บันเทิง

"ศีลวิบัติ" ของพระภิกษุ.... ทางเสื่อมของพระพุทธศาสนา

"ศีลวิบัติ" ของพระภิกษุ.... ทางเสื่อมของพระพุทธศาสนา

12 ต.ค. 2554

"ศีลวิบัติ" ของพระภิกษุ.... ทางเสื่อมของพระพุทธศาสนา!!:แขกรับเชิญ โดย... พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ กทม.

           นับว่าเป็นข่าวร้ายของชาวพุทธ หลังจากที่ได้ทราบข่าวตามหนังสือพิมพ์รายวันตามหน้าจอโทรทัศน์และตามรายการทางสถานีวิทยุเกี่ยวกับความไม่ดีไม่งามของพระภิกษุสงฆ์มาอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลกระทบต่อศรัทธาของพระพุทธศาสนิกชน เกิดความคลอนแคลนในศรัทธาที่มีต่อสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์จนเกิดความไม่แน่ใจว่าพระภิกษุสามเณรรูปที่ตนเองกำลังเคารพ ศรัทธา นับถืออยู่ในขณะนี้จะเป็นสงฆ์แท้หรือสงฆ์ปลอม
 
          ข่าวร้ายเช่นนี้ได้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การแต่งกายเป็นฆราวาสออกเที่ยวคาเฟ่ในเวลาวิกาล ปลอมตัวเป็นฆราวาสขับรถเก๋ง มั่วสุมสีกา มีอาวุธปืนและยาบ้าไว้ในครอบครอง กลายเป็นฆาตกร มีปัญหาเรื่องทรัพย์สินเงินทองของวัด  มีปัญหาเรื่องชู้สาวกับชาวบ้าน ขัดแย้งกันเอง ไม่อยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยจนกรณีดังกล่าวไม่มีแววว่าจะลดน้อยถอยลงไปเพราะถ้าไม่เกิดขึ้นในวัดของเมืองหลวงก็ผุดกับวัดที่อยู่ในภูธรจนสร้างความเสื่อมศรัทธาให้แก่ชาวพุทธทั่วประเทศ
 
          วิบัติ คือความหายนะ ความเสียหายอันเกิดขึ้นกับบุคคล หน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม เมื่อความวิบัติเกิดขึ้นในที่ใด แห่งใด สังคมใด ความเสื่อมเสียความเสียหายก็เกิดขึ้นในที่นั้น แห่งนั้น สังคมนั้น สำหรับในวงการของพระพุทธศาสนาแล้ว ความเสียหายในปีนี้คงเป็นเรื่องของ ศีลวิบัติ อาจารวิบัติเสียมากกว่า  ส่วนทิฏฐิวิบัติและอาชีววิบัตินั้นดูแล้วไม่มีกรณีใดที่ร้ายแรงเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา
 
          ศีลของพระภิกษุมี 227 ข้อ เมื่อย่อให้เห็นถึงภาพรวมแล้วมี 3 กลุ่มใหญ่ คือศีลที่จะต้องยึดถือเป็นหลักสำคัญเลย ถ้าผิดพลาดไปนั้นหมายถึงว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาไป ส่วนกลุ่มที่สองเมื่อผิดพลาดแล้วยอมรับผิดกลับตนมาประพฤติดีก็สามารถอยู่ในวงการคณะสงฆ์ได้ต่อไป ส่วนกลุ่มที่สามถือว่าเป็นมารยาท ระเบียบปฏิบัติที่จะทำให้พระภิกษุรูปที่ปฏิบัติตามให้เกิดความสงบ สวยงาม สุภาพ อ่อนโยนมีจริยวัตรอันเป็นที่เคารพศรัทธาเสื่อมใสให้แก่ชาวพุทธและผู้ที่พบเห็น
 
          เป็นที่น่าสังเกตว่าระยะหลังเป็นความวิบัติของพระภิกษุในด้านศีลและความประพฤติเสียส่วนใหญ่ มิใช่เป็นความวิบัติทางด้านความเชื่อ ความศรัทธาและความเข้าใจผิดกันซึ่งถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่สุด แต้ถ้าหากความประพฤติของพระภิกษุ สามเณรหย่อนยานในพระธรรมวินัยแล้วเราก็สามารถตักเตือน ป้องกัน แก้ไขได้เพราะมักเป็นกรณีรายบุคคลเท่านั้นถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบต่อส่วนรวมอยู่บ้างก็ตาม แต่ถ้าเป็นความเสียหายอันเกิดขึ้นจากความคิดเห็นความเข้าใจแล้วก็เป็นสิ่งที่อันตรายต่อพระพุทธศาสนาอย่างมาก นั่นหมายถึงว่าหลักคำสอนของพระพุทธองค์ถูกบิดเบือนไป  ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดๆ ถูกนำไปสอนในทางที่ผิดๆ ผลร้ายก็จะตกถึงผู้ที่นำคำสอนที่ผิดๆ นั้นไปประพฤติปฏิบัติและเกิดโทษขึ้นมา ดั้งนั้นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความประพฤตินี้สามารถป้องกัน  แก้ไข ปรับปรุงใหม่ได้โดยใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือน แต่ถ้าเป็นความผิดพลาดทางด้านความคิดแล้วไม่สามารถเรียกให้กลับคืนมาได้จนกว่าผู้นั้นจะจากโลกนี้ไปแล้วเท่านั้น
 
