทศที่เห็นๆ กัน
 
          ความเห็นแก่ตัว หรือการไม่รู้จักคิดถึงหัวอกของคนอื่น เป็นธาตุแท้ที่เห็นได้ชัดในยามอดอยากและขาดแคลน
 
          ชาวบ้านในบางเขตประท้วงให้เอากระสอบทรายกั้นน้ำออก เพื่อให้น้ำระบายออกไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องรับเคราะห์กรรมนั้นแต่เพียงผู้เดียว
 
          ฉันดูหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง มีตอนคล้ายๆแบบนี้อยู่ เรื่องก็คือว่า ผู้ร้ายในเรื่องวางระเบิดไว้ที่เรือลำใหญ่ 2 ลำ แล้วบังคับให้คนในเรือกดรีโมทระเบิดเรืออีกลำ ถ้าลำไหนระเบิดก่อน อีกลำที่เหลือก็รอด สุดท้ายไม่มีใครยอมกดรีโมท เพราะเห็นแก่ใจเขาใจเรา...นั่นมันในหนัง ในความจริงจะเป็นแบบนี้รึเปล่า? ฉันยังสงสัย...สงสัยว่าความเสียสละยังคงอยู่ในใจ แม้ภัยจะมาถึงหรือเปล่า?
 
          ในทุกๆ เหตุการณ์ย่อมต้องมีผู้เสียสละ ซึ่งผู้นั้นก็ไม่เคยถูกทอดทิ้งในที่สุด อย่างไรก็ตาม ในนามคนกรุงเทพฉันนึกขอบคุณและซาบซึ้งใจกับผู้ประสบภัยซึ่งได้เสียสละ อุ้มน้ำไว้ เพื่อให้กรุงเทพ ยังเป็นศูนย์กลางของความช่วยเหลืออยู่
 
          ในโลกที่วัตถุถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าสูงขึ้นๆ แต่จิตใจกลับทิ้งดิ่งลงเรื่อยๆ แล้วก็แปลกที่ธรรมชาติก็หมั่นมาทดสอบระดับจิตใจของมนุษย์ไม่เว้นวาย ทั้งดินถล่ม แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฯลฯ
 
          ...โจร และหัวขโมยพายเรือมาขโมยข้าวของๆ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเวลากลางคืน
 
          ...พ่อค้า แม่ค้า หัวหมอขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อละ 30 บาท
 
          ...เรือรับจ้างที่ขนคนและของตามหมู่บ้านที่น้ำท่วมราคาแพงมาก
 
          การฉกฉวยโอกาสเอาเปรียบคนที่กำลังทุกข์ยากเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวนั้น ถือเป็นการซ้ำเติมกันอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้งการขโมยและการขึ้นราคาสินค้าหรือค่าจ้างน่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ธาตุแท้ ที่ว่าด้วยการ “เอาเปรียบ”
 
          จะว่าไปก็มิใช่จะมีแต่ข่าวร้ายชวนหดหู่ไปเสียหมด เมื่อถึงจุดวิกฤตธาตุแท้ด้านดีของหลายๆ คนก็ปรากฏเช่นกัน ความเสียสละ ความเมตตา ความมีน้ำใจ และความสามัคคี ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ได้เห็นในเวลาเช่นนี้ โดยเฉพาะภาคเอกชนทั้งคนไทยด้วยกันเอง ทั้งสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ บริษัทต่างๆ ในความโชคร้าย ยังมีความโชคดี และในความมืดก็ยังคงมีแสงสว่าง หากเรามองโลกนี้ในแง่ดีและมองมันด้วยความหวัง อย่างน้อยคนไทยก็ไม่ทิ้งกัน เราจะผ่านมันไปด้วยกัน...
 
          มีนักธุรกิจท่าหนึ่งที่บริจาคเงินจำนวนมากมายหลายสิบล้านบาทช่วยผู้ประสบภัย แม้ในตอนท้ายท่านผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง ก็ยังเสียสละอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับลูกน้องอยู่จนนาทีสุดท้าย...ได้ใจในความเป็นนายกับลูกน้องไปเห็นๆ รวมทั้งผู้ที่ได้ชมข่าวนั้นด้วย มีแฟนคลับบานเลยทีเดียว...
 
          แต่ฮีโร่ขนานแท้และดั้งเดิมที่มีอยู่มาหลายสิบปี ก็ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะภัยหนาว ภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม ภัยใดๆ ฉันก็จะเห็น 2 บริษัทยักษ์ใหญ่นี้อยู่คู่กับคนไทยมาตลอด นำสิ่งที่เป็นกำไรจากการเกื้อหนุนของคนไทยมาคืนผู้บริโภคอย่างไม่เคยขาด แต่ข่าวต่างๆ ไม่ค่อยได้ไปเจาะประเด็นตรงนั้น นั่นก็คือ เจ้าสัวเจริญ แห่งไทยเบรฟฯ และเจ้าสัวธนินท์ แห่งซีพี ที่บริจาคทั้งเงินและสิ่งของ คงจะจำผ่าห่มสีเขียวตราช้างในหน้าหนาวกันได้ รวมทั้งน้ำดื่มช้างด้วย ปีนี้ทางซีพี ยกคนกันไปทำครัว ทำข้าวกล่องช่วย 10 จังหวัด เฉพาะตรงนี้ก็มูลค่า 100 ล้านแล้ว...
 
          การทำความดี คือการสะสมบารมีที่ไม่ได้สร้างได้แค่เพียงเดือนเดียว หรือแค่เพียงเหตุการณ์เดียว มันต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานและความสม่ำเสมอ แม้จะไม่ค่อยได้เป็นข่าว หรือไม่ค่อยได้ออกสื่อให้ใครๆ ได้สรรเสริญ หรือชื่นชม แต่ความดีก็ยังคงอยู่ เหมือนการปิดทอง จะหน้าพระหรือหลังพระก็ถือเป็นความดีเช่นกัน ได้บุญเหมือนกัน จะต่างกันก็แค่มีคนเห็นกับไม่มีคนเห็น และทั้งหมดทั้งมวลที่ได้ทำได้เป็นในสิ่งดีงามก็ล้วนแล้วแต่มาจากต้นแบบที่ดีงาม “พ่อหลวงของเรา” ท่านเดินนำ...เราเดินตาม ...ท่านสร้าง...เราสานต่อ พวกเราโชคดีที่มีท่าน.
 
          ...สุดท้าย ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนได้อยู่และสู้ต่อไป เพราะฉันเชื่อว่าเมื่อพวกคุณทุกคนผ่านสิ่งเลวร้ายไปได้ ก็ได้พิสูจน์ธาตุแท้ในตัวคุณ
 
          ธาตุแท้ของนักสู้ ...ที่สู้ชีวิต