
'เวตาล่า'อินดี้ไทยแท้แบบพื้นบ้าน
'เวตาล่า'อินดี้ไทยแท้แบบพื้นบ้าน
ได้ยินศิลปินรุ่นใหม่ๆ พูดคำว่า "ไทยป๊อป" หรือการบอกว่าได้นำเพลงไทย มาเป็นส่วนผสมในงานเพลงของตนเอง แต่ถ้าลองมาฟังกันจริงๆ แล้ว เรียกว่าน้อยมากที่งานเพลงของศิลปินเหล่านั้นจะใส่ความเป็นไทย จนสามารถสัมผัสได้ บางคนใส่แค่เครื่องดนตรีไทยบางชนิด แล้วออกมาบอกว่าใส่ความเป็นไทย ทั้งที่ในเพลง แนวเพลง หรือแม้แต่ท่าเต้นไม่มีสิ่งใดเลยที่บอกความเป็นไทย จนทำให้เกิดความสงสัยมากมายว่า ศิลปินรุ่นใหม่เหล่านั้นเข้าใจความเป็นไทย และดนตรีไทยแค่ไหนกันแน่
แต่ความสงสัย นั้นก็ได้มาถึงบางอ้อ เมื่อได้พบกับวงน้องใหม่ของค่าย "มิวสิคิส เรคคอร์ด" อย่างวง "เวตาล่า" ที่มีสมาชิกประกอบไปด้วย "ต่อ" ณัฏฐพล เกษบุญชู, "สเน็ก" กรกช สุดสวัสดิ์, "บิล" วัชรินทร์ พลอินทร์, "นนท์" ทศพล แสงสุวรรณ และ "กี้" ปฏิภาณ ศาสตร์อำนวย ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อวงนี้ ยอมรับเลยว่าไม่ได้คาดคิดว่าพวกเขาจะมีดี แต่เมื่อได้ฟังเพลงในอัลบั้ม "เดอะ มูน เทลส์" อัลบั้มแรกของพวกเขาแล้วยอมรับเลยว่าวงนี้เป็นวงที่สามารถตีโจทย์เรื่องการนำความเป็นไทยมาใส่ในเพลงได้แตกกระจุย
และเมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับพวกเขาแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าเด็กรุ่นใหม่กลุ่มนี้ มีสำนึกรักความเป็นไทยแฝงอยู่ในตัวอย่างล้นเหลือ โดย ต่อ นักร้องนำของวงเล่าให้ฟังว่า พวกเขารวมวงเล่นดนตรีด้วยกันมากว่า 4 ปี จากการพบเจอกันในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร อย่างเช่นการทำละครเวที การทำเพลงประกอบละครเวที บวกการรักในเสียงเพลง รักความเป็นไทย ทำให้พวกเขามารวมกันด้วยการทำเพลงโพสต์ลงตามโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ และได้มีโอกาสไปเล่นดนตรีตามงานอินดี้ต่างๆ จนค่าย "มิวสิคิสฯ" มาเห็น และรู้สึกว่าพวกเขามีของอย่างที่ค่ายต้องการ
"ทางค่ายติดต่อมาว่าอยากให้พวกเราทำเพลงด้วย เพราะว่าชอบแนวคิดและสไตล์ของพวกเรา ในเรื่องของความแปลก เนื้อหา และสไตล์ดนตรีที่ผสมความเป็นไทย กับแนวเพลงสากล เนื้อเพลงผมจะแต่งจากการเอาทำนองเพลงฉ่อย เพลงอีแซว ลำตัด ลิเก อาขยาน มาผสมกับแนวดนตรีร็อก สกา พังค์ โดยผมจะเลือกแต่งเพลง อย่างผมแต่งเพลง "อยากเป็นดารา" ที่นำเพลงพื้นบ้านมาผสมกับดนตรี พังค์ร็อก พวกเราตั้งแนวเพลงของเราขึ้นมาเองว่า โพสต์ฉ่อย หรืออย่างเพลง "จ้ำจี้ผลไม้" ที่ผมเอาบทเพลงอาขยาน มาใส่แนวสกาเข้าไป เพื่อให้ฟังง่ายและดูทันสมัยมากขึ้น" ต่อเล่า
นักร้องนำของวงยังได้บอกต่อว่า พวกเขาเกิดจากการทำเพลงประกอบละครเวทีของมหาวิทยาลัย และได้เรียนรู้การทำเพลงไทยแบบเดิมๆ เขาเลยนำเพลงเหล่านั้นมารวมกันไว้ โดยเขายอมรับว่าได้มีการปรับเปลี่ยนแนวเพลงเพื่อให้ตรงกับสไตล์ดนตรีที่ทันสมัยมากขึ้น แต่ต้องเลือกแนวเพลงให้ถูกเพื่อให้ลงตัวกันมากที่สุด ซึ่งทำให้ต้องมีการลองผิดลองถูกอย่างมากมายกว่าจะลงตัวได้แต่ละเพลงออกมา
"ต้น" ยังเล่าเสริมต่ออีกว่า การที่วงของพวกเขาถูกเรียกว่าเป็นวงอินดี้ มีทั้งข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบ โดยพวกเขาเลือกที่จะจดจำข้อได้เปรียบที่ว่า การเป็นวงอินดี้สามารถทำเพลงได้ในสไตล์ของตัวเอง แบบไม่มีกรอบของค่ายเพลงมาเป็นโจทย์ในการบีบการทำงาน
"ในอัลบั้มนี้ แนวเพลงและเนื้อเพลงของเราเน้นการเอาประโยชน์จากการใช้ความอิสระทางความคิดมาเป็นตัวตีโจทย์ของอัลบั้ม โดยอัลบั้มนี้พวกเราพยายามสะท้อนสังคมในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่เน้นให้เกิดความเคร่งเครียด เราเน้นการมองสังคมในรูปแบบที่สนุกสนาน เบาๆ อาจมีบางเพลงที่เสียดสีการเมืองบ้าง เสียดสีความต่างในสังคม แต่ก็เป็นมุมที่มองแบบเบาๆ ไม่ได้เน้นหนักๆ" นักร้องนำเล่า
ใครที่อยากรู้ว่าเพลงสมัยใหม่ที่ผสมผสานเพลงไทยแบบเดิมๆ ได้อย่างลงตัวเป็นแบบไหน ลองฟังศิลปินกลุ่มนี้ แล้วจะรู้ว่าเพลงไทยแท้ๆ เป็นอย่างไร



