
หนังวิปโยค
หนังวิปโยค:หนังจอกว้าง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
วิกฤติอุทกภัยน้ำท่วมในขณะนี้ หลายคนอาจไม่มีกะจิตกะใจออกไปดูหนังในโรง (หรือแม้แต่นอนดูหนังที่บ้าน) เท่ากับติดตามข่าวสารทางหน้าจอทีวี รายได้หนังในบ้านเราสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็น้อยลงอย่างน่าใจหาย ตลอดทั้งโปรแกรม รวมๆ กันแล้วไม่ถึง 30 ล้านบาท
อันที่จริงเมืองไทยของเราประสบภัยน้ำท่วมบ่อยครั้งนะครับ หากแต่ละปีปริมาณน้ำที่ท่วมท้นจะ หนัก-เบา มาก-น้อย แตกต่างกันไปแค่ไหน สุดแล้วแต่สภาพดินฟ้าอากาศ ฟ้าฝนเป็นใจ เราผ่านน้ำท่วมใหญ่มาได้ตั้งหลายครั้ง แล้วทำไมครั้งนี้เราจะรับมือกับมันไม่ได้ (คิดไว้ซะอย่างงี้ จะได้สบายใจหายเครียดครับ)
บ้านเราประสบพบเหตุเภทภัยเหล่านี้บ่อยครั้ง แต่ก็น้อยครั้งหรือแทบจะไม่มีการจำลองเหตุการณ์เหล่านั้นไว้ในรูปแบบภาพยนตร์เลยครับ จะมีก็แต่ภาพข่าวที่บันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ประสบการณ์ดูหนังตั้งแต่เด็กจนโตตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหนังไทยเท่าที่พอจำความได้มีหนังที่พูดถึงหายนภัยน้อยมาก แทบจะนับนิ้วมือข้างเดียวได้ครบ ไม่ว่าหนังที่เอ่ยถึงพิบัติภัยทางธรรมชาติทางตรง ด้วยการหยิบนำเอามาทำเป็นพล็อตหลักหรือแบบอ้อมๆ ด้วยการเซตอัพเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ในหนัง ณ ช่วงเวลานั้น ลองมาไล่เรียงกันดูนะครับ
แผ่นดินวิปโยค พ.ศ. 2521
หนังว่าด้วยเรื่องราวความรักของไอ้หนุ่มลูกทุ่ง ที่ตัดสินใจพาสาวคนรักออกหนีหลังถูกกีดกัน แต่ไม่วายทั้งคู่ก็ถูกตามล่าตามล้าง ทั้งจากพ่อฝ่ายหญิงและคู่อริ ระหว่างนั้นเกิดพายุลูกใหญ่ซัดโหมกระหน่ำ ส่งผลให้องค์พระธาตุพนมพังทลายลงในพริบตา
แผ่นดินวิปโยค ฉายในระบบซิเนมาสโคป 70 มิลลิเมตร ที่เน้นความอลังการตระการตา ฉากมหาวินาศสร้างความตื่นตาตื่นใจ หนังอิงมาจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี...หนังได้ สรพงษ์ ชาตรี และปิยะมาศ โมนยะกุล แสดงนำ
อุกกาฟ้าเหลือง พ.ศ. 2523
ผลงานขึ้นหิ้งของ ‘ท่านมุ้ย’ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หนังเล่าถึงวิถีชีวิตชาวเล ที่ทำมาหากินกับการทำประมงพื้นบ้าน ตั้งแต่รุ่นปู่ย่ามาจนถึงลูกหลาน แต่แล้วการรุกรานของนายทุนและคนท้องถิ่นผู้มักง่ายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนที่จับปลาด้วยวิธีระเบิดปลา ไม่เพียงเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของฝูงปลาเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบต่อปะการังใต้ท้องทะเล...พล็อตหลักของหนังว่าไว้แบบนี้ แต่พล็อตรองก็คือ การพิสูจน์คุณค่าของวิถีชีวิตดั้งเดิม ทั้งการยืนต้านกระแสทุนนิยมของชายชราชาวประมงประจำหมู่บ้าน ไอ้หนุ่มรุ่นหลานที่พยายามพิสูจน์รักแท้ และสุดท้ายธรรมชาติก็ลงโทษด้วยการนำพายุใหญ่ คลื่นยักษ์ พัดพาคนละโมบ จมหายไปในทะเล หนังอิงจากเหตุการณ์วาตภัยที่เกิดขึ้น ณ แหลมตะลุมพุก
อุกกาฟ้าเหลือง นำแสดงโดย ยมนา ชาตรี, นิจ อลิษา, โสธร รุ่งเรือง และ ส.อาสนจินดา
ตะลุมพุก มหาวาตภัยล้างแผ่นดิน พ.ศ. 2545
นี่คือหนังที่จำลองเหตุการณ์วาตภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินเรื่องภายใต้ข้อมูลจริงทั้งสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เป็นหัวใจหลัก ขณะเดียวกันก็เล่าถึงความรัก ความพลัดพรากของคนสองคู่ ทั้งคนพื้นถิ่นและคนต่างถิ่น ก่อนจะจบลงด้วยภาพสิ่งปรักหักพังของบ้านเรือนหลังพายุใหญ่ ที่กวาดทุกสิ่งหายไปในท้องทะเล
หนัง ‘ตะลุมพุก’ แม้จะสร้างขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีซีจี สามารถเนรมิตเกลียวคลื่นขนาดยักษ์ได้อย่างสมจริงสมจัง แต่บทหนังที่อ่อนปวกเปียกและการแสดงขาดๆ เกินๆ ของดาราบางคน ทำให้หนังพบกับวาตภัยทางรายได้ไม่ต่างกับชื่อเรื่อง
หนังนำแสดงโดย ฉัตรชัย เปล่าพานิช, พรหมพร ยูวะเวส, ศศิธร พานิชนก, ม.ร.ว.มงคลชาย ยุคล และธันญ์ ธนากร
2022 สึนามิ วันโลกสังหาร พ.ศ. 2542
นี่คือหนังที่เล่าถึงพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิอย่างตรงไปตรงมา โดยอิงจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2547 แล้วสร้างเรื่องราวในอีก 18 ปีต่อมา แม้เรื่องราวจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต แต่หนังทำได้เชยสิ้นดี อีกทั้งเนื้อหาก็วนเวียนอยู่กับข้อมูลเก่าๆ ที่คนทั่วไปต่างรับรู้กันหมดแล้ว ส่วนพล็อตรองก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่น่าสนใจ ทั้งการเสียสละของผู้นำประเทศและความมุ่งมั่นของคนหนุ่มสาว จนกลายเป็นหนังที่ล้มเหลวที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการหนังไทย
นำแสดงโดย ภาณุเดช วัฒนสุชาติ, พิศาล ศรีมั่นคง, สิรินดา เจนเซ่น กำกับภาพยนตร์โดย ทรนง ศรีเชื้อ



