บันเทิง

วิกฤติ  "คลื่นแฟต"  
ขอตายท่ายืน !!

วิกฤติ "คลื่นแฟต" ขอตายท่ายืน !!

01 พ.ค. 2552

รู้กันอยู่ว่า ท่ามกลางภาวะการเมืองแย่ๆ เศรษฐกิจก็วิกฤติ หลายหน่วยงานปิดกิจการ คนตกงานมากมาย แต่นึกไม่ถึงว่าวันนี้ คลื่นแฟต เรดิโอ 104.5 ถึงขนาดต้องให้คนฟังโหวตเลือกดีเจที่ชอบ แล้วคนที่มีผลโหวตน้อยที่สุด อาจต้องตกงานไป

  ผู้บริหารคิดจนหัวโป่ง ว่าจะทำยังไงให้อยู่รอด แรกๆ ก็ลดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง รวมทั้งมาตรการลดเงินเดือนพนักงาน 5-25 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ระดับเฮด จนถึงผู้น้อย ไม่เว้นแม้แต่แม่บ้าน... แต่ก็ยังเอาไม่อยู่

 ก็ยังไม่รู้ว่าจะเยียวยาภาวะการขาดทุนที่สะสมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วได้หรือไม่
 อะไรทำให้สถานีเพลงแห่งนี้ต้องทำถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เปิดมานานเกือบ 10 ปี และมีกลุ่มคนฟังชัดเจน  

 จนเมื่อได้ฟังจากปากของ คุณพงศ์นรินทร์ อุลิศ หรือที่เรียกกันว่า "เฮนรี่จ๋อง" โปรแกรมไดเรคเตอร์ เจ้าของหลายๆ ไอเดียกระฉูดประจำคลื่น ถึงได้รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การลดค่าใช้จ่าย

 แต่อยู่ที่รายได้ที่มาจากการขายโฆษณามากกว่า !! 
 ทุกวันนี้ สปอนเซอร์จะสนับสนุนแต่การจัดงานอีเวนท์ มากกว่าที่จะมาจ่ายกับสปอตโฆษณาตามคลื่นทั่วๆ ไป   

 เมื่อรายได้ไม่เข้าเป้าสะสมหลายเดือนเข้า ภาวะทางการเงินตึงตัว สถานการณ์เช่นนี้นายทุนที่ไหนจะแบกรับภาระไว้นานๆ ได้

 จึงเป็นพวกพนักงานด้วยกันเอง ที่ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยให้นานที่สุด
 พวกเขาคิดต่อไปอีกว่า จะขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของคลื่นเอง ไม่ว่า สมุด ปากกา เสื้อยืด กระเป๋า เครื่องกรองน้ำ ฯลฯ เลยเถิดไปถึงขั้นจะให้คนฟัง มีส่วนร่วม โดยรับสินค้าออกไปขายให้ด้วย

 เป็นสินค้าขายตรง "ยี่ห้อแฟต"!   
 อย่างน้อยก็เพื่อให้คนฟังได้รับรู้สภาพไปพร้อมๆ กัน
 แต่ถ้าแผนที่ทำๆ กันมา ยังไม่มีทีท่าจะกระเตื้องขึ้น คาดว่าครึ่งปีหลังคงต้องหยุด
 ซึ่งมันโหดร้ายมาก สำหรับสื่อบันเทิงรายหนึ่ง ที่ยืนยันจะจัดรายการตามแบบฉบับที่พวกเขาคิดไว้

 เป็นคลื่นที่เปิดเพลงแบบไม่สนใจค่าย ไม่ตามกระแส ไม่เน้นโปรโมท หรือชี้นำอย่างที่ทำๆ กัน

 เพราะพวกเขาคิดว่า คนฟังไม่จำเป็นต้องจบปริญญา หรือร่ำเรียนอะไรมา ถ้าจะชอบก็คือชอบ เป็นเรื่องของรสนิยม จึงปฏิเสธที่จะจัดรายการแบบ "กรอกหู" ตามใบสั่ง พวกเขาไม่อยากดูถูกคนฟัง

 และยืนยันว่าที่นี่ไม่ใช่คลื่นเพลงอินดี้!
 ถึงแม้จะอยู่ในสภาพบีบรัดอย่างไร พวกเขาก็จะไม่เปลี่ยนเป็นอื่น
 "ประเด็นสำคัญ คือเราเลือกทำคลื่นแบบนี้เอง เรารู้ตัวว่าเราเดินทางแคบ พอเจอวิกฤติ แต่เราต้องเดินต่อไป เรามีจุดยืนที่จะทำ ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น เราขอเลือกที่จะตายในท่ายืน"

 คำยืนยันนอนยันจาก เฮนรี่จ๋อง ที่จะไม่ยอมยกธงขาวแน่ๆ แต่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริง เพราะเขามั่นใจว่าต้องมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แน่

 นี่คือตัวอย่างของคลื่นเพลงที่ไม่ใช่ทั้งยักษ์ใหญ่ และโนเนม   
 สถานการณ์โดมิโนแบบนี้กำลังคืบคลานมาแล้ว ไม่แน่ว่าต่อไปอาจเป็นคลื่นที่คุณรักก็ได้
 แล้วจะทำยังไง เพราะแค่เตรียมใจคงยังไม่พอ

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"