บันเทิง

น้ำเปียกกาย แต่ใจไม่เปียก

น้ำเปียกกาย แต่ใจไม่เปียก

12 ต.ค. 2554

น้ำเปียกกาย แต่ใจไม่เปียก:มองนอกดูใน โดย... แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

          เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งวันที่เสถียรธรรมสถานมีเยาวชนคนหนุ่มสาวจาก 50 โรงเรียน 9 มหาวิทยาลัย จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศมาอยู่รวมกันในค่าย SOS 9 (Seeds Of Spirituality) ก้าวย่างแห่งปัญญา สร้างศรัทธา สร้างรอยยิ้มถวายพ่อ (9-21 ตุลาคม 2554) นอกจากนี้ ยังเป็นการแถลงข่าวสองงานสำคัญคือ หนึ่ง...ยิ้มของลูก คือรอยยิ้มของพ่อ Share Smiles for His Majesty ซึ่งวันนี้นับเป็นก้าวที่สองของการทำงานของพสกนิกรชาวไทย (นับจากวันที่ 9 กันยายน) ที่ข้าพเจ้าได้เห็นความบริสุทธิ์ใจของคนไทยที่ถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความตื้นตันใจ ทุกๆ เช้า ข้าพเจ้าจะเข้าไปอ่านคำถวายพระพรในเฟซบุ๊กของเสถียรธรรมสถาน ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กเล็กๆ ที่ส่งเข้ามาถวายพระพร และบอกว่ารักพ่อด้วยการสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ข้าพเจ้าจึงยืนยันได้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นการทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ และสิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความบริสุทธิ์ใจจริงๆ ของพสกนิกรไทย โดยไม่มีเงื่อนไขของภาคธุรกิจ เป็นการให้ด้วยใจของคนทั้งแผ่นดิน เป็นการบอกรักพ่อที่ไม่ได้เก็บไว้ในใจ แต่เป็นการบอกรักดังๆ ผ่านรอยยิ้มที่สดใสด้วยความสุขใจของทุกคน
 
          และ สอง...ผู้กำกับฯ รุ่นใหม่เตรียมแจ้งเกิดกับเวทีภาพยนตร์ธรรมโฆษณาชิงถ้วยพระราชทาน “ตาราอวอร์ด” พร้อมทุนการศึกษา ในห้วข้อ “Share Smiles for His Majesty” ยิ้มของลูก คือรอยยิ้มของพ่อ ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ขอให้คิดว่าคุณจะทำธรรมโฆษณาที่จะชวนให้คนยิ้ม และยิ้มของลูกคือยิ้มของพ่อได้อย่างไร แล้วส่งเข้ามาเพื่อแจ้งเกิดในงานธรรมโฆษณาของเรา จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน และจะประกาศผลในวันที่ 25 พฤศจิกายน จากนั้นผลงานธรรมโฆษณาที่ผ่านการแจ้งเกิดจะไปปรากฏในรายการทีวีของภาคีเครือข่ายที่ให้โอกาสเรา โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าก่อนถึงวันที่ 9 ธันวาคม คนไทยจะยิ้มเพื่อพ่อทั้งแผ่นดิน (ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sdsweb.org)
 
          หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ขบวนของเยาวชน SOS Seeds Of Spirituality ก็ได้ก้าวออกไปเรียนรู้และเข้าใจสถานการณ์การสูญเสียจากอุทกภัยครั้งรุนแรง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแบบฝึกหัดจริงๆ ให้ได้เรียนรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร รวมทั้งถ้ามันจะเกิดขึ้นอีก เราจะเรียนรู้และตั้งรับได้อย่างไร 
 
          คาราวานรถหกล้อที่บรรทุกเรือ 25 ลำ พร้อมน้ำดื่ม ‘ธรรมสวัสดี’ และข้าวสารอาหารแห้ง เคลื่อนออกไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อไปถึงพื้นที่ เรือทุกลำถูกใช้เต็มศักยภาพ คือใช้พายนำอาหารและน้ำดื่มธรรมสวัสดีซอกซอนเข้าไปตามซอยเล็กซอยน้อยได้อย่างทั่วถึง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
 