          จึงอยากขอวิงวอนให้ชาวพุทธไม่ว่านักบวชด้วยกันก็ดี อุบาสกก็ดี อุบาสิกาก็ดีช่วยกันตรวจสอบข้อวัตรปฏิบัติของนักบวชในพระพุทธศาสนาของเรา รูปที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบก็ขอให้ช่วยกันส่งเสริม สนับสนุนท่านให้อยู่ในเพศนักบวชต่อไปจะได้กลายเป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาต่อไป ส่วนรูปที่ไม่อยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย ไม่มีอาจาระที่สวยงามลุ่มหลงในอบายมุขสร้างความเสียหายให้แก่วงการพระพุทธศาสนาแล้ว  ก็ขอให้ช่วยกันกำจัดออกไป  อำนาจรัฐจะต้องเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่งพร้อมทั้งสื่อสารมวลชลก็ให้เข้ามามีส่วนด้วย
 
          เราไม่ต้องไปโทษว่ากลุ่มนั้น กลุ่มนี้ องค์กรนั้น องค์กรนี้ ศาสนานั้นศาสนานี้มีแผนร้ายที่จะทำลายพระพุทธศาสนาของเรา  ความจริงพวกเราอ่อนแอกันเอง ผู้คนของเราไม่ประพฤติดีปฏิบัติชอบเอง  จึงทำให้พระพุทธศาสนาเราเสื่อม  ที่ผ่านมาเรามักไปโยนบาปให้ฝ่ายโน้นฝ่ายนี้อยู่ร่ำไปโดยไม่ตรวจสอบคนของเราเองและองค์กรของตนเองแล้วทำให้เข้มแข็งขึ้นมา หยุดเสียเถอะการโยนของเสียไปให้กับผู้อื่นทั้งๆ  ที่ตนเองเป็นผู้ผลิตของเสียขึ้นมาเอง
 
          ความเสียหายอันเกิดขึ้นจากการไม่มีศีล  ไม่รักษาศีลของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ เรามาเริ่มกันใหม่มาร่วมมือหาทางป้องกัน แก้ไขกันใหม่ หลักการแก้ไขเก่าๆ ก็ยังสามารถใช้ได้ไม่จำเป็นต้องมาวางระเบียบกันใหม่ ของดีที่มีอยู่แล้วขอให้ทำกันอย่างจริงจังก็เพียงพอแล้ว มาบัดนี้ภาพรวมของพระสงฆ์ตกต่ำมากในสายตาของชาวบ้านจนเกิดเสียงเรียกร้องว่า “พวกเราชาวพุทธไม่ใส่บาตรพระกันดีไหม ?” นั่นหมายถึงว่าความหวังและความรู้สึกของประชาชนพึ่งทางศาสนาไม่ได้อีกแล้ว เสียศรัทธาและความรู้สึกที่ดีที่ฝากไว้กับพระสงฆ์และพระพุทธศาสนา
 
          ทางเลือกที่ดีและจะเป็นผลดีอย่างยิ่งอีกด้านหนึ่งก็คือ การเข้าไปสนับสนุนการศึกษาของพระสงฆ์ทั้งของพระภิกษุหนุ่มและสามเณรน้อยให้ท่านได้เรียนทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายโลกผสมผสานกันไป คิดว่าการศึกษาเท่านั้นจะแก้ไขปัญหาความตกต่ำของสถาบันสงฆ์ได้ในระยะยาว รูปที่มีการศึกษาที่ดี  มีข้อวัตรปฏิบัติดีเหล่านั้นจะได้เติบโตขึ้นมาในพระพุทธศาสนากลายมาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยภารกิจของพระเถระผู้ใหญ่ สนองงานกิจการคณะสงฆ์สามารถนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างดีอีกด้วย
 
          ขอวอนเถอะเพื่อนสหธรรมิก  ภาพแห่งความฝันร้ายของชาวพุทธที่ผ่านมานั้นมันเป็นความสูญเสียและความสลายทางด้านศรัทธาอย่างรุนแรง  ถ้าพวกเราไม่ปรับปรุงตัวพวกเราเองแล้ว  นั่นหมายถึงว่าพวกเราเป็นผู้ทำลายศรัทธาชาวพุทธด้วยกัน  ขอให้พวกเราช่วยกันปลูกฝังศรัทธากับชาวพุทธขึ้นมาให้ได้ด้วยการอยู่ในกรอบพระธรรมวินัยของพระพุทธองค์  มีจริยวัตรที่สะอาด  สงบ  สวยงามทั้งต่อหน้าและลับหลัง  ความบริสุทธิ์  ความผ่องใสและศรัทธาของชาวบ้านก็จะกลับคืนมาเหมือนเดิมและดีกว่าเดิมอีกด้วยเพราะเราช่วยกันปรับปรุงตัวเราดีขึ้นแล้ว...
 
          ความวิบัติก็จะไม่เกิดขึ้นกับวงการคณะสงฆ์และหมู่ชาวพุทธอีกต่อไป......