
หนุ่มตี๋-สาวไทย'โตโน่-เอม'
หนุ่มตี๋-สาวไทยคู่ขวัญในจอ'โตโน่-เอม':สกู๊ปบันเทิง โดย... ดวงใจ สอาดจิตต์ /เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล
กำลังกลายเป็นคู่ขวัญคู่ใหม่ ในละครเรื่อง "บุหงาหน้าฝน" สำหรับหนุ่มหน้าตี๋หัวใจอีสาน "โตโน่" ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ และสาวหน้าไทยสวยหวานอย่าง "เอม" ศิริพิชยา วิสิฐไวทยากุล เล่นละครจนคนดูอินจัดจับคู่ให้นอกจอ วันนี้ บันเทิง คม ชัด ลึก และรายการ แมงโก้ แบงโก้ จัดเต็มกับคู่ขวัญในจอ ที่จะมาเม้าท์เผากระจาย ถึงการร่วมงานกันครั้งแรก เปิดเผยความรู้สึก และทัศนะคติในการมใช้ชีวิตในวงการ ค้นหัวใจหนุ่ม-สาว ไฟแรงของวงการบันเทิง
00กระแสตอบรับจากละคร
โตโน่ : กระแสตอบรับดีมากๆ อย่าง "เรือนแพ" หรือ "ข้ามเวลาหารัก" ยังมีนักแสดงคนอื่น อย่างพี่บี้ (สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว) ที่ทำให้เราไม่ได้ถูกโฟกัสมาก แต่อย่างเรื่อง "บุหงาหน้าฝน" ผมค่อนข้างหนักใจ เวลาที่ถูกนักข่าวถามว่ารู้สึกยังไงที่ได้เป็นพระเอกเต็มตัว ซึ่งความจริงแล้วพอเริ่มงานจริงๆ ผมรู้สึกมีความสุขและอุ่นใจ การรับบทเป็นพระเอกเต็มตัวมันไม่ได้มีความสำคัญกับผม เท่ากับการที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในละครเรื่องนี้ เพราะละครจะดีหรือไม่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ พระ-นาง อย่างเดียว ต้องมีองค์ประกอบอีกหลายๆ ส่วน ทั้งนักแสดงท่านอื่นที่เก่งๆ และมีความสามารถอีกเยอะ พอละครออนแอร์ ผมรู้สึกขอบคุณที่คนให้การยอมรับในความสามารถทางการแสดงของเรา
เอม : ได้เห็นฟีคแบ็คจากกระทู้ต่างๆ ในเว็บไซต์ จากทวิตเตอร์เอมได้อ่านทุกอัน ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับของพี่โน่เอง เราเห็นแล้วก็ดีใจ มีคนเรียกชื่อ ปาหนัน อย่างล่าสุดหนูนั่งรถไฟฟ้า กำลังฟังเพลงอยู่ มีป้าคนหนึ่งมาสะกิด ตอนแรกหนูคิดว่าเขาจะให้หนูลุก (หัวเราะ) แต่เขาเรียกว่าปาหนันใช่มั้ยลูก ป้าชอบมาก หนูเลยรีบยกมือไหว้เขาอย่างสวยงาม (หัวเราะ) เขาบอกว่าดูอยู่ชอบมาก อย่างกระแสในกระทู้ต่างๆ จะบอกว่าแรกๆ ที่เห็นหนูดูเฉยๆ มากเลย แต่คนส่วนใหญ่จะชอบบอกว่าเวลาดูหนูแสดงแล้วชอบ ก็รู้สึกดีใจมากเลย (ยิ้มหวาน)
00สำหรับโตโน่ร่วมงานกับเอมเป็นอย่างไร
โตโน่ : สำหรับผมเขาน่ารักตั้งแต่วันแรกที่เจอ (หัวเราะ) ผมคิดว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ ดูเป็นคนธรรมชาติ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก เพียงแต่ว่าแต่ละคน มีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่เท่าที่ผมได้ยินมา จะมีคนบอกว่า นางเอกดูน่ารักขึ้นเรื่อยๆ และมีเสน่ห์ เวลาที่เล่นละคร แต่ตัวเราเอง รู้ตั้งแต่วันแรกเวลาที่มีโอกาสเวิร์กช็อปกัน ผมรู้อยู่แล้วว่าเขามีอินเนอร์ทางการแสดง และคนน่าตาดีมีเยอะเลย แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้คือความจริงใจที่เอมมีในการแสดง เลยรู้สึกว่า เวลาที่เล่นเขาไม่ได้ห่วงสวย
