
ไชน่าทาวน์ที่โยโกฮาม่า
ไชน่าทาวน์ที่โยโกฮาม่า:มองผ่านเลนส์คม โดย.. จำลอง ฝั่งชลจิตร
ตอนสาย ๆ วันที่ 30 กันยายน 2554 ชาวคณะอาศัยรถบัสจากโรงแรมแกรนด์ แปซิฟิค เลอ ไดอิบะ กลางกรุงโตเกียวไปเมืองโยโกฮามา เป้าหมาย คือโรงไฟฟ้าถ่านหินอิโซโกที่ตั้งอยู่กลางชุมชนโยโกฮามา
โยโกฮามาเป็นเมืองท่านานาชาติใหญ่ที่สุดในตะวันออกไกล ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจากโตเกียว ผมมองจากดาดฟ้าโรงไฟฟ้าอิโซโก เห็นเรือสินค้าอยู่เต็มท่าเรือที่กว้างใหญ่ไพศาล
โยโกฮามามีประชากร 3 ล้านคน ทั้งเมืองได้รับการพัฒนาไว้รองรับศตวรรษที่ 21 หรือศตวรรษแห่งประชากรสูงวัย และโละทิ้งระบบอนาล็อกพาสังคมสื่อสารเข้าสู่ยุคดิจิทัลสมบูรณ์แบบพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อ 20 กรกฎาคม 2554
กลางวันตัวเมืองโยโกฮามาค่อนข้างเงียบ แต่จะกลับมาคึกคักตอนกลางคืน เพราะคนวัยทำงานหลายแสนพากันนั่งชินคันเซ็นไปโตเกียว ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาที เลิกงานถึงจะแห่กลับมา
ชมโรงไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อย ชาวคณะที่มีผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหัวหน้านั่งรถบัสไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ไชน่าทาวน์โยโกฮามา ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของย่านคนจีนในญี่ปุ่น อีก 2 แห่ง คือ นางาซากิกับโกเบ
ซุ้มประตูตรงหัวถนนทางเข้าไชน่าทาวน์หรือจูกะไก ก่อสร้างและตกแต่งลวดลายจีนดูสง่างาม สองฟากถนนเป็นภัตตาคารและร้านอาหารขนาดย่อมลงมา หน้าร้านชายหนุ่มหรือไม่ก็หญิงสาวตะโกนชักชวนผู้คนที่เดินไปเดินมาให้ชิมซาลาเปา เกาลัดคั่วใหม่ๆ หรือให้เข้าร้านอาหารที่มีอาหารให้เลือกอย่างหลากหลาย ในตู้โชว์มีอาหารจานคาวให้พิจารณา เช่น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยวนานาชนิด นอกจากนี้ยังมี ติ่มซำ เป็ดปักกิ่ง หมูสามชั้นกรอบ เป็ดย่าง และขนมหวาน ที่ร้านผลิตเองและนำเข้าจากแผ่นดินใหญ่
ไชน่าทาวน์แห่งนี้น่าจะเกิดมาพร้อมๆ กับท่าเรือที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่อพยพมาเป็นกุลี คือราวๆ ปีพุทธศักราช 2402 หลังพลเรือจัตวาแมทธิว เปอร์รี่ (Matthew Perry) แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ นำเรือรบ 4 ลำมาทอดสมอในอ่าวโตเกียวบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ ลูกหลานชาวจีนรุ่นต่อมาค่อยๆ สะสมทุนสร้างฐานะจนมั่งคั่ง
ไชน่าทาวน์มีร้านค้า 160 - 200 ร้าน ผู้คนเดินไปเดินมาพลุกพล่าน จีนหรือญี่ปุ่นแยกแยะแทบไม่ออก ดูผิวเผินคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่คงลืมความบาดหมางระหว่าง 2 ชาติไปบ้างแล้ว แต่ลึกๆ ใครจะรู้ว่าชาวญี่ปุ่นมีความรู้สึกต่อชาวจีนในไชน่าทาวน์อย่างไร
ไม่ว่าที่ โยโกฮามา นางาซากิ โกเบ หรือโตเกียวที่หนุ่มสาวชาวจีนเดินทางมาเรียนหนังสือ และทำงานอีกจำนวนมาก ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนแซงหน้าญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ ไปแล้วนั่นเอง
หลังรับประทานอาหารจีนที่ปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นญี่ปุ่นอย่างลงตัว น่าเสียดาย คณะไม่มีโอกาสเยี่ยมชมวัดประจำไชน่าทาวน์แห่งนี้ และไม่อาจอยู่ยาวจนถึงวันตรุษจีน ซึ่งจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ทุกๆ ปี