          บางประหันเป็นจุดที่น่าห่วงอย่างยิ่ง ด้วยเพราะยวดยานที่มีไม่สามารถเข้าถึง เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยวมาก ผู้คนที่ฝ่าออกมาได้เล่าให้ฟังว่า สองข้างทางที่ผ่านมานั้น สุดลูกหูลูกตาในระยะ 30 กิโลเมตรคือท้องน้ำที่เวิ้งว้าง และไหลเชี่ยวยากแก่การสัญจร เนื้อตัวตลอดจนใบหน้าของทุกคนเปียกปอน ยากที่จะแยกออกว่ามันคือน้ำที่กระเซ็นจากเบื้องล่าง หรือจากน้ำฝนที่บางครั้งก็โปรยปรายลงมาซ้ำ หรือเป็นน้ำจากตาที่เกิดจากความทุกข์และความสูญเสีย
 
          แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะต้องผจญกับอุทกภัยครั้งนี้อีกนานเท่าไร แต่ชีวิตของทุกคนจะยังคงงอกงามได้ และความไม่ประมาทเท่านั้นจะนำพาให้เรารอด เราจะต้องเรียนรู้ว่าจะหายใจอย่างไรให้มีลมหายใจที่เป็นสุขที่สุด ทำอย่างไรที่จะทำให้พวกเราหายใจให้เป็น คือมีสติอยู่กับลมหายใจ...
 
          ที่สำคัญ น้ำเปียกกาย แต่ใจไม่เปียกเป็นอย่างไร ซึ่งก็คือ อย่าให้กิเลสมาครอบงำใจ นั่นเอง
 
          เมื่อเกิดอะไรขึ้นในชีวิต เราต้องไม่หลงอารมณ์ เราจึงจะนำพานาวาชีวิตให้รอดไปได้ 
          และสิ่งที่คงต้องย้ำกันมากๆ ก็คือ ถ้าเหตุไม่ประมาท ผลก็คงไม่ทุกข์มากเท่านี้
 
          คงต้องยอมรับว่าเราสูญเสียเพราะความประมาท เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความสูญเสียน้อยกว่านี้ได้หากเราไม่ประมาท
 
          กับภาพข่าว หรือสภาพความเป็นจริงที่มีโอกาสได้ไปพบเห็น บางคนอาจคิดว่าหรืออยุธยาจะถึงเวลาล่มสลายแล้วละก็
 
          ข้าพเจ้าก็อยากจะขอแลกเปลี่ยนว่า อยุธยาไม่ล่มหรอกค่ะ ถ้าใจของคนไม่ประมาท และฝึกที่จะเรียนรู้กับสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ อย่างคนที่ไม่ประมาทในการทำเหตุได้ เมื่อใดที่เราไม่ประมาทในการทำเหตุ เราจะยังคงพ้นทุกข์ร่วมกันได้
 
          แล้วก็ลุกขึ้นมาทิ้งความเป็นส่วนตัว ให้ความช่วยเหลือชีวิตที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก่อน ส่วนการจะร่วมสร้างอะไรใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวที่เราจะต้องร่วมกันคิดร่วมกันทำต่อไป
 
          เศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะสูญเสียไปกับอุทกภัยครั้งนี้ในหลักสักกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นกี่แสนล้านคงไม่ใช่สิ่งที่จะสรุปยอดได้ในวันนี้ แต่สิ่งที่เราทุกคนทำได้ในตอนนี้เลยก็คือ
 
          ข้าว 1 กล่องที่ได้รับจากการบริจาค ถ้ากินคนเดียว...อิ่มคนเดียว...แล้วรอดคนเดียว จะมิดีกว่าหรือ ถ้าข้าวกล่องเดียวกันนี้ กินกันหลายคน ที่แม้อาจจะไม่ได้อิ่มทุกคน แต่ก็สามารถประทังให้ทุกคนรอดจากความหิวได้ ให้ทุกคนเห็นว่า ไม่ว่าจะมีภัยเดือดร้อนรุนแรงอย่างไร…
 
          “คนอยุธยาไม่ทิ้งกัน”
"ธรรมสวัสดี"


          ******เชิญชม นิทรรศการ Share Smiles for His Majesty ที่อาคารสาวิกาสิกขาลัย เสถียรธรรมสถาน ในวันที่ 21 ตุลาคม 2554 และรับนิตยสาร ธรรรมสวัสดี บรรณาธิการรับเชิญโดย ป๊อด ธนชัย อุชชิน และขอเชิญร่วมส่งภาพรอยยิ้มของคุณและคนที่คุณรักมาร่วมเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ยิ้มของลูก คือรอยยิ้มของพ่อ ได้ที่ www.facebook.com/sdsface