00คาแร็กเตอร์
โตโน่ : ผมรับบทเป็นนาวิศ เป็นหนุ่มนักธุรกิจรวยเป็นหมื่นล้าน คาแร็กเตอร์ค่อนข้างจะตรงกับตัวจริง (หัวเราะ) ความจริงแล้วไม่มีอะไรตรงกับผมเลย ชีวิตจริง ผมเป่ากบ แข่งควาย ต่วยมวย (หัวเราะ) ความจริงผมต้องทำการบ้านเยอะมาก ต้องดูว่าคนรวยเขาทำกันยังไง ผมพยายามดูตัวอย่างจากอากู๋ (ไพบูลย์) พี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) เวลาผมไปเจอพวกพี่เขา ว่าเขานั่ง (ทำท่าไขว่ห้าง) เขายืนเดิน หรือล้วงกระเป๋ายังไง คือผมจะติดจับช้อนแบบสั้น เวลากินก็จะตักจ้วงๆ กินเลย พอตอนกำลังถ่ายละครอยู่ พี่ผกก. เขาต้องบอกผมว่าเวลาจะหมุนช้อนกินสปาเกตตียังไง เพราะบ้านผมกินแต่ตำบักหุ่ง (ส้มตำ) แต่ในเรื่องต้องมากินสปาเกตตี
00โตโน่มีนอกบทด้วย
เอม : คือต้องบอกก่อนว่า ฉากเลิฟซีน พี่โน่จะออกตัวบอก ผกก. ว่า "พี่ครับ ผมขอนะ" เราก็ยืนงงว่าขออะไร พอถ่ายจริงพี่โน่จัดมาเต็ม มีมาจุ๊บหน้าผาก หนูก็งงว่าเอ๊ะยังไง พอเขาสังคัตปุ๊บ แต่พี่โน่ยังจุ๊บค้างอยู่ หนูต้องบอกพี่โน่คัตแล้วๆ (หัวเราะ)
โตโน่ : มันไม่ถึงขนาดนั้น เวลาที่เราเล่นบางฉากเราเต็มที่ไง อย่างในบทเราต้องจับแขนนางเอกไว้สองข้าง แต่ก่อนจะจากกัน เราก็อาจจะต้องเพิ่มไปแบบ..(ทำท่าเอานิ้วแตะปากตัวเอง และเลื่อนไปแตะปากเอม..อู้ย) เราต้องดีไซน์ ท่าทางแบบนี้เข้าไป เพราะในเรื่องเวลาที่นางเอกเถียงผม แล้วเขาไม่ยอมหยุดพูด เราก็ต้องดีไซน์ท่าทางที่จะหยุดไม่ให้เขาพูด (ยิ้ม)
00โตโน่สอนการแสดงอะไรบ้าง
เอม :เยอะเลย เอมว่าการแสดงจะออกมาดีต้องอยู่ที่คู่ของเราด้วย พี่โน่จะเป็นคนที่รู้สึกข้างในเยอะมากเวลาเล่น ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือเวลาเล่นเราเหมือนจูนกันติด และส่งความรู้สึกรัก เป็นห่วงหากันได้เยอะ
โตโน่ : อย่างที่ผมบอกนางเอกเขาสวย (ยิ้ม) นาวิศรักปาหนัน เราก็อยากจะให้คนดูรักปาหนันไปด้วย
00เอมเป็นน้องใหม่ โดนนักแสดงคนอื่นแกล้งบ้างไหม
เอม : ไม่ต้องนักแสดงคนอื่นหรอก แค่พระเอกก็เยอะแล้ว โดนทุกวันเลย เขาจะมีมุกมาใหม่ๆ มาทุกวัน ไม่รู้ว่าเอาเวลาที่ไหนไปคิด (ยิ้ม) บางทีเขาไปทัวร์คอนเสิร์ตมาเหนื่อยๆ มาถึงกองก็มาลงที่เอม มาถึงก็มาศอก ชอบแกล้งแหย่มั่ง (หัวเราะ)
โตโน่ : ความจริงแล้วงานในกองถ่ายค่อนข้างหนัก บางครั้งเรามากอง เราไม่รู้ตัวว่าเราเครียด น้องเขาจะมาเตือนว่า พี่โน่เป็นอะไร เครียดอีกแล้วนะ เราเลยปรับปรุงตัว แล้วนิสัยของผม วิธีการคลายเครียดของผมคือการแกล้งคนอื่น ผมเลยจัดไป (ยิ้ม)
เอม : อย่างเวลาทำงาน ถ้าหนูมากอง แล้วพี่โน่เครียด เราจะสัมผัสได้ ว่าวันนี้พี่โน่เจองานหนัก (ยิ้ม) เราก็จะแหย่ๆ แกล้งๆ เขาไป
00ดูโตโน่เป็นคนสนุกสนาน ไม่น่าจะเป็นคนเครียดอะไรเลย
โตโน่ : เครียดนะ ถ้าเป็นงานที่เราตั้งใจทำอะไรแล้ว บางครั้งสิ่งที่เราทำผู้ใหญ่อาจจะยังไม่ชอบ แต่บางครั้งการที่เราโดนผู้ใหญ่ดุ เพราะเขาอยากให้เราได้ดี เรารู้ว่าเขารักเรา ก็ทำให้เราสู้ต่อไปได้ บวกกับเรามีเพื่อนร่วมงานที่ดี ทุกคนเป็นเหมือนครอบครัว
เอม : ส่วนตัวพี่โน่เขาเป็นคนเอ็นเตอร์เทนคนดูทั้งในกอง และในคอนเสิร์ต ส่วนตัวชื่นชมมาก ถึงพี่โน่จะเป็นแขกรับเชิญ แต่พี่โน่ก็ทำหน้าที่ของเขาได้ดีที่สุดจริงๆ หรือแม้กระทั่งขึ้นคอนเสิร์ตมาเหนื่อยๆ เขาก็ไม่ได้ทำให้งานในกองถ่ายเสีย เขายังทำหน้าที่ของเขาได้ดี รวมทั้งยังต้องเอ็นเตอร์เทนคนที่กองต่ออีก
โตโน่ : ผมคิดว่าเวลาที่เราอยู่หลังเวที ไม่ว่าเราจะคิดมากเรื่องอะไรก็ตาม แต่หน้าที่ของเราคือคนเขาเสียบัตรมาดู ถึงแม้จะไม่ใช่คอนเสิร์ตของเรา แต่ถ้าผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เขาหัวเราะ หรือเขามีความสุข ไม่ว่าบทเวที ผมอาจจะดูเป็นตัวตลกทำให้เขายิ้มหรือมีความสุข ผมก็ยินดี
00เอมเป็นน้องใหม่ในวงการ การแสดงยากไหม
เอม : สำหรับหนูคิดว่ายากนะ แต่โชคดีที่ได้ทุกคนในกองช่วย พี่ผกก. เองก็ช่วยให้เราตีความบทละคร ทุกอย่างเอื้อให้เอมได้เรียนรู้ตลอด แต่เรารู้ว่าเรายังได้อีก เราต้องพยายามและพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเราหยุดพัฒนาเมื่อไหร่ทุกอย่างจบเลย ทุกวันนี้เอาทุกกำลังใจ ทั้งคำติ คำชม เอากลับมาพัฒนาตัวเองอยู่
00ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม
เอม : เปลี่ยนจากที่ว่าเราอาจจะเคยเรียนหนังสืออย่างเดียว ต้องรับผิชอบมากขึ้น
โตโน่ : ตอนแรกผมไม่รู้ว่าเขาเป็นคุณครูสอนเวลาแนะแนว
00แว่บแรกที่รู้ว่าเขาเป็นคุณครู โตโน่รู้สึกอย่างไร
โตโน่ : เอาจริงๆ ผมคิดถึงตอนเราเป็นเด็ก ว่าถ้ามีคุณครูหน้าตาแบบนี้ คงจะชอบเข้าไปหา ไปถามว่า "ครูครับ ผมมีปัญหาชีวิต" จากนั่งข้างหลังคงเปลี่ยนมานั่งข้างหน้า (ยิ้ม) ผมเลยถามเขาว่าสอนเด็กเป็นยังไง เพราะเราจำได้แม่นว่าตอน ม.1 เวลาเรามองครูสวยๆ จะคิดว่าครูคนนี้เหมือนนางฟ้ายังเลย ถ้าซัก ม.3 เราจะคิดว่า เอ๊ะ! ครูเขาจะคิดว่าเราเด็กไปมั้ยนะ (หัวเราะ) ถ้าม.5-6 จะคิดว่า น่าจะมีโอกาส
00วิชาที่เรียนได้นำมาใช้ในการทำงานบ้างหรือเปล่า
เอม : ได้เอามาใช้บ้าง ในเรื่องความเข้าใจในความแตกต่างของบุคคลมากกว่า เราใช้ชีวิตทุกวันนี้ทำงานในวงการ ย่อมเจอบุคคลหลากหลายแบบ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราทำงานด้วยกันได้ คงเป็นเรื่องของการปรับตัว รวมถึงทัศนะคติทุกอย่าง การเข้าใจคนอื่น เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ซึ่งทุกอย่างจะได้รับการฝึกมาตั้งแต่ตอนที่เราเรียน ทำให้เรารู้สึกว่าเราได้มาทำในสิ่งที่เรารักคือการแสดง เหมือนมาอยู่ในครอบครัวใหม่ และอยู่ได้อย่างมีความสุข
00ผู้ใหญ่แนะนำไหมว่าอยู่ในวงการต้องวางตัวอย่างไร
เอม : สิ่งที่เอมเรียนรู้คือความจริงใจและความตั้งใจ จะทำให้เราอยู่ได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในหรือนอกวงการก็ตาม ทุกวันนี้เอมยังใช้ชีวิตเป็นเอมคนเดิม เปลี่ยนแปลงแค่วินัยในการทำงาน ต้องรับผิดชอบมากขึ้น แต่เอม เคยเป็นคนนิสัยยังไง เพื่อนๆ รู้จักเอมยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้นเหมือนเดิม เราทำทุกอย่างเป็นธรรมชาติปกติ เอมเชื่อว่าไม่ว่าจะเปิดอะไรขึ้น เราก็พร้อมจะออกมาตอบหรืออธิบายทุกอย่าง ไม่ว่าจะข่าวอะไรก็ตาม เพราะเข้าใจว่าพี่ๆ (นักข่าว) ต้องทำงาน น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ทุกอย่างเป็นศิลปะสร้างสรรค์ซึ่งกันและกัน อยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า ถ้าเราจริงใจซะอย่างไม่มีปัญหาแน่นอน
00โตโน่ผ่านงานมาหลากหลายคิดว่าตัวเองพัฒนาไปมากน้อยขนาดไหน
โตโน่ : ผมไม่ทราบนะ แต่พยายามทำให้ดีที่สุดในแต่ละวัน พยายามมองย้อนกลับไปว่าเราทำอะไร มองแค่ว่าแต่ละวันพยายามทำให้ดีที่สุด และไม่ได้คิดว่าการทำได้ดีแล้วจะอยู่ตรงนี้ได้นานหรือไม่ได้นาน ผมคิดแค่ว่าที่ๆ ผมอยู่เป็นบ้านผม แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่และฝืนใจผม ผมคงไม่ทำ
00ชีวิตในวงการเป็นอย่างไรโตโน่ ยังรักและมีความสุขแค่ไหน
โตโน่ : มีความสุข แต่ความกดดันก็มี เพราะว่าเราทำงานกับคนหลายคน มีทั้งที่เข้าใจและไม่เข้าใจ แต่ผมเชื่อเรื่องของความจริงใจ ความจริงใจไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือก็สัมผัสได้ เปิดใจให้กัน คนทุกคนรับรู้กันได้ ผมรู้สึกว่าถ้าเขาจะไม่ชอบหรือไม่รู้จัก ถ้าเราเปิดใจและจริงใจให้กันจริงๆ เขาต้องสัมผัสได้ สมมติว่าถ้าปีหน้าผมไม่มีงานจริงๆ แต่ผมยังภูมิใจว่าในหนึ่งปี สิ่งที่ผมพูด สิ่งที่ผมทำว่ารัก สิ่งที่ผมบอกว่ารักก็คือรัก นั่นคือคำพูดของผม ไม่ใช่สิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาให้คนดูรัก
00ความรักเป็นอย่างไรบ้าง
เอม : ให้พูดจริงๆ จากใจ ทุกคนคิดว่าเอม สวยน่ารัก มีคนมาจีบ มีแฟนแล้ว ทุกวันนี้เลยไม่มีแม้กระทั่งคนเข้ามาจีบ (หัวเราะ) บางทีเราพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่า เขามาคุยกับเราเพราะเขาชอบเรา แต่พอคุยอยู่ 2-3 วันเขาก็ไป (หัวเราะ) หนูคิดว่าเขาคงคิดว่าเขามีแฟนแล้ว แต่พูดถึงเราก็ไม่ได้เหงาเศร้าอะไร
น่ารัก น่าหยิก มั้ยอ่ะ คู่นี้ คริ คริ